ครอบครองอาวุธปืน เปรมชัย เปรมชัย กรรณสูตร เสือดำ

‘เปรมชัย’ รับสารภาพคดีครอบครองปืน ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี 20 ส.ค.นี้

Home / ข่าวทั่วไป / ‘เปรมชัย’ รับสารภาพคดีครอบครองปืน ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี 20 ส.ค.นี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • วานนี้ (9 ก.ค.62) เปรมชัย ให้การคำรับสารภาพ คดีความผิดฐาน มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีวันที่ 20 ส.ค.62
  • วันที่ 8 ส.ค.62 ศาลอาญา นัดสืบพยานโจทก์นัดแรก คดีครอบครองงาช้างแอฟริกา 2 คู่

เมื่อวานนี้ (9 ก.ค.62) ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก คดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูตร อายุ 65 ปี ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลย ในความผิดฐาน มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ.2490

โดยนายเปรมชัย จำเลย ได้แถลงให้การคำรับสารภาพ พร้อมยื่นคำร้องประกอบต่อศาลเพื่อพิจารณาศาลพิเคราะห์แล้ว มีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจประวัติครอบครัว การศึกษา การทำงาน และอื่นๆ ของจำเลย และรายงานให้ศาลทราบภายใน 30 วันเพื่อประกอบการพิจารณา และนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 20 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น.

อย่างไรก็ตามนายเปรมชัย ยังมีคดีอีกสำนวนที่ถูกกล่าวหาร่วมกับภรรยาและคนใกล้ชิด ร่วมกันครอบครองงาช้างแอฟริกา 2 คู่โดยไม่ชอบ ซึ่งศาลอาญา นัดสืบพยานโจทก์นัดแรกในวันที่ 8 ส.ค.62

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ก.พ.61 เจ้าหน้าที่ทุ่งใหญ่ตะวันตก ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มนักท่องเที่ยวต้งแคมป์บริเวณจุดต้องห้าม เมื่อเข้าตรวจสอบพบนายเปรมชัย และพวก นอกจากนี้ยังพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง และอาวุธปืน พร้อมเครื่องกระสุนอีกเป็นจำนวนมาก

กระทั่งมีการขยายผลตรวจค้นบ้านพักของนายเปรม ย่านเขตบางกะปิ ซึ่งจากการตรวจค้นพบอาวุธปืนยาวไรเฟิล 3 กระบอก และปืนแก๊บ 1 กระบอกไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต

พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490

มาตรา ๗ ห้ามมิให้ผู้ใดทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่

มาตรา ๘ ห้ามมิให้ผู้ใดมีเครื่องกระสุนปืนซึ่งมิใช่สำหรับใช้กับอาวุธปืนที่ตนได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้

มาตรา ๗๒ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท ถ้าการฝ่าฝืนตามวรรคหนึ่งเป็นเพียงกรณีเกี่ยวกับส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธปืนตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง หรือเป็นกรณีมีเครื่องกระสุนปืนผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีหรือไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