ดาราถูกทหารข่มขืน ทหารข่มขืน

อดีตดาราสาว ร้องขอความเป็นธรรม​ ถูกทหาร ยศ พล.อ. กักขัง และข่มขืน

Home / ข่าวทั่วไป / อดีตดาราสาว ร้องขอความเป็นธรรม​ ถูกทหาร ยศ พล.อ. กักขัง และข่มขืน

ประเด็นน่าสนใจ

  • อดีตดารานักแสดง มาติดตามความคืบหน้าคดีและร้องขอความเป็นธรรม จากกรณี​ข้าราชการทหาร ยศ พล.อ. กักขังหน่วงเหนี่ยว และกระทำชำเรา
  • พร้อมฝากถึงนายพลคนดังกล่าวว่า ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่คิดจะออกมาเคลื่อนไหว หรือออกมาให้ข่าว

ที่ สำนักงานอัยการทหาร กรมพระธรรมนูญ ถ.หลักเมือง​ นางขิม (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี อดีตดารานักแสดง มาติดตามความคืบหน้าคดีและร้องขอความเป็นธรรม จากกรณี​ข้าราชการทหาร ยศ พล.อ. กักขังหน่วงเหนี่ยว และกระทำชำเรา เมื่อไปร้องขอความธรรมที่หน่วยงานต่างๆ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ และไม่มีความคืบหน้าใดๆทั้งสิ้น​

ตนนำเอกสาร และพยานหลักฐานมามอบให้เจ้าหน้าที่นำไปประกอบสำนวนคดี เนื่องจากทราบมาว่าคดีของตนนั้นถูกโอนมาที่ศาลทหารแห่งนี้ และไม่มีความคืบหน้าใดๆทั้งสิ้น ซึ่งความเป็นจริงแล้วคดีตนควรถูกโอนไปที่ศาลพลเรือนด้วยซ้ำ จึงอยากจะให้โอนคดีนี้เป็นการเร่งด่วน

เมื่อไม่นานมานี้ทราบว่าคำสั่งคณะรักษาความสงบ ที่ 9/62 ศาลทหาร ไม่มีอำนาจตัดสินคดีที่ทหารทำผิดกับพลเรือน เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีพลเรือนเกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ทราบว่าทำไม สน.หัวหมาก จึงสั่งฟ้องพลตรีเดชอุดม นิชรัตน์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ซ้ำหลังจากที่ตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว กลับถูกเลื่อนยศเป็นพลเอก(ยศปัจจุบัน) ซึ่งทำให้รู้สึกถึงความผิดปกติ และความไม่ชอบมาพากล

ส่วนตัวรู้สึกกังกลเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่เมื่ออำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. หมดไป ดังนั้นศาลทหารจะต้องโอนถ่ายคดีไปที่ศาลพลเรือน โดยตนหวังว่าคดีจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพราะที่ผ่านมาตนต่อสู้คดีนี้มาอย่างยาวนาน และเหนื่อยยาก จึงอยากให้คดีจบสิ้นเสียที

นอกจากนี้คดีของตนผู้ต้องหาเป็นถึงระดับนายพล ซึ่งในยุคคณะรักษาความสงบ หรือ คสช. กลับกระทำการไม่เหมาะสม หากทหารชั้นผู้น้อยเห็นว่าคดีดังกล่าวเห็นว่าทหารชั้นนายพลหลุดคดีดังกล่าว อยากจะถามว่าความสงบสุขจะไม่เกิดกับปวงชนชาวไทยอีกแน่นอน

นอกจากนี้อยากจะพูดว่าก่อนหน้านี้เคยมีนายตำรวจชื่อเล็ก ตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาล4 โทรศัพท์มาหาตน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าผู้การจริงหรือไม่ มิหนำซ้ำพนักงานสอบสวนผู้หญิงที่ทำคดีให้ตน กลับถูกย้ายไปทำงานที่อื่น โดยเจ้าหน้าที่บอกเพียงว่า พนักงานสอบสวนหญิงเป็นโรคประสาท ก่อนจะให้พนักงานสอบสวนผู้ชายมาสอบถามตนเกี่ยวกับเรื่องเพศ ซึ่งตนมองว่าไม่สมควร และรู้สึกกดดันทุกครั้งที่ต้องตอบคำถาม

สุดท้ายนี้ตนอยากจะฝากถึงนายพลคนดังกล่าวว่า ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ท่านไม่คิดจะออกมาเคลื่อนไหว หรือออกมาให้ข่าว เพราะกลัวว่าโจทย์รายอื่นๆจะออกมาเปิดเผยตัวใช่หรือไม่ และก่อนหน้านี้มีคนโทรศัพท์มาหาตน และบอกว่านายพลคนดังกล่าวขึ้นชื่อเรื่องกักขัง และข่มขืนผู้หญิง และในวันที่ 11 ก.ย. 62 เวลาประมาณ 13.00 น. ตนจะเดินทางไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในคดีดังกล่าว