ป.ป.ส ยาเสพติด เผายาเสพติด

เลขาฯ ป.ป.ส. แจงภาพทำลายยาเสพติด ยันไม่มีเล็ดลอดออกไปได้

Home / ข่าวทั่วไป / เลขาฯ ป.ป.ส. แจงภาพทำลายยาเสพติด ยันไม่มีเล็ดลอดออกไปได้

ประเด็นน่าสนใจ

  • ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพการเผาทำลายยาเสพติด ประจำปี 2562 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการนำยาเสพติดออกก่อนช่วงเวลาการเผา
  • เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ยืนยันกระบวนในการส่งยาเสพติดของกลางไปตรวจพิสูจน์และเผาทำลายนั้น ไม่มีช่องว่างให้ยาเสพติดเล็ดลอดออกไปได้เพราะการปฏิบัติในแต่ละขั้นตอนนั้นมีความเข้มงวดรัดกุม

จากกรณีที่มีการโพสต์ข้อสงสัยของประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยตั้งข้อสงสัยเป็นคำถามถึงภาพการเผาทำลายของกลางยาเสพติด ปี 2562 ที่ผ่านมาว่า ไม่ตรงกับที่เคยเห็น ทั้งลักษณะรูปร่าง ขนาดเม็ดของยาบ้า และลักษณะการบรรจุใส่ถุงก่อนนำไปเผาทำลายนั้น

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (15 ก.ค.62) นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวว่า กระบวนในการส่งยาเสพติดของกลางไปตรวจพิสูจน์และเผาทำลายนั้น ไม่มีช่องว่างให้ยาเสพติดเล็ดลอดออกไปได้เพราะการปฏิบัติในแต่ละขั้นตอนนั้นมีความเข้มงวดรัดกุมและมีการตรวจสอบซึ่งกันและกันในทุกขั้นตอน

โดยตั้งแต่ขั้นของการจับยึดทดสอบยืนยันว่า เป็นยาเสพติดเบื้องต้น นับจำนวนและชั่งน้ำหนัก นำส่งยาเสพติดของกลางให้พนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนรับยาเสพติดของกลาง พนักงานสอบสวนนำยาเสพติดของกลางส่งสถานตรวจพิสูจน์ สถานตรวจพิสูจน์รับยาเสพติดของกลางไว้ตรวจพิสูจน์ การรายงานผลการตรวจพิสูจน์ การส่งยาเสพติดของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ไปเก็บรักษา การนำของกลางยาเสพติดที่เก็บรักษาออกมาทำลาย และการทำลายของกลางยาเสพติด

ซึ่งทุกขั้นตอนไม่มีการดำเนินการด้วยบุคคลเดียว แต่กระทำโดยคณะบุคคลที่มีการตรวจสอบซึ่งกันและกันตลอดในแต่ละขั้นตอน ดังนั้นหากเกิดความผิดพลาดคลาดเคลื่อนในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง จะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ว่าได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง มีความโปร่งใส และพร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวเพิ่มว่า สำหรับปริมาณยาเสพติดที่จับยึดได้มากขึ้นนั้น สะท้อนสถานการณ์ 2 ประการคือ ประการแรกความต้องการยาเสพติดในประเทศโดยเฉพาะยาบ้ายังคงมีอยู่ และความพยายามของขบวนการค้าในการกระตุ้นให้มีการใช้ยาเสพติดเพิ่มขึ้น ประการต่อมาคือประเทศไทยถูกใช้เป็นที่พักเก็บและลำเลียงผ่านยาเสพติดโดยเฉพาะไอซ์และคีตามีนไปยังประเทศที่สาม