กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ข่าวสดวันนี้ วัดป่าหลวงตามหาบัว เสือโคร่ง

กรมอุทยานฯ แจงสาเหตุ เสือโคร่งวัดป่าหลวงตามหาบัวตาย

Home / ข่าวทั่วไป / กรมอุทยานฯ แจงสาเหตุ เสือโคร่งวัดป่าหลวงตามหาบัวตาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมอุทยานฯ ยอมรับเสือโคร่งวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ ตายลงกว่า 80 ตัวจริง
  • สาเหตุของการตาย เกิดจากการผสมเลือดชิด และติดโรคหัดสุนัข
  • เล็งคัดแยกเสือโคร่งออกเป็นกลุ่มเพื่อง่ายต่อการดูแล

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวสุดเศร้าว่า เสือโคร่งจากวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ ที่ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจยึดมาตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2544 ตายไปแล้วกว่า 80 ตัว เหลืออยู่เพียง 61 ตัว จากทั้งหมด 147 ตัวนั้น

ล่าสุด กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำโดย นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกแถลงข่าวถึงสาเหตุของการตายของเสือโคร่งในครั้งนี้ว่า

ส่วนหนึ่งเกิดจากการเจ็บป่วย อันเป็นผลมาจากการผสมเลือดชิด ที่เกิดขึ้นจากเสือ เพียง 6 ตัว ส่งผลให้สัตว์ มีปัญหาด้านโครงสร้างร่างกาย ภูมิคุ้มกันโรค และระบบสืบพันธุ์

จากนั้นเสือโคร่งได้ติดเชื้อไวรัสไข้หัดสุนัข (Canine Distemper Virus, CDV) ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรงในสุนัข และสัตว์ป่าหลายชนิดรวมทั้งเสือโคร่ง โดยภายหลังจากการติดเชื้อจะพบอาการผิดปกติในระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร จนนำไปสู่การตายในที่สุด

แถลงข่าวกรณีเสือโคร่งที่รับมาจากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน จ.กาญจนบุรี พบผลมาจากการผสมเลือดชิด ที่เกิดขึ้นจากเสือ เพียง 6 ตัว เพิ่มเป็น 147 ตัว ซึ่งมีการดูแลรักษามาอย่างต่อเนื่อง

เผยเสือโคร่งทั้งหมดเหลือ 61 ตัว จากทั้งหมด 147 ตัว

สืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจยึดเสือโคร่งภายในสำนักสงฆ์ (หลวงตาบัว) จำนวน 7 ตัว เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2544 (คงเหลือ 6 ตัว เนื่องจากตายระหว่างการขนย้าย) ในบริเวณสำนักสงฆ์หลวงตาบัวทั้งหมดโดยไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด

และคณะเจ้าหน้าที่ได้ฝากเลี้ยงเสือโคร่งและสัตว์อื่นๆ ที่อยู่ภายในบริเวณพื้นที่ของสำนักสงฆ์หลวงตาบัว โดยสัตว์ป่าของกลางทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากไม่มีบุคคลใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของ

ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พยายามที่จะจัดการกับสัตว์ป่าของกลางที่ตกเป็นของแผ่นดินมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถดำเนินการย้ายออกมาจากวัดฯได้ จนเสือโคร่งได้สืบขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน เป็น 147 ตัว และเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558

กรมอุทยานแห่งชาติฯ รับแจ้งว่ามีเสือโคร่งสูญหายไปจากสถานที่เลี้ยงดูสัตว์ป่าภายในวัดป่าหลวงตาบัวฯ จำนวน 3 ตัว กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงได้เข้าเคลื่อนย้ายเสือโคร่งจากวัดป่าหลวงตาบัวฯ โดยเริ่มทยอยเคลื่อนย้ายบางส่วนในเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ 2559 จำนวน 10 ตัว และขนย้ายที่เหลือทั้งหมดช่วงเดือน พฤษภาคม – มิถุนายน 2559

เสือโคร่งวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ สายพันธุ์ไซบีเรีย

โดยนำไปเก็บรักษาไว้ที่ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จำนวน 85 ตัว และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จำนวน 62 ตัว รวม 147 ตัว จากการตรวจสอบ DNA ส่วนใหญ่เป็นเสือโคร่งสายพันธุ์ไซบีเรีย และเกิดจากการผสมพันธุ์กันเองเสือโคร่งของกลางจาก จำนวน 6 ตัว

