กระทงลิขสิทธิ์ จับลิขสิทธิ์ มาร์ค พิทบูล

‘มาร์ค พิทบูล’ แฉ!! กลุ่มจับลิขสิทธิ์ทำเป็นธุรกิจ มีซื้อ-ขายใบอนุญาต

Home / ข่าวทั่วไป / ‘มาร์ค พิทบูล’ แฉ!! กลุ่มจับลิขสิทธิ์ทำเป็นธุรกิจ มีซื้อ-ขายใบอนุญาต

ประเด็นน่าสนใจ

  • “มาร์ค พิทบูล” ร้องกองปราบ กรณีจับลิขสิทธิ์กระทงการ์ตูน เด็ก 15 ปี
  • เผยกลุ่มคนจับลิขสิทธิ์ทำเป็นขบวนการ จนกลายเป็นธุรกิจ
  • แฉ!! มีการซื้อ-ขายใบอนุญาต

นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล เปิดเผยว่า วันนี้มาที่กองปราบก็อยากจะมาร้องเรียนเรื่องของการจับลิขสิทธิ์ ซึ่งตนเองต่อสู้เรื่องนี้มาไม่ต่ำกว่า 5 ปีแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะช่วยเหลือได้เป็นเคสบายเคส ไม่เคยได้ถึงตัวการ มีคนร้องเรียนเรื่องนี้มามากส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของการจับกุมที่ตลาดนัด อาทิ สิค้ามือสอง ถ้วยชาม แก้วกาแฟ แล้วก็นำไปรีดไถ

ซึ่งตนเองก็พยายามร้องเรียนเรื่องนี้ไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ละสถานีที่เจ้าหน้าที่ให้ความร่วมมือ แต่เรื่องก็เงียบหาย ประจวบเหมาะกับตอนนี้มีเหตุการณ์ที่กำลังเป็นกระแส สังคมเกิดการตื่นตัวก็เลยอยากจะกลับมาลุยอีกสักครั้ง ตนจึงมาร้องเรียนถึงกองปราบ เพราะหากจะไปร้องเรียนที่ท้องที่เกิดเหตุ อาจจะเกิดการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ด้วยกันเอง

มาร์ค พิทบูล ยังได้เปิดเผยอีกว่า ธุรกิจนี้มันเกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ซึ่งตนได้เคยคุยกับแหล่งข่าวที่เคยมีอาชีพ ทำเกี่ยวกับการจับลิขสิทธิ์ โดยบริษัทฯต่างชาติจะแต่งตั้งตัวแทนในประเทศไทย โดยเจตนาของบริษัทเหล่านี้คือต้องการให้ไปทลายแหล่งละเมิดลิขสิทธิ์ขนาดใหญ่ เป็นโรงงานที่ผลิตสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นร้อยเป็นพันชิ้นแล้วส่งขาย

โดยเจ้าหน้าที่ที่ได้ดำเนินการจับกุมก็จะได้ส่วนแบ่งมูลค่านับแสนบาท กลายเป็นธุรกิจที่มีเงินหมุนเวียนอย่างมหาศาล ทำให้มันก็เกิดธุรกิจการขายช่วงต่อ โดยมีการซื้อขายใบอนุญาตรับมอบอำนาจ ซื่งมีอายุหนี่งเดือน ราคา 5,000 – 10,000 บาท

และเมื่อได้ใบอนุญาติมาแล้วคนเหล่านี้ก็จะออกล่าเหยื่อ และเมื่อจับผู้ที่ละเมิดซี่งเป็นรายย่อยได้แล้วก็จะนำตัวมาคุยตกลงเรื่องค่าเสียหายกันที่สถานีตำรวจ ทั้งนี้ทางบริษัทตันสังกัดแต่ละที่ก็รู้เรื่องที่เกิดขึ้นแต่ก็สามารถทำอะไรได้มาก วันนี้ตนจึงพาผู้เสียหายส่วนหนึ่งมาร้องเรียน และอยากให้ผู้เสียหายที่เคยถูกขบวนการเหล่านี้กระทำมาร้องเรียนที่กองปราบปรามน่าจะเหมาะกว่า

ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถาม มาร์ค พิตบูล ต่อว่า การมาในครั้งนี้มาเพื่อ “เกาะกระแสรึเปล่า” นายณัชพล กล่าวว่า หากตนอยากเกาะกระแสจริงๆก็คงต้องไปที่โคราชแล้ว เพราะเรื่องน้องที่โดนจับเรื่องกระทงละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ที่นั่น