ข่าวสดวันนี้ แบคทีเรียกินเนื้อคน โรคหนังเน่า โรคเนื้อเน่า

พบผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า-หนังเน่าระบาดที่จังหวัดน่าน

Home / ข่าวทั่วไป / พบผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า-หนังเน่าระบาดที่จังหวัดน่าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • แบคทีเรียกินเนื้อคนที่กำลังระบาดในช่วงหน้าฝน
  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติไปดำนา ลุยโคลน หรือถูกของมีคมบาด
  • วิธีการรักษาคือแพทย์จะตัดเนื้อตายออกจนหมด และให้ยาปฎิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อ

วันที่ 23 ก.ค.2562 นายแพทย์ พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน ตรวจอาการผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า และหนังเน่า หรือแบคทีเรียกินเนื้อคนที่กำลังระบาดในช่วงนี้อย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้มีผู้ป่วยจากพื้นที่ต่างๆ เข้ามารักษาที่ รพ.น่าน ด้วยอาการเป็นไข้ เท้าบวมแดง มีแผลตุ่มพุพอง ลุกลามเป็นบริเวณกว้าง จำนวน 25 ราย และมีอาการรุนแรง มีอาการติดเชื้อ เข้ารับการรักษาในไอซียู 1 ราย

ทั้งนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ จะมีประวัติไปดำนา ลุยโคลน และโดนหอย หรือเศษแก้วบาด เศษไม้ตำเท้า และไม่ได้ทำแผล หรือรักษาใด ๆ เนื่องจากต้องทำนาให้เสร็จ ทำให้เชื้อโรคเข้าไปในบาดแผล และเพิ่มจำนวนจนเกิดอาการรุนแรงได้ เตือนผู้ที่ทำนา ถ้ามีแผลตามร่างกาย ขอให้รีบขึ้นจากโคลน รีบล้างแผลโดยให้น้ำสะอาดไหลผ่าน

ทางด้าน นายแพทย์ พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน กล่าวว่า ส่วนใหญ่โรคนี้จะระบาดในฤดูฝน ในช่วงที่เกษตรกรลงดำนา ลุยโคลน โดยโรคเนื้อเน่าส่วนใหญ่ อาการจะมีผิวหนังบวมแดงร้อน ถ้าเชื้อลงลึกกินทั้งชั้นผิวหนังจะพบตุ่มพุพอง และค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีม่วง และถ้าเนื้อตายจะกลายเป็นสีดำ บางรายอาจจะต้องตัดขา หรืออาจจะมีการติดเชื้อเข้ากระแสเลือด ไข้สูง และทำให้เสียชีวิต

ซึ่งการรักษานั้น ทางแพทย์จำเป็นต้องตัดเนื้อตายออกให้หมด และให้ยาปฎิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อ ซึ่งถ้าเชื้อยังไม่ลุกลามเข้ากระแสเลือด ผลลัพธ์ของการรักษาจะค่อนข้างดี สำหรับผู้ป่วยบางรายที่ไม่ได้ลงนา หรือไม่มีบาดแผลก็อาจจะติดเชื้อดังกล่าวได้ โดยการเกา หรือมีบาดแผลถลอกเล็กน้อย เชื้อสเตรปโตคอคคัส หรือสแตปฟิโลคอคคัส ที่อยู่บริเวณผิวหนังอาจจะเข้าไปในแผลแล้วเกิดการติดเชื้อ ถ้าผู้ใดมีผิวหนังบวมแดงอย่างรวดเร็วแล้วมีตุ่มพุพองที่ผิวหนัง แนะนำให้รีบมาตรวจรักษาก่อนที่อาการจะลุกลามจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

จึงขอเตือนให้ผู้ที่ทำนา ถ้ามีแผลตามร่างกาย ขอให้รีบขึ้นจากโคลน รีบล้างแผลโดยให้น้ำสะอาดไหลผ่าน ซับด้วยผ้าสะอาด และปิดแผล ถ้ามียาฆ่าเชื้อโพวิโดนไอโอดีนสามารถใช้ทาแผลได้ แล้วรีบมาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อให้ตรวจรักษาต่อไป