พนม ศรศิลป์ ร่ำรวยผิดปกติ ร่ำรวยผิดปกติ

ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด “พนม ศรศิลป์” ร่ำรวยผิดปกติ

Home / ข่าวทั่วไป / ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด “พนม ศรศิลป์” ร่ำรวยผิดปกติ

ประเด็นน่าสนใจ

  • คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายพนม ศรศิลป์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่ำรวยผิดปกติ จำนวน 216,062,819.54 บาท
  • คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้ว และมีมติให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ให้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพื่อขอให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน

วันนี้ (6 สิงหาคม 2562) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะ โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายพนม ศรศิลป์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับ การทุจริตในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์ที่จัดสรรให้วัดพนัญเชิงวรวิหาร ประจำปีงบประมาณ 2557 และประจำปีงบประมาณ 2558

และจากการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายพนม ศรศิลป์ ที่ได้ยื่นไว้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2557 พบว่า

ในช่วงปี พ.ศ. 2552 – พ.ศ. 2561 นายพนม ศรศิลป์ และนางนิสา ศรศิลป์ คู่สมรส มีการนำฝากเงินและซื้อหุ้นในสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ จำกัด สหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุบลราชธานี จำกัด รวมทั้งมีการซื้อที่ดิน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะเป็นจำนวนมาก

คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายพนม ศรศิลป์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยมีนางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน คณะอนุกรรมการไต่สวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว

ผลการไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏว่าพบเงินฝากและทรัพย์สินต่างๆ ของนายพนม ศรศิลป์ และบุคคลใกล้ชิด ประกอบด้วย นางนิสา ศรศิลป์ (คู่สมรส) นางจรินรัตน์ แซ่ตั้ง และนางสมพิศ สุทธิบุญ (ภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) รวมทั้งบุตรและ ญาติพี่น้อง ซึ่งบุคคลดังกล่าวไม่สามารถพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินดังกล่าวได้ ดังนี้

  1. เงินฝาก จำนวน 16 แห่ง เป็นเงิน 163,022,595.05 บาท
  2. เงินลงทุน จำนวน 8 แห่ง มูลค่า 22,470,000 บาท
  3. ที่ดินตั้งอยู่ในท้องที่จังหวัดอุดรธานี จำนวน 7 แปลง มูลค่า 5,119,400 บาท
  4. บ้าน พร้อมที่ดิน จำนวน 2 หลัง ตั้งอยู่ในจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดนครปฐม
    รวมมูลค่า 805,919 บาท
  5. ห้องชุดตั้งอยู่ในจังหวัดอุดรธานี 1 ห้อง และจังหวัดปทุมธานี 2 ห้อง รวม 3 ห้อง
    มูลค่า 3,960,000 บาท
  6. รถยนต์ จำนวน 9 คัน รวมมูลค่า 4,931,200 บาท
  7. กรมธรรม์ประกันชีวิต จำนวน 4 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 828,489 บาท
  8. เงินที่นำไปชำระหนี้เงินกู้สถาบันการเงิน จำนวน 4 แห่ง เป็นเงิน 14,925,216.49 บาท

รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นจำนวน 216,062,819.54 บาท (คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้เป็นการชั่วคราว จำนวน 44,108,113.29 บาท)

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วมีมติให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ให้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพื่อขอให้ทรัพย์สินดังกล่าว ตกเป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ต่อไป