ย้อนรอยความรุนแรง กับการประกาศ ?เคอร์ฟิวส์?!!

Home / ข่าวทั่วไป / ย้อนรอยความรุนแรง กับการประกาศ ?เคอร์ฟิวส์?!!

ย้อนรอยความรุนแรง กับการประกาศ ?เคอร์ฟิวส์?!!

ก่อนจะมีการประกาศเคอร์ฟิวส์พื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 23 จังหวัดใกล้เคียง ในเวลา 2 ทุ่ม วันที่ 19 พ.ค.53 ศูนย์เอราวัณ ได้รายงานจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ทหารเข้ากดดันกลุ่ม นปช.ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 43 ราย ขณะที่ยอดผู้บาดเจ็บทั้งหมด 365 ราย ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นเจตนาดีที่รัฐบาลยังไม่ประกาศเคอร์ฟิวส์ทั้งที่มีการยิงและทำลายล้างเกิดขึ้นมาแล้ว 6 วันเต็ม!

แต่คงเป็นธรรมดาของผู้อยู่ในสถานการณ์ชนิดเป็นผู้ก่อเหตุเองและผู้ร่วมเหตุ นั่นคือ ระหว่างคนเสื้อแดง กับเจ้าหน้าที่ทหาร ที่จะต้องมีความกดดันเกิดขึ้นมาก และมากกว่าเดิมขึ้นเรื่อยๆ จึงอาจนำพาให้เกิดเหตุการณ์จราจลที่มวลชนส่วนหนึ่งไม่ยอมความลงง่ายๆ ตามการมอบตัวของแกนนำ อย่างน้อยก็เป็นในส่วนที่เห็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ถูกยิงตายไปต่อหน้าต่อตา อาจเป็น 1 ใน 43 ศพ หรือมากกว่านั้น

นอกจากนี้การยื้อเหตุปะทะรุนแรงในมีระยะเวลานานถึง 6 วัน ยังได้สร้างความสูญเสียแก่บุคคลทั่วไป ทั้งในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องแต่โดนลูกหลง ในส่วนของสื่อมวลชนที่ต้องทำหน้าที่ ตลอดจนชาวบ้านชาวช่องที่เดือดร้อนโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่เพราะไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข แต่ก็อย่างที่ ?อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ? นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน แม้จะมีบางส่วนต้องเดือดร้อนหรือเป็นการจำกัดสิทธิ์อยู่บ้าง

ทั้งนี้สิทธิ์ที่ประชาชนชาวไทยหลายภาคส่วนถูกจำกัดเกิดขึ้นมานานร่วมสัปดาห์แล้วนั้น อย่างน้อยควรจะมีจุดสิ้นสุดไว้เป็นเกณฑ์ ซึ่งหากนับตั้งแต่การประกาศให้มีวันหยุดราชการช่วงต้นสัปดาห์ในวันที่ 17 ? 18 พ.ค. เรื่อยมาถึงการออกมติครม.ประกาศหยุดเพิ่มเติม 19 ? 21 พ.ค. นั่นหมายความว่ารัฐบาลจะมีเวลาเพิ่มเติมไปจนถึงสุดสัปดาห์ หรืออีกนัยหนึ่ง คือสถานการณ์ควรจะยุติราบคาบ หรือยุติอย่างเร็วที่สุดภายในวันจันทร์ที่ 24 พ.ค.นี้

หากโชคเข้าข้างสถานการณ์อาจคลี่คลายได้ก่อนวันนั้น ซึ่งนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นความสำเร็จหรือชอบธรรมของรัฐบาลแต่อย่างใด เนื่องเพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมดย่อมต้องมีผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเลวร้ายของเหตุการณ์ที่ดูอย่างไรก็ไม่ควรจะเกิดขึ้น อันดับแรกเพราะท่าทีของแกนนำเสื้อแดงที่ดูจะอ่อนลงมากนับตั้งแต่มีการเคลื่อนไหวผิดพลาดด้วยการปิดโรงพยาบาลเป็นต้นมา จนกระทั่งถึงช่วงที่มีการเสียชีวิตของ ?เสธ.แดง? แกนนำฮาร์ดคอร์ นั่นก็เห็นได้ถึงความหวาดกลัว

นอกจากนี้ในขณะที่เริ่มมีคนตายรายวัน ยังมีความพยายามหาตัวคนกลางมาช่วยจับมือเจรจากันอีกครั้ง แม้ว่าเหตุการณ์ขณะนั้นดูจะไม่เข้ากับภาพความจริงที่เกิดขึ้น แต่นั่นก็ยังดีก่อนที่จะมีการจราจลเผาบ้านเผาเมืองวอดวาย และในเมื่อสถานการณ์ไม่จบ ความเคลื่อนไหวแกนนำยิ่งอ่อนลงอีก มีการประกาศเรียกร้องรัฐบาลขอให้หยุดยิง จนกระทั่งนำมาถึงการยอมมอบตัวในที่สุด แต่ก็อย่างที่ทราบว่าทุกอย่างดูจะไม่ทันการณ์เสียแล้ว

ขณะเดียวกันมองจากมุมรัฐบาลก็ต้องย้อนเหตุการณ์ไปถึงช่วงที่มีภาพของการเจรจาร่วมกันช่วงปลายเดือน มี.ค.53 เรื่อยมาถึงการให้เวลาด้วยการประกาศแผนปรองดองฯ 5 ข้อ ที่จนถึงบัดนี้รู้แล้วว่าแผนนั้นใช้ไม่ได้หรืออาจไม่ได้ใช้อย่างสิ้นเชิง

ทั้งที่อดีตน่าจะเป็นบทเรียนที่ดี แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า ?เคอร์ฟิวส์? ครั้งก่อนหน้านี้ ในวันที่ 20 พ.ค.2535 กับ 18 ปีหลังจากนั้น เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 ต้นสายปลายเหตุแห่งความสูญเสียที่เกิดขึ้นยังคงเป็นอาถรรพ์ที่เกาะกิน ?การเมืองไทย?!!

โดยทีมข่าว Mthai

ขอบคุณภาพประกอบจากรอยเตอร์