ข่าวสดวันนี้ เปลือยเทสหน้ากล้อง

บก.ปอท. จับกุมหนุ่มแสบอ้างตัวเป็นโมเดลลิ่ง หลอกพริตตี้เปลือยกายเทสหน้ากล้อง

Home / ข่าวทั่วไป / บก.ปอท. จับกุมหนุ่มแสบอ้างตัวเป็นโมเดลลิ่ง หลอกพริตตี้เปลือยกายเทสหน้ากล้อง

ประเด็นน่าสนใจ

  • กก.3 บก.ปอท. จับกุมไอ้หนุ่มตัวแสบแอบอ้างเป็นโมเดลลิ่ง หลอกพริตตี้สาว 8 ราย เปลือยกายเทสหน้ากล้อง
  • ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้แอบอัดคลิปไปปล่อยในกลุ่มไลน์เรียกเก็บเงินสมาชิกคนละ 300 แลกกับการเข้าดู
  • หลังจากนั้นมีสมาชิกแอบเอาคลิปดังกล่าว ไปปล่อยขายต่อทั้งเว็บไซต์แห่งหนึ่ง

บก.ปอท. แถลงการณ์​ “SEXTORTON” ผู้ต้องหาหลอกเหยื่อสาวผ่านเฟซบุ๊ค​ ให้ถ่ายคลิป​อนาจาร​ ก่อนนำไปขายในกลุ่มลับ​แอพลิเคชั่นไลน์

วันที่​ (25​ ต.ค.62)​ เวลา​ 11.00​ น.​ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง​ผบก.ปอท. แถลงข่าวปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมที่มีชื่อเรียกว่า “SEXTORTON” ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามทางไซ​เบอร์​ที่มีอยู่ทั่วโลก และบก.ปอท. ได้รวบรวมสถิติข้อมูลผู้เสียหายที่มาปรึกษาและแจ้งความกรณีถูกบันทึกภาพข่มขู่บังคับต่าง ๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 จนถึงเดือน กันยายน พ.ศ. 2562 รวมทั้งสิ้น 174 ราย โดยคนร้ายที่ก่ออาชญากรรม “SEXTORTON”  นั้น พฤติการณ์ที่พบ คือ มีการพูดจาชักชวนลวงผ่านโปรแกรมสนทนา ให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ เปลือยกายแล้วบันทึกภาพนิ่งหรือภาพวิดีโอ เพื่อข่มขู่เรียกค่าไถ่หรือบังคับให้กระทำตามที่เรียกร้อง หากไม่มีการจ่ายหรือ ไม่ทำตาม จะเผยแพร่ภาพสู่สังคมออนไลน์ ซึ่งผู้เสียหายอับอายไม่กล้ามาแจ้งความเพราะกลัวจะเสื่อมเสียชื่อเสียง

ส่วนด้านหนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า รู้จักกับผู้ต้องหาผ่านทางเฟซบุ๊ค โดยพบประกาศรับสมัครงานนางแบบ ก่อนที่จะได้ติดต่อทางไลน์ กับผู้ที่มีชื่อใช้งานว่า”P” ซึ่งอ้างเป็นบุคคลเพศทางเลือก เมื่อพูดคุยระยะหนึ่ง ก็หลงเชื่อ เพราะมีการอ้างถึงบริษัทที่มีชื่อเสียง ประกอบกับคิดว่าผู้ต้องหาเป็นเพศทางเลือก จึงไว้ใจ เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ต้องหา ได้ทำทีซักชวนถามเรื่องการทำศัลยกรรมหน้าอก โดยจะขอดูหน้าอกว่าเป็นอย่างไร และจะกระทบกับการทำงานไหม นอกจากนี้ยังหลอกผู้เสียหายรายอื่น ๆ ว่ามีงานถ่ายทำในลักษณะวาบหวิว จึงให้ผู้เสียหายวิดีโอคอลในลักษณะเปลือยกายโชว์สัดส่วน หลังจากนั้นคลิปวิดีโอเปลือยกายดังกล่าวก็ถูกเผยแพร่สู่สื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ได้รับความเสียหาย

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท. จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบตัวผู้กระทำความผิดและยื่นคำร้องต่อศาลขอหมายจับและหมายค้น จากการสอบถามผู้ต้องหาภาคเสธ ในข้อหา พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14(4)(5), นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกฯ” มีอัตราโทษสูงสุด จำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท, ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287 เพื่อความประสงค์แห่งการค้าหรือโดยการค้า ทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งสิ่งอื่นใดอันลามก มีอัตราโทษสูงสุด จำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 วรรคแรก ครอบครอง ซึ่งสิ่งลามกอนาจารเด็กแก่ผู้อื่น มีอัตราโทษสูงสุด จำคุก 5 ปีปรับ100,000 บาท และ 287/1 วรรคสอง “ส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็กแก่ผู้อื่น” มีอัตราโทษสูงสุด 7 ปี ปรับ 140,000 บาท

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287/2 “เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า ทำให้แพร่หลาย โดยประการใด ๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก มีอัตรโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ปรับ 200,000 บาท กรณีผู้ใดนำภาพหรือคลิปวิดีโอไปเผยแพร่หรือส่งต่อ Share จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ข้างต้นด้วย รวมทั้งพรบ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 145) อ้ตราโทษสูงสุด จำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาทและมาตรา 162 หากศาลมีคำสั่งให้ทำลายภาพหรือคลิปดังกล่าวแล้ว ผู้ใดยังครอบครองภาพหรือคลิปวิดีโอดังกล่าว ต้องระวางโทษกึ่งหนึ่งของผู้ที่นำเข้าหรือเผยแพร่ส่งต่อ ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า คดีนี้ผู้ต้องหา ได้นำภาพไปขายในกลุ่มลับผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ โดยเรียกค่าใช้จ่าย ในการเปิดให้บุคคลภายนอกเข้ากลุ่มไปดูภาพอนาจาร คนละ 500 บาท ซึ่งหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบพร้อมขยายผลเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้อง และคนในกลุ่มลับต่อไป