ภัยแล้ง ภาคอีสาน สถานการณ์น้ำ หน้าแล้ง

สถานการณ์ภัยแล้ง ‘ภาคอีสาน’ ยังวิกฤต แม่น้ำชีบางช่วงแห้งขอดจนเดินข้ามได้

Home / ข่าวทั่วไป / สถานการณ์ภัยแล้ง ‘ภาคอีสาน’ ยังวิกฤต แม่น้ำชีบางช่วงแห้งขอดจนเดินข้ามได้

ประเด็นน่าสนใจ

  • สถานการณ์ภัยแล้งส่งผลกระทบหลายจังหวัดภาคอีสาน เช่นที่ ตำบลวังสะพุง จังหวัดเลย นาข้าวเริ่มเหี่ยวเฉา เนื่องจากขาดน้ำไปหล่อเลี้ยง
  • ขณะที่ปริมาณแม่น้ำชีช่วงที่ไหลผ่านบ้านท่าสองคอน อำเภอเมืองมหาสารคาม เริ่มแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามได้ หลังฝนทิ้งช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน

ภาพมุมสูงแม่น้ำชีช่วงที่ไหลผ่านบ้านท่าสองคอน ตำบลท่าสองคอน อำเภอเมืองมหาสารคาม เผยให้เห็นสภาพลำน้ำแห้งขอดจนสามารถเดินข้ามได้ หลังฝนทิ้งช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งปริมาณค่าฝนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงปัจจุบัน มีเพียง 291 มิลลิเมตร

เช่นเดียวกับนาข้าวของชาวบ้านห้วยอีเลิศ ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย บางส่วนเริ่มเหี่ยวเฉาจากการขาดน้ำไปหล่อเลี้ยง และ คลองส่งน้ำสาธารณะก็แห้งขอด เนื่องจากอ่างเก็บน้ำห้วยอีเลิศไม่ปล่อยน้ำให้แก่เกษตรกรเพราะต้องสำรองน้ำไว้ใช้สำหรับผลิตประปา

ส่วนที่จังหวัดนครราชสีมา ชาวนาบ้านสระแทด ตำบลตลาดแค อำเภอโนนสูง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำพร้อมต่อท่อน้ำกับระบบสปริงเกอร์สร้างความชุ่มชื้นให้กับต้นข้าวแทนการสูบน้ำใส่นาข้าวโดยตรง เกษตรกรเชื่อว่า เป็นวิธีการประหยัดน้ำ และลดความเค็มของน้ำที่จะทำให้ต้นข้าวตายในช่วงฤดูแล้งปีนี้

ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพะเยา ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำกว๊านพะเยาลดลงจนถึงขั้นวิกฤต กินพื้นที่หลาย 1,000 ไร่ /ทั้งนี้ปริมาณน้ำกว๊านพะเยาเหลือเพียง 9.67 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณความจุ 33 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนตกในพื้นที่ในช่วงสัปดาห์หน้า ปริมาณน้ำกว๊านพะเยาก็จะลดลงและจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ รวมทั้งการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดพะเยา

ล่าสุดสถานการณ์ภัยแล้ง ยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตรในจังหวัดพะเยาเป็นบริเวณกว้าง รวมทั้งน้ำในการอุปโภคบริโภคที่เริ่มจะได้รับผลกระทบเนื่องจากภาวะภัยแล้ง ซึ่งขณะนี้หลายหน่วยงานเร่งแก้ไขเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออก และคลื่นลมแรง จนถึงวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ โดยขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2562