ทั้งนี้ ก่อนที่จะทำการเคลื่อนย้ายเสือโคร่งจากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน กรมอุทยานแห่งชาติฯ มีการเคลื่อนย้ายเสือโคร่งเดิมของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแห่งอื่นๆ เกือบทั้งหมด คงเหลือบางส่วนที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้โดยสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จำนวน 6 ตัว สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จำนวน 3 ตัว

การเคลื่อนย้ายเป็นส่วนหนึ่ง ของปัญหาการเจ็บป่วย-ตาย ของเสือโคร่ง

การเคลื่อนย้ายเสือโคร่งของกลางจากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน จ.กาญจนบุรี จำนวน 147 ตัว เป็นการดำเนินการในภาวะไม่ปกติเสือโคร่งส่วนใหญ่ที่เคลื่อนย้ายมาส่วนใหญ่มีภาวะเครียดเนื่องมาจากการขนย้ายและเปลี่ยนสถานี
ซึ่งต่อมาพบปัญหาการเจ็บป่วย อันเป็นผลมาจากการผสมเลือดชิด ที่เกิดขึ้นจากเสือ เพียง 6 ตัว เพิ่มเป็น 147 ตัว หรืออาจมากกว่านั้น ส่งผลให้สัตว์ มีปัญหาด้านโครงสร้างร่างกาย ภูมิคุ้มกันโรค และระบบสืบพันธุ์

พบว่ามีปัญหาระบบทางเดินหายใจมีอาการหายใจเสียงดังเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นอาการอัมพาตลิ้นกล่องเสียง ทำให้การหายใจเข้าออกลำบาก เมื่ออาการหนักมากขึ้นจะไม่กินอาหาร มีอาการชักเกร็ง และตายในที่สุด

เชื้อไวรัสไข้หัดสุนัข ยังไม่มียารักษา ทำได้เพียงการรักษาตามอาการ

พบการติดเชื้อไวรัสไข้หัดสุนัข (Canine Distemper Virus, CDV) เป็นโรคติดต่อร้ายแรงในสุนัข และสัตว์ป่าหลายชนิดรวมทั้งเสือโคร่ง ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียารักษาเป็นการเฉพาะ ทำได้เพียงการรักษาตามอาการ โดยภายหลังจากการติดเชื้อจะพบอาการผิดปกติในระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร

การดูแลรักษาเสือโคร่งในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้างและสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสนที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ตรวจพบอาการระบบทางเดินหายใจอันเนื่องมาจากลิ้นกล่องเสียงมีอาการบวม ไม่สามารถขยับเปิดปิดระหว่างหลอดลมกับหลอดอาหารได้สนิท ทำให้หายใจลำบากมีเสียงดังและมีอาการหอบ หากมีปัจจัยของอุณภูมิที่สูงขึ้นจะส่งผลต่ออาการเครียดและตายเฉียบพลัน

การรักษาอาการเสือโคร่ง

การรักษาสัตวแพทย์จะให้การรักษาตามอาการ เช่น การให้ยาปฏิชีวนะลดอาการอักเสบ ลดไข้ รักษาอาการภูมิแพ้ บางตัวพบว่ามีอาการหายใจเสียงดังมากสัตวแพทย์จะดำเนินการผ่าตัด โดยยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดอาการของโรคที่แน่ชัด ต่อมาส่งตัวอย่างเสือโคร่งที่ตายพบว่าให้ผลบวกต่อเชื้อไข้หัดสุนัข (Canine Distemper Virus, CDV)

ซึ่งการรักษาดังกล่าวไม่มียารักษาเป็นการเฉพาะ สัตวแพทย์ต้องดำเนินการรักษาตามอาการ เช่น ยาปฏิชีวนะ ยากระตุ้นภูมิ โดยการดำเนินการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ขอรับการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสัตวแพทย์จากซาฟารีเวิลด์ ในการแก้ไขปัญหาระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากอาการอัมพาตลิ้นกล่องเสียง และเป็นสาเหตุของการตาย เพื่อดำเนินการผ่าตัดลิ้นกล่องเสียงมิให้ปิดกลั้นระบบทางเดินหายใจในเสือโคร่งที่แสดงอาการหนัก โดยร่วมกับสัตวแพทย์ของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ดำเนินการผ่าตัด

จากการรายงานของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จากการตรวจตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการปัจจุบันไม่พบการแพร่ระบาดเชื้อโรคไข้หัดสุนัข แต่เสือโคร่งยังมีอาการอัมพาตลิ้นกล่องเสียงที่เป็นสาเหตุการตาย ซึ่งสัตวแพทย์ได้ดำเนินการรักษาตามอาการ และกำหนดแนวทางการในการดูแลเสือโคร่งที่เหลืออยู่ให้มีอัตราการตายลดลงและมีสวัสดิภาพที่ดีขึ้น

สรุปข้อมูลจำนวนเสือโคร่งในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน (30 ส.ค. 62)

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง มีจำนวนเสือโคร่ง 45 ตัว เสือโคร่งที่รับมาจากวัดหลวงตาบัวญาณสัมปันโน คงเหลือ 31 ตัว จากที่รับมา 85 ตัว ตาย 54 ตัว (ก.พ.59 – 15 ส.ค. 62) เสือโคร่งของกลางในคดีอื่นๆ จำนวน 5 ตัว เสือโคร่งจากการส่งมอบคืนให้กรมอุทยานฯ 9 ตัว

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน มีเสือโคร่ง จำนวน ๓๓ ตัว เสือโคร่งที่รับมาจากวัดหลวงตาบัวญาณสัมปันโน คงเหลือ 30 ตัว จากที่รับมา 62 ตัว ตาย 32 ตัว (มี.ค. 60 – ก.ค.62) เสือโคร่งของกลางในคดีอื่นๆ จำนวน ๓ ตัว ทั้งนี้ เสือโคร่งที่รับมาจากวัดหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน จำนวน 147 ตัว คงเหลือ 61 ตัว ตาย 86 ตัว

เล็งคัดเลือกกลุ่มเสือโคร่งออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อง่ายต่อการดูแล

สำหรับมาตรการดูแลสุขภาพเสือโคร่งในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้างและสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสนเพื่อให้การดูแลเสือโคร่งเพื่อให้การดูแลรักษาเสือโคร่งในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสนให้มีสุขภาพที่ดีลดอาการป่วย/ตาย ได้กำหนดมาตรการ ดังนี้

การคัดแยกเสือโคร่งตามกลุ่มอาการ โดยแบ่งกลุ่มอาการเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1)กลุ่มปกติไม่แสดงอาการ 2) กลุ่มเริ่มแสดงอาการเล็กน้อย 3) กลุ่มแสดงอาการปานกลางถึงรุนแรง เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจติดตามอาการและประเมินการรักษา

การใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข ในเบื้องต้นได้ประสานกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการดำเนินการโดยสัตวแพทย์ของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าจะเก็บอุจจาระและเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการที่ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามโรคจากสัตว์ป่า สัตว์ต่างถิ่น และสัตว์อพยพ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อทราบผลสัตวแพทย์ของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าจะพิจารณาให้วัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัขตามขั้นตอนและมีการติดตามผลเป็นระยะ

การดูแลรักษาเสือโคร่งที่มีอาการป่วย สัตวแพทย์จะดำเนินการให้รักษาและให้ยาตามอาการ สำหรับเสือโคร่งที่มีอาการหายใจเสียงดังอันเนื่องมาจากอาการอัมพาตลิ้นกล่องเสียงและมีโอกาสตายหากไม่ได้รับการรักษา สัตวแพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเป็นรายกรณี โดยอาจเชิญสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมรักษาหรือให้คำแนะนำ

ปรับเปลี่ยนสถานที่ภายในสถานีให่เพื่อลดความเครียดของเสือ

การควบคุมให้มีระบบความปลอดภัยทางชีวอนามัย ภายในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั้ง 2 แห่ง อย่างเข้มงวด พร้อมการปรับกรงคอกให้มีอากาศถ่ายเทสะดวกและเพิ่มพื้นที่กรงคอก(สนาม)ให้เสือโคร่ง และส่งเสริมพฤติกรรมเพื่อลดความเครียดของเสือโคร่ง

มีสัตวแพทย์ปฏิบัติงานประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั้ง 2 แห่ง พร้อม สัตวแพทย์จากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าจะสนับสนุนและติดตามการดูแลรักษาทุกสัปดาห์ โดยจะมีการประชุมเพื่อประเมินผลการดูแลรักษา

ทั้งนี้จากนี้ไปกรมอุทยานฯ เตรียมจะทำการคัดแยกเสือโคร่งที่เหลืออยู่ตามกลุ่มอาการ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจติดตามอาการและประเมินการรักษา โดยจะมีการใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข และติดตามผลเป็นระยะ

ส่วนการดูแลรักษาเสือโคร่งที่มีอาการป่วย สัตวแพทย์รักษาและให้ยาตามอาการต่อไป ขณะเดียวกันเตรียมปรับกรงคอกในศูนย์ดูแลเสือทั้ง 2 แห่ง ให้มีอากาศถ่ายเทสะดวกและเพิ่มพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อลดความเครียดของเสือโคร่งได้