ข่าวสดวันนี้ ความสัมพันธ์ไทยจีน หลี่ เค่อเฉียง

ไทยต้อนรับนายกรัฐมนตรีจีน ผลักดันความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

Home / ข่าวทั่วไป / ไทยต้อนรับนายกรัฐมนตรีจีน ผลักดันความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ประเด็นน่าสนใจ

  • หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
  • ไทยและจีนมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน

หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนกำลังอยู่ระหว่างการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ประชาชนจากหลากหลายสาขาอาชีพในประเทศไทยกล่าวขณะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า การเยือนของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างมิตรภาพ และกระชับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างไทยจีน ทั้งคาดหวังว่าการมาเยือนครั้งนี้จะเป็นการนำพาโอกาสแห่งการพัฒนามาสู่ไทยในด้านต่างๆ

ไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมหามิตรกับจีน ทั้งเป็นพันธมิตรที่สำคัญในการพัฒนาตามข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ในระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการของ ฯพณฯ หลี่ เค่อเฉียง จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึกกับผู้นำฝ่ายไทยในด้านความสัมพันธ์และความร่วมมือทวิภาคี รวมถึงการออกแถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลทั้งสองและลงนามในเอกสารความร่วมมือในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านอีคอมเมิร์ซ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยกล่าวว่า จีนได้กลายเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีระดับสูง ด้านอีคอมเมิร์ซ ด้านอินเทอร์เน็ตและอื่น ๆ อีกทั้งจีนมีการพัฒนานวัตกรรมอย่างก้าวกระโดด และยังเป็นประเทศที่มีจำนวนการจดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ในอันดับที่หนึ่งของโลกอีกด้วย ทั้งนี้ฝ่ายไทยคาดหวังว่าจะมีความร่วมมือเชิงปฏิบัติการทางด้านเทคโนโลยีระดับสูงบนพื้นฐานความร่วมมือที่มีอยู่แล้วระหว่างทั้งสองประเทศให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีไทยและนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยจีน กล่าวว่า ประเทศจีนเป็นผู้มีส่วนร่วมและบทบาทสำคัญในกิจการระดับภูมิภาคและระดับโลก เชื่อว่าการมาเยือนของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง จะส่งเสริมความร่วมมือเชิงปฏิบัติการในด้านต่าง ๆ ระหว่างประเทศไทยและจีน ผลักดันความสัมพันธ์ไทย – จีน อาเซียน – จีนและยกระดับความร่วมมือในเอเชียตะวันออกให้สูงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

นาย ปณิธาน วัฒนายากร ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของนายกรัฐมตรีและที่ปรึกษาสภาความมั่นคงแห่งชาติไทยกล่าวว่า ประเทศไทยและจีนมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดในหลาย ๆ ด้าน ฝ่ายไทยคาดหวังว่าการมาเยือนอย่างเป็นทางการของท่านนายกหลี่ เค่อเฉียง จะส่งเสริมและยกระดับความสัมพันธ์ด้านความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศเช่น ด้านการท่องเที่ยว ความร่วมมือระดับSME เพื่อผลักดันและยกระดับคุณภาพความสัมพันธ์หุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์รอบด้านของทั้งสองประเทศ

นายวิชัย ( Wichai Kinchong Choi ) ผู้อำนวยการอาวุโสธนาคารกสิกรไทยกล่าวว่า เป็นเวลาหกปีหลังจากการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง เมื่อครั้งล่าสุด การมาเยือนครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าระดับภูมิภาคและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจโลก เป็นที่เชื่อกันว่าฝ่ายไทยและจีนจะใช้โอกาสนี้ในการส่งเสริมการดำเนินงานโครงการความร่วมมือและส่งเสริมการเชื่อมโยงกันระหว่างข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” กับแผนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0

นางสาวภารดี สินธวณรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดออนไลน์บริษัทลาซาด้าประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า ในตอนนี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเป็นความร่วมมือที่สำคัญของไทยและจีน รอคอยการเดินทางมาเยือนของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ในครั้งนี้ว่าจะนำพาเทคโนโลยีและการลงทุนจากจีนเข้ามาในไทยมากยิ่งขึ้น ทั้งคาดหวังความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นของทั้งสองประเทศในอนาคตอันใกล้ จะมีส่วนช่วยให้สินค้าแบรนด์ท้องถิ่นของไทยส่งออกไปสู่ประเทศจีนและทั่วโลก

นายฟู่ เจิงโหย่ว ที่ปรึกษาอาวุโสสถาบันขงจื้อ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปีหน้าจะเป็นปีที่ครบรอบ 45 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทยจีน ในตอนนี้ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือเชิงลึกในทุกๆด้าน การมาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง มีส่วนช่วยในการส่งเสริมขอบเขตความร่วมมือต่างๆ อาทิ การส่งเสริมการพัฒนาตามข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบเส้นทาง” การกระชับงความร่วมมือด้านการค้าการและการลงทุน ผลักดันและยกระดับการพัฒนาความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจและการค้าไทย-จีนให้สูงยิ่งขึ้น

หลี่ เค่อเฉียง: ผลักดันการปรึกษาหารือ COC ให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนตามเวลาประเทศไทย นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนระบุว่าระหว่างการประชุมสุดยอดจีน-อาเซียน (10+1) ครั้งที่ 22 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ว่าด้วยเรื่องสถานการณ์ทะเลจีนใต้โดยรวมรักษาไว้ซึ่งความสงบด้วยความพยายามร่วมกันของจีนและกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน เมื่อปีที่แล้ว ข้าพเจ้าได้เสนอเจตนารมณ์ให้บรรลุซึ่งแนวปฏิบัติใทะเลจีนใต้(COC)ภายในเวลา 3 ปี

ทว่าภายในระยะเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งปี ทุกฝ่ายได้บรรลุการพิจารณาตรวจสอบวาระที่หนึ่งก่อนเวลากำหนดและได้เริ่มการพิจารณาตรวจสอบวาระที่สอง แนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct in the South China Sea – COC) คือการยกระดับของปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้(Declaration on the Conduct of Parties in the South China Sea – DOC)

จีนหวังว่าทุกฝ่ายจะปฏิบัติตามหลักการแต่ละประการของปฏิญญาฯ ขจัดอุปสรรคและก้าวไปข้างหน้า ผลักดันการหารือตามกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ เพื่อให้บรรลุการพิจารณาตรวจสอบวาระที่สองภายในปี 2020 เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับ “วิสัยทัศน์สามปี” ทำให้ทะเลจีนใต้มีความสงบสุข เป็นทะเลแห่งมิตรภาพและความร่วมมือ ปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพอันมั่นคงยาวนานในภูมิภาค