อาชญากรรมข้ามชาติ

องค์กรอาชญากรรมมุ่งเป้าใช้อาเซียนในการขยายอำนาจ-ค้ายา

Home / ข่าวทั่วไป / องค์กรอาชญากรรมมุ่งเป้าใช้อาเซียนในการขยายอำนาจ-ค้ายา

หน่วยงาน UNODC ของสหประชาชาติเปิดรายงานระบุว่า องค์กรอาชญากรรมนานาชาติมุ่งเป้าใช้พื้นที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนเพื่อขยายอำนาจ-ฐานที่มั่น หลังจากพบว่า ปริมาณการเติบโตของเครือข่ายอาชญากรรมและการค้ายาเสพติดในพื้นที่อาเซียน มีจำนวนมากขึ้นในช่วงปี 2014-2018

โดยในรายงานได้ระบุอัตราการเติบโตของอาชญากรที่เพิ่มขึ้น โดยประเทศไทยนั้น เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 400% ในระยะเวลาตั้งแต่ปี 2014-2018 ซึ่งอันดับหนึ่งภายในภูมิภาคนี้คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงถึง 925% นับตั้งแต่ปี 2014

อัตราการเติบโตของกลุ่มอาชญากรรมในระหว่างปี 2014-2018 ในกลุ่มประเทศอาเซียน

โดยในรายงานดังกล่าวได้อ้างอิงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากแนวพรมแดนที่ติดกัน และความไม่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการเดินทางผ่านเข้าออกระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ตลอดจนปัญหาคอรัปชั่นต์ ต่างๆ ที่ล้วนแล้วเปิดช่องให้อัตราการเติบโตของอาชญากรและยาเสพติดเพิ่มสูงขึ้น

ปัญหาหลักยาเสพติด โดยเฉพาะ “ยาบ้า”

ตลอดระยะเวลาในช่วงระหว่างปี 2008 – 2018 การแพร่ระบาดของยาบ้า ทั้งในแบบเม็ดและสารตั้งต้น มีการแพร่ระบาดและขยายตัวอย่างมากในพื้นที่ของกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณภาคเหนือของประเทศพม่า ก่อนแพร่กระจายเข้าสู่ตลาดในภูมิภาค

ภาพเปรียบเทียบแพร่ระบาดของยาบ้าในระหว่าง 2008 เทียบกับ 2018

โดยตัวเลขมูลค่าของยาบ้าในอาเซียนมีสูงถึงกว่า 61 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1.8 ล้านล้านบาท ในขณะที่เฮโรอีนนั้น มีมูลค่าราว 10.3 พันล้านเหรียญ หรือ ราว 31,000 ล้านบาท

ยาบ้าใน 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง
ทิศทางการแพร่กระจายของสารตั้งต้นในการผลิตยาบ้าในภูมิภาค

ค้ามนุษย์-ค้าสัตว์ป่าและทรัพยากรหายาก

จากปัญหาทางด้านความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาคได้สร้างความต้องการด้านแรงงานจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการค้ามนุษย์เพื่อใช้แรงงานตอบสนองความต้องการด้านแรงงานเป็นจำนวนมาก ทั้งในการค้ามนุษย์โดยตรง การลักลอบขนแรงงานข้ามชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาของการค้าสัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็นซากสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น ร่วมทั้งทรัพยากรอื่นๆ อีกเช่น ไม้พะยูง ที่มีการลักลอบค้ากันเป็นจำนวนมากขึ้น เนื่องจากความต้องการในตลาดของหายากเหล่านี้มีสูงขึ้น ซึ่งในบางส่วนได้แพร่ขยายไปยังแอฟริกาอีกด้วย เช่นกลุ่มของสินค้าจำพวก นอแรด เป็นต้น

การแพร่กระจายของการค้าสัตว์ป่า ซากสัตว์ และผลิตภัณฑ์

สินค้าปลอม ละเมิดลิขสิทธิ์ ฯลฯ

รายงานได้ระบุว่า ในภูมิภาคอาเซียน ยังคงเป็นศูนย์กลางสำหรับการค้าสินค้าปลอม-ละเมิดลิขสิทธิ์ หลากหลายสินค้าด้วยกันตั้งแต่ยาสูบ ชิ้นส่วนยานยนต์ต่างๆ กระเป๋าถือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ และยังรวมไปถึง “ยารักษาโรค” อีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้งานทั้งสิ้น แต่ด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาลทำให้รายได้จากกลุ่มนี้มีมูลค่าสูงกว่า 35 พันล้านเหรียญ

รายได้สะพัดก่อนนำไปฟอกผ่านคาสิโนและช่องทางอื่น

ซึ่งกลุ่มอาชญากรรมในภูมิภาคนี้ ได้อาศัยช่องว่างทางข้อกฎหมายต่างๆ ในการฟอกเงินหลายหมื่นล้านเหรียญ ผ่านทางช่องทางอุตสาหกรรมคาสิโน ในภูมิภาคเป็นช่องทางหลัก และใช้ช่องทางเงินสดอื่นๆ ในภูมิภาค

ซึ่งกลุ่มเครือข่ายอาชญกรรมข้ามชาติเหล่านี้ มีฐานอยู่ประเทศฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน และประเทศไทย ในการดำเนินการขับเคลื่อนกลุ่มผิดกฎหมายต่างๆ และนำเงินที่ฟอกแล้วไหลผ่านธนาคารในฮ่องกงและสิงคโปร์

ที่มา : Transnational Organized Crime in Southeast Asia: Evolution, Growth and Impact