กยศ.

ลูกหนี้ กยศ. ที่ถูกบังคับคดี ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือ

Home / ข่าวทั่วไป / ลูกหนี้ กยศ. ที่ถูกบังคับคดี ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ตัวแทนลูกหนี้ กยศ. ในกลุ่มบังคับคดีและยึดทรัพย์ ยื่นข้อเสนอไปยังรัฐบาลให้ช่วยเหลือ
  • เหตุไม่มีเงินชำระหนี้ เพราะจบการศึกษาแล้วแต่ยังไม่มีงานทำ ขอยกเลิกดอกเบี้ยปรับ ค่าทนาย และค่าธรรมเนียมต่างๆ
  • ยืนยัน การการยื่นข้อเสนอขอความช่วยเหลือนี้ ไม่ได้ต้องการให้ กยศ. ยกเลิกเงินต้นใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมขอยืดเวลาการชำระหนี้ให้นานกว่านี้

นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้รับยื่นหนังสือจากตัวแทนลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มบังคับคดีและยึดทรัพย์ ประมาณ 2 ล้านคน ที่จบการศึกษาแล้วแต่ยังไม่มีงานทำ ทำให้จึงยังไม่สามารถชำระเงินคืนได้ โดยได้ถูกยึดทรัพย์แล้วจำนวนกว่า 20,000 คน

ทางตัวแทนลูกหนี้ กยศ. กล่าวว่า

ทางกลุ่มฯ ขอยื่นข้อเสนอไปยังรัฐบาลให้ช่วยเหลือ โดยขอเรียกร้องให้มีการยกเลิกดอกเบี้ยปรับ ค่าทนาย และค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้มีการกำหนดชำระเงินต้นคืนทั้งหมด ภายในเวลา 15 ปี ยกเลิกการยึดทรัพย์ผู้กู้และผู้ค้ำทั้งหมด

รวมทั้ง กรณีผู้ที่ชำระเงินทั้งหมด ขอให้นำเงินที่ส่งชำระแล้วมาหักออกจากเงินต้น และให้ชำระต่อไปตามศักยภาพของแต่ละคน

พร้อมยืนยัน การยื่นข้อเสนอครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการให้ กยศ. ยกเลิกเงินต้นใดๆ ทั้งสิ้น แต่ต้องการเรียกร้องเพื่อให้ทางกลุ่มฯ สามารถชำระเงินต้นได้ตามกำลังที่สามารถทำได้ พร้อมขอยืดเวลาการชำระหนี้ให้นานกว่านี้

ด้าน โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาดำเนินการต่อไป

สถิติคนเป็นหนี้ กยศ.ในปัจจุบัน

ปัจจุบัน กองทุนมีผู้กู้ยืมที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 5,615,065 ล้านราย

  • ประกอบด้วย ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและปลอดหนี้ 803,222 ราย
  • ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3,661,599 ราย
  • ผู้กู้ที่ชำระเสร็จสิ้นแล้ว 1,093,041 ราย
  • และอื่นๆ 57,203 ราย

มาตรการที่ กยศ. ช่วยเหลือผู้กู้อยู่ในขณะนี้

ก่อนหน้านี้ทางกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาของลูกหนี้ กยศ. และช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้ โดยคณะกรรมการกองทุนฯ ได้มีมติเห็นชอบ ดังนี้

1.ลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 80

สำหรับผู้กู้ยืมเงินทุกกลุ่มที่ค้างชำระหนี้และปิดบัญชีในครั้งเดียว ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563

2.ลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 75

เฉพาะผู้กู้ยืมเงินกลุ่มก่อนฟ้องคดีที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ (ไม่ค้างชำระ) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563

3.พักชำระหนี้ 1 ปี สำหรับผู้กู้ยืมที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

เฉพาะกลุ่มผู้กู้ยืมก่อนฟ้องคดี กรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายปี จะพักชำระหนี้ในงวดปี 2563 และผู้กู้ยืมจะต้องกลับมาชำระหนี้ ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2564

ส่วนกรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายเดือน จะพักชำระหนี้ 12 เดือน นับตั้งแต่เดือนถัดไปที่กองทุนอนุมัติ โดยในระหว่างพักชำระหนี้กองทุนจะไม่ถือว่าผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ ทั้งนี้ จากข้อมูลในระบบพบว่ามีผู้กู้ยืมเข้าข่ายที่จะได้สิทธิพักชำระหนี้ ประมาณ 335,000 ราย

ผู้กู้สามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนด รายละเอียดเพิ่มเติม …คลิก (ตั้งแต่ วันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563)

4.ปรับลดอัตราเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระเงินกู้ยืมคืน

จากอัตราปัจจุบัน (ร้อยละ 12-18 ต่อปี) เหลืออัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการลดภาระหนี้ของผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระให้สามารถผ่อนชำระเงินคืนกองทุนได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนงวดที่ผิดนัดชำระจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 ยังคิดอัตราเบี้ยปรับเท่าเดิม

5.ปรับเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนให้ผู้กู้ยืมทุกระดับการศึกษาอีกเดือนละ 600 บาท/คน

โดยผู้กู้ยืมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญปรับเพิ่มจาก 1,200 บาท เป็น 1,800 บาท ระดับ ปวช./ปวส./ปริญญาตรี ปรับเพิ่มจาก 2,400 บาท เป็น 3,000 บาท