ข่าวสดวันนี้ ปอท. เฌอปราง BNK48

ปอท.ยันไม่นิ่งนอนใจคดี ‘เฌอปราง’ ถูกตัดตัดต่อภาพอนาจาร ชี้เจอคนทำผิดแล้ว 1 ราย

Home / ข่าวทั่วไป / ปอท.ยันไม่นิ่งนอนใจคดี ‘เฌอปราง’ ถูกตัดตัดต่อภาพอนาจาร ชี้เจอคนทำผิดแล้ว 1 ราย

ประเด็นน่าสนใจ

  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท.ยันไม่นิ่งนอนใจเรื่องคดีผู้ไม่หวังดีตัดต่อภาพอนาจาร “เฌอปราง BNK48”
  • เจ้าหน้าที่ย้ำเจอคนทำผิดแล้ว 1 ราย
  • ขณะนี้กำลังเตรียมขยายผลอยู่

วันที่ 10 ก.ย. 62 ที่ บก.ปอท.พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท.โฆษก ปอท. กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีที่นางสาวเฌอปราง อารีย์กุล กัปตันวงไอดอล BNK48 ที่มีการตั้งข้อสงสัยจากเจ้าตัวว่าไม่มีความคืบหน้าในคดีที่ผู้เสียหายถูกตัดต่อภาพอนาจารนั้น ขอเรียนให้ทราบว่า คดีดังกล่าวมีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่หมิ่นประมาทและตัดต่อภาพซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งผู้เสียหายมาแจ้งความ บก.ปอท.เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 และวันที่ 18 เมษายน 2562

ทั้งนี้มีการสืบสวนจนพบผู้กระทำความผิด 1 ราย ซึ่งผู้กระทำผิดรายนี้ อาศัยอยู่ในจังหวัดชลบุรี โดยได้นำตัวมาแจ้งข้อกล่าวหามาตรา 16 ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า บก.ปอท. ไม่ได้เพิกเฉย แต่ปัจจุบันอยู่ในเรื่องของการขยายผล ซึ่งการตรวจสอบการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์มีความยากง่ายแตกต่างกันไปซึ่งอย่างน้อยในคดีนี้ มีการตรวจพบคนร้ายอย่างน้อยแล้ว 1 ราย

ก่อนหน้านี้ เฌอปราง อารีย์กุล ไอดอลสาววง BNK48 ได้โพสต์ข้อความในแฟนเพจ Cherprang BNK48 ว่า ‘เอ๊…นี่ผ่านมาใกล้จะครบปี ที่แจ้งความดำเนินคดีไปแล้วนี่นา… เรื่องไปถึงไหนบ้างนะ? ‘ ข้อความดังกล่าวทำให้ผู้คนตั้งข้อสังเกตว่านักร้องสาว อาจจะอยากทราบความคืบหน้าคดีความที่เคยแจ้งความไว้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้ออกมาชี้แจงถึงความคืบหน้าในที่สุด

*ฐานความผิดของผู้ก่อเหตุ

สำหรับคดีความที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเคยให้ข้อมูลว่า คดีของเฌอปราง ผู้ก่อเหตุได้มีการนำสิ่งลามกมาตัดต่อประกอบไว้บนภาพนักร้องสาว ทำให้เกิดความเสียหาย เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 16 ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท

นอกจากนี้ยังอาจจะเข้าข่ายความผิดอื่นคือ ม.14(4) นำเข้าข้อมูลลามกสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ฝากเตือนไปยังผู้ที่แชร์ หรือแสดงความคิดเห็นอย่างเสียๆ หายๆ ว่าจะเข้าข่ายความผิด ม.14(5) มีอัตราโทษเทียบเท่ากับผู้โพสต์ต้นทาง คือ ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และจำคุกไม่เกิน 5 ปี