ข่าวสดวันนี้ ภาษี ศุลกากร สินค้าแบรนด์เนม สแกนกระเป๋า

ศุลกากรเข้มจ่อตรวจกระเป๋าทุกใบ สกัดหิ้วสินค้าแบรนด์เนม

Home / ข่าวทั่วไป / ศุลกากรเข้มจ่อตรวจกระเป๋าทุกใบ สกัดหิ้วสินค้าแบรนด์เนม

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมศุลกากร ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คร่อมสายสะพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิทั้ง 23 สายพานแล้ว สกัดหิ้วสินค้าแบรนด์เนม และสิ่งของผิดกฎหมาย คาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในปีนี้
  • พร้อมวางแผนนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาตรวจสอบภาษีแทนการใช้ดุลพินิจของพนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ศุลกากรเข้มเตรียมตรวจกระเป๋าทุกใบ สกัดหิ้วสินค้าแบรนด์เนม พร้อมวางแผนนำเอไอตรวจสอบภาษีแทนการใช้ดุลพินิจของพนักงาน

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คร่อมสายพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิว่า ขณะนี้ทางกรมฯ ได้จัดหาและติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คร่อมสายสะพานลำเลียงกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิทั้ง 23 สายพานแล้ว เพื่อนำไปใช้ตรวจสแกนสิ่งของผิดกฎหมายในกระเป๋าเดินทางที่โหลดมาใต้ท้องเครื่องบิน

ซึ่งจะตรวจได้ทั้งสินค้าแบรนด์เนม กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา รวมถึงการนำของต้องห้าม ยาเสพติด ของที่ผิดอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) เช่น งาช้าง นอแรด คาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในปีนี้แน่นอน

นอกจากนี้ทางกรมฯ ยังวางแผนจะนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เข้ามาตรวจสอบภาษีแทนการใช้ดุลพินิจของพนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง และวิเคราะห์ภาพถ่ายเอ็กซ์เรย์สินค้า ซึ่งจะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย และสินค้าหรูหลบเลี่ยงภาษีด้วย

ยืนยันว่าการเก็บภาษีศุลกากรไม่ได้สูง หากเป็นการนำเข้า ของแบรนด์เนม อย่างเช่น กรณีของการนำนาฬิกาเข้ามา จะเสียอากรนำเข้า 5% และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% แต่หากเป็นประเภทสินค้าฟุ่มเฟือยก็จะเสีย 30% และภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่โดยปกติผู้ซื้อหากไปซื้อเมืองนอกก็ได้รับการคืนภาษี 20% อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเข้ามาเสียภาษีในประเทศก็จะเสียเพิ่มอีกนิดหน่อยเท่านั้น

สำหรับกรณีห้ามนำเข้ารถเก่าจากต่างประเทศ อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า กำลังเร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติ ก่อนประกาศห้ามนำเข้ารถเก่าจากต่างประเทศ จะมีผลบังคับใช้ เนื่องจาก

ขณะนี้ ยังมีรถหรูเก่าของกลาง ในอำนาจของกรมศุลฯ อีกกว่า 1 พันคันที่ต้องสะสาง และเร่งประมูล แต่หากเกิดปัญหากรมขนส่งทางบก ไม่รับจดทะเบียน ก็อาจเปิดให้ผู้ประมูล สามารถขอรับเงินคืนได้ หรือ อาจตัดสินใจนำไปบริจาค แยกขายอะไหล่ หรือ ทำลายทิ้ง ขึ้นอยู่กับผลการหารืออย่างรอบด้านกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง