โรคไข้เลือดออก ไข้เลือดออก

ผู้ป่วยไข้เลือดออก บริจาคเลือดได้ แต่ต้องหายดีแล้ว 4 สัปดาห์

Home / ข่าวทั่วไป / ผู้ป่วยไข้เลือดออก บริจาคเลือดได้ แต่ต้องหายดีแล้ว 4 สัปดาห์

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปัจจุบันโรคไข้เลือดออกกำลังละบาด มีรายงานผู้ป่วย 28,785 ราย พบผู้ป่วยเสียชีวิต 43 ราย
  • หากเคยป่วยไข้เลือดออก ต้องหายดีแล้ว 4 สัปดาห์ ถึงจะบริจาคโลหิตได้

แฟนเพจ “ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย” ได้โพสต์คลิปความยาว 2.43 นาที โดยมีพยาบาลวิชาชีพ ฝ่ายเจาะเก็บโลหิต ตอบคำถามที่ว่า “โรคไข้เลือดออกที่มาพร้อมกับหน้าฝน ซึ่งกำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ถ้าผู้บริจาคโลหิตป่วยเป็นไข้เลือดออก จะสามารถบริจาคโลหิต ได้หรือไม่

พยาบาลวิชาชีพ อธิบายว่า สำหรับผู้บริจาคโลหิตหลังจากหายดีแล้ว 4 สัปดาห์ จึงจะสามารถบริจาคโลหิตได้ แต่กรณีที่อยู่ในระหว่างการรักษาได้รับโลหิตและส่วนประกอบโลหิตต้องเว้นการบริจาคโลหิต 1 ปี

อย่างไรก็ตาม อาการของไข้เลือดออกเบื้องต้นคล้ายไข้หวัดทั่วไป เช่น มีไข้สูง ตัวร้อน ปวดหัว ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย แต่ผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีอาการแสดงที่รุนแรงกว่า คือ มีไข้สูงมาก ปวดหัวมาก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อทั่วลำตัว ในบางรายอาจคลื่นไส้อาเจียน อาจพบผื่นแดงหรือจ้ำเลือดใต้ผิวหนังทั่วตัว หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เช่น มีเลือดออกตามเนื้อเยื่อในร่างกายในรายที่ร่างกายอ่อนแอและมีภูมิคุ้มกันต่ำ

สาเหตุของไข้เลือดออก เกิดจากยุงลายเพศเมียที่เป็นพาหะของโรค ดูดเลือดของผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสเดงกี่ จากนั้นไวรัสเดงกี่จะเติบโตภายในท้องของยุงลาย เมื่อยุงลายกัดคนอื่นต่อไป เชื้อไวรัสนี้ก็จะแพร่เข้าสู่ร่างกายผู้ที่ถูกกัดไปด้วย

https://www.facebook.com/nbctrc/videos/438859486897835/?v=438859486897835

สำหรับโรคไข้เลือดออก ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะมีการระบาดมากกว่าปีที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2562 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ช่วงนี้เป็นฤดูฝน เป็นฤดูที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออก องค์การอนามัยโลก คาดการณ์ว่า แต่ละปีจะมี ผู้ติดเชื้อไวรัสเดงกีทั่วโลกประมาณ 50 – 100 ล้านคน ร้อยละ 70 ของผู้ป่วยไข้เลือดออกทั่วโลกมาจากภูมิภาคเอเชีย

จากรายงานการเฝ้าระวังโรคของประเทศสมาชิก 7 จาก 10 ประเทศ พบว่าในปี 2562 ทั้ง 7 ประเทศมีจำนวนผู้ป่วยสูงกว่าเกณฑ์ตรวจจับการระบาด (Alert threshold)

สำหรับประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะมีการระบาดมากกว่าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 1 มกราคม – 11 มิถุนายน 2562 มีรายงานผู้ป่วย 28,785 ราย ซึ่งมากกว่าปี พ.ศ. 2561 ถึง 1.7 เท่า และพบผู้ป่วยเสียชีวิต 43 ราย อัตราป่วยตายสูงกว่าปกติ คือร้อยละ 0.15

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนยึดหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ 1.เก็บบ้าน ให้สะอาด โปร่ง โล่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบ เป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะรอบบ้าน โดยทำต่อเนื่อง สัปดาห์ละครั้ง ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ

สำรวจภาชนะใส่น้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิดหรือปล่อยปลากินลูกน้ำ ป้องกันยุงลายไปวางไข่ เพื่อป้องกัน 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย