G-Wallet ชิมช้อปใช้ ร้านค้าถุงเงิน

รวมคำตอบ ลงทะเบียน รับเงิน “ชิมช้อปใช้” – แนะสิทธิ์รับเงินคืน 15%

Home / ข่าวทั่วไป / รวมคำตอบ ลงทะเบียน รับเงิน “ชิมช้อปใช้” – แนะสิทธิ์รับเงินคืน 15%

ตอบข้อสงสัย วิธีการใช้เงินใน G-Wallet จากโครงการ ชิมช้อปใช้

การลงทะเทียนใช้สิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ “ชิมช้อปใช้” เปิดให้ลงทะเบียน 23 ก.ย. – 15 พ.ย. 2562 เริ่มใช้จ่าย 27 ก.ย. – 30 พ.ย. 2562

หลังเปิดให้ลงทะเบียน หลายคนยังมีข้อสงสัยเกิดขึ้นมากมาย ทั้งวิธีการลงทะเบียน วิธีการใช้งานแอพพลิเคชัน เป๋าตัง ซึ่งทางทีมข่าว MThai ได้รวบรวมคำถาม ข้อสงสัยต่าง ๆ ดังนี้

(เข้าสู่หน้าเว็บไซต์ลงทะเบียน “ชิมช้อปใช้คลิกที่นี่)

มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในประเทศ “ชิมช้อปใช้”

1.ใครมีสิทธิ์ได้เงิน 1,000 บาท จาก โคงการชิมช้อปใช้

ตอบ : บุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน , มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน,มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตและมีอีเมล

2.ขั้นตอนการสมัคร

ตอบ : คลิกอ่าน >> ขั้นตอนการใช้งาน แอพพลิเคชัน “เป๋าตัง”

ตอบ : คลิกอ่าน >> ขั้นตอนลงทะเบียนใช้สิทธิ์รับ 1,000 ชิมช้อปใช้

3.ลงทะเบียนรับสิทธิ์เสร็จทำอย่างไรต่อ

ตอบ : ภายหลังลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ชิมช้อปใช้.com ตามขั้นตอนเรียบร้อย ผู้ที่ลงทะเบียนได้แล้ว ต้องรอรับ SMS หรือ E-mail ผลการลงทะเบียนรับสิทธิ์ภายใน 3 วันทำการ

จากนั้นดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน เป๋าตัง เพื่อใช้สิทธิ์ผ่าน G-Wallet โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย และเมื่อลงทะเบียนสำเร็จก็จะได้รับเงิน 1,000 บาท (G-Wallet 1) โดยไม่ได้รับเป็นเงินสด แต่เป็นจำนวนเงินที่จะสามารถใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชันเท่านั้น

4.เงินใน G-Wallet คืออะไร

ตอบ : หลังจากลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ในแอพฯเป๋าตังเรียบร้อยแล้ว หากลงทะเบียนสำเร็จก็จะได้รับเงิน 1,000 บาท (G-Wallet) โดยไม่ได้รับเป็นเงินสด แต่เป็นจำนวนเงินที่จะสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเท่านั้น สามารถใช้จ่ายเงินนี้ได้เฉพาะร้านที่เข้าร่วมโครงการ ชิมช้อปใช้ เริ่มจับจ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.-30 พ.ย.62

5.เงินที่ได้มาใช้ได้กี่วัน

ตอบ : เงินจำนวน 1,000 บาท ที่อยู่ใน (G-Wallet) แอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” ต้องใช้เงินครั้งแรกภายใน 14 วัน หากไม่มีการใช้ภายใน 14 วัน เงินจะถูกดึงกลับ แต่ในกรณีที่มีการใช้จ่ายเงินไปบางส่วน และเหลือเงินอีกจำนวนหนึ่ง ยังสามารถใช้เงินในส่วนที่เหลือไปได้จนถึงวันที่ 30 พ.ย.2562

6.วิธีการใช้เงินใน G-Wallet ใช้จ่ายที่ไหนได้บ้าง

ตอบ : มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 135,000 ร้านค้า

  • ต้องใช้สิทธิ์ซื้อสินค้ากับร้านค้าถุงเงินตามจังหวัดที่ได้ลงทะเบียนไว้ สิทธิ์ดังกล่าวจะหมดอายุภายใน 14 วัน หลังจากได้รับ SMS ยืนยัน
1.ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ซื้อสินค้า
  • นำ QR ไปชำระสินค้าที่ร้านถุงเงินในจังหวัดที่ลงทะเบียนไว้
2.ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ซื้อสินค้า
  • กด “ยืนยันการใช้สิทธิ์”
3.ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ซื้อสินค้า
  • ต้องกดยืนยันการทำรายการด้วยเลข PIN 6 หลัก ที่เราได้ตั้งไว้ตั้งแต่ตอนแรก
4.ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ซื้อสินค้า
  • ในหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ระบบจะแสดงข้อมูลว่า ทำรายการสำเร็จ
5.ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ซื้อสินค้า

7.วิธีการเติมเงินในกระเป๋า G-Wallet

วิธีการเติมเงินในกระเป๋า G-Wallet

ตอบ : การเติมเงินเข้ากระเป๋า มี 2 วิธี ให้สังเกตตรงวงกลมสีส้ม จากนั้นให้กดตรงวงกลมสีส้ม เพื่อเลือกช่องทางการเติมเงิน

  • ช่องทางแรกเติมด้วยเลข G-Wallet (พร้อมเพย์) 15 หลัก
วิธีการเติมเงินในกระเป๋า G-Wallet
  • นำ QR ไปสแกน กับ mobile-banking
วิธีการเติมเงินในกระเป๋า G-Wallet

8.สิทธิ์การรับเงินคืน 15%

นอกจากการรับเงิน 1,000 บาท (G-Wallet) แล้ว ผู้ที่ลงทะเบียนยังสามารถรับเงินคืน (Cash Back) ได้อีกด้วย โดยหากมีการเติมเงินส่วนตัวเพื่อใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชันเพิ่มเติม รัฐบาลจะชดเชยเงินคืนให้เป็นจำนวนเท่ากับ 15 เปอร์เซ็นต์ ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,500 บาทต่อคน

***เช่น หากใช้จ่ายเพิ่ม 1,000 บาท จะได้รับเงินคืน 150 บาท หากใช้จ่ายเพิ่ม 1,500 บาท จะได้รับเงินคืน 225 บาท และหากใช้จ่ายเพิ่ม 30,000 บาท จะได้รับเงินคืน 4,500 บาท เป็นต้น

  • ดูที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ จะปรากฏเป็นหมวด ใช้สิทธิ์รับเงินคืน 15 % จากนั้นกดไปที่หมวดดังกล่าว ตามภาพด้านล่าง (ต้องใช้จ่ายร้านค้าถุงเงิน ที่ไม่ได้อยู่ในทะเบียนบ้าน)
1.ขั้นตอนการใช้สิทธิ์รับเงินคืน 15 %
  • กดไปที่หมวดใช้จ่ายร้านค้าถุงเงิน เพื่อ สร้าง QR ในการใช้จ่าย
2.ขั้นตอนการใช้สิทธิ์รับเงินคืน 15 %
  • นำ QR ที่สร้างไปใช้จ่ายร้านค้าถุงเงิน ที่ไม่ได้อยู่ในจังหวัดตามทะเบียนบ้าน
3.ขั้นตอนการใช้สิทธิ์รับเงินคืน 15 %

9.ลงแล้วเปลี่ยนจังหวัดได้ไหม

ตอบ : โครงการนี้เงื่อนไขได้ระบุไว้ตั้งแต่ต้นว่า ต้องเลือก 1 จังหวัดที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว โดยเป็นจังหวัดใดก็ได้ ที่ไม่ซ้ำกับที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หากกรณีเปลี่ยนใจไม่อยากไปจังหวัดที่เลือกไว้ตั้งแต่ต้น ไม่สามารถเปลี่ยนได้ ยกเว้นเลือกจังหวัดท่องเที่ยวเหมือนกับทะเบียนบ้าน

10.เช็คร้านค้าชิมช้อปใช้แต่ละจังหวัด