กลุ่ม BRN แถลงการณ์ หลังเหตุโจมตี 15 ศพ ลำพะยา จ.ยะลา

Home / ข่าวทั่วไป / กลุ่ม BRN แถลงการณ์ หลังเหตุโจมตี 15 ศพ ลำพะยา จ.ยะลา

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยอมรับเหตุที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือกองกำลังนักรบปาตานี
  • อ้างทำไปเพราะตอบโต้ทางการไทยที่ไม่จริงใจในการเจรจาสันติ

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ใช้อาวุธเข้าโจมตี ป้อม-จุดตรวจ ชรบ.บ้านทุ่งสะเดา บ้านย่อยของบ้านทางลุ่ม ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา จนเป็นเหตุทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 15 ราย และนับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของกองกำลังภาคประชาชนตลอด 15 ปีไฟใต้นั้น

ล่าสุดกลุ่ม BRN ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก BRN Barisan Revolusi National แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า

ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชีวิตของประชาชนชาวสยามพุทธและประชาชนชาวมลายูในเหตุการณ์ที่ถูกซุ่มโจมตีโดยกองกำลังนักรบปาตานี

BRN ยังคงยึดมั่นในแนวทางสันติภาพที่มีความจริงใจในการปฏิบัติการทั้งหมด ไม่ใช่อย่างที่รัฐบาลสยามไทยกำลังดำเนินการ ฉากหน้าคือความพยายามพูดคุยอย่างสันติ

แต่ฉากหลังได้สั่งกำลังพลทุกระดับชั้นดำเนินการทุกรูปแบบต่อประชาชนปาตานี ทั้งการอุ้มฆ่า,สังหารอย่างถูกกฏหมาย (พรก.และกฏอัยการศึก),เก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมโดยที่ไม่มีการยินยอมและอื่นๆ ที่รัฐสยามไทยกำลังปฏิบัติการอยู่

สิ่งเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นสำคัญ ที่รัฐสยามได้วางเดิมพันสูงต่อกองกำลังนักรบของเรา ที่ล้วนแล้วมีศักยภาพพร้อม และพร้อมปฏิบัติการโดยทันทีตามการตัดสินใจของหัวหน้าชุดและสภาที่ปรึกษาในพื้นที่

ที่นี่…ดินแดนปาตานี

แผ่นดินที่ถูกปล้นชิงและยึดครองตามรูปแบบในอดีตและการแสวงหาอาณานิคม และไม่มีการคืนดินแดนแก่เจ้าของดินแดนตามพันธสัญญาแองโกลสยามแต่อย่างใด

เราได้มีการปฏิบัติตามพันธสัญญาการต่อสู้ตามหลักอัลกุรอ่านและหลักสากลไปแล้ว ว่าด้วยการต่อสู้ในรูปแบบรัฐสภาโดยส.ส.อดุลย์ ณ สายบุรี และยื่นข้อเรียกร้อง 7 ข้อของท่านหะยีสุหลง อับดุลกอเดร์ ซึ่งเป็นการต่อสู้อหิงสาโดยพยายามหลีกหนีการกระทบกระทั่งให้น้อยที่สุด เป็นการต่อสู้ของประชาชนอย่างแท้จริง

แต่สองท่านที่กล่าวถึงรวมทั้งทีมงานกลับถูกรัฐบาลสยามไทยสังหารและต้องหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นเหตุการณ์ที่เป็นที่รู้จักของสังคมโลก

การสังหารหมู่ประชาชนและโยนศพทิ้ง ณ สะพานกอตอ โดยนาวิกโยธินของรัฐบาลสยามไทยและนำไปสู่การเดินขบวนที่มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 100,000 คน #ด้วยสันติวิธี แต่ก็ลงท้ายด้วยการสังหารหมู่ของเจ้าหน้าที่สยามไทย

การเรียกร้องให้ปล่อยตัว ชรบ. ที่ไม่มีศักยภาพในการป้องกันตนเองและรัฐสยามไทยกล่าวหาว่ามอบปืนให้กับนักรบปาตานี #เพื่อหาคนรับผิดชอบโดยที่เจ้าหน้าที่ต้องการหนีความผิด ก็ลงท้ายด้วยการสังหารประชาชนเสียชีวิต 85 ศพ สูญหายกว่า 36 ราย

การต่อสู้ของขวนการอยู่ตามหลักอัลกุรอ่าน

การก่อตั้งขบวนการต่อสู้ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการต่อสู้ตามหลักอัลกุรอ่าน เมื่อถึงขีดสุดของการต่อสู้ด้วยสันติวิธีจนน้ำตาหลั่งรดผืนแผ่นดิน การต่อสู้ด้วยวิธีการที่สูงที่สุดจึงสามารถกระทำได้บนผืนแผ่นดินของตนเองและยุทธศาสตร์การรบ

แผ่นดินปาตานี คือ ผืนแผ่นดินอิสลามที่ถูกยึดครอง(ดารุลฮัรบี) เป็นแผ่นดินที่มีศึกสงครามนับแต่การเข้าปล้นชิงและยึดครองของสยามไทยจากอดีตจนปัจจุบัน ซึ่งการรบอาจไร้รูปแบบแต่มียุทธศาสตร์ที่มั่นคง

สำหรับประชาชนชาวมลายูปาตานี ท่านจงปฏิบัติตามอัลกุรอ่านและฮาดิษอย่างเคร่งครัด จงแยกให้ออกว่ามิตรและศัตรู ซึ่งในตำราการต่อสู้กับกาเฟรได้จำแนกแยกแยะในเรื่องต่างไว้ชัดเจน จงเรียนรู้ให้ถ่องแท้ก่อนที่จะตัดสินใจ

การต่อสู้ของเราไม่มีวันจบ

สำหรับประชาชนชาวมลายูพุทธ ท่านจงศึกษาการวิวัฒนาการและศึกษารากเหง้าของท่านให้ถ่องแท้ว่าท่านคือใคร

สำหรับประชาชนชาวสยามพุทธ ที่ถูกรัฐบาลสยามไทยนำเข้ามาเพื่อปฏิบัติตามนโยบายสลายและกลมกลืนทางชาติพันธุ์ของคนมลายูปาตานีในพื้นที่ ท่านจงศึกษาถึงประวัติศาสตร์การย้ายถิ่นฐานของท่านให้กระจ่างแจ้ง ก่อนที่จะตัดสินใจอะไรลงไป

เราไม่ต้องการขับไล่ประชาชนชาวสยามพุทธที่เกิดบนผืนแผ่นดินปาตานี แต่อยากให้ทุกท่านจงเรียนรู้ว่าควรจะปฏิบัติตนเช่นไรในผืนแผ่นดินปาตานี ซึ่งมีชาวมลายูมุสลิมและพุทธเป็นเจ้าของดินแดน

จงเรียนรู้ให้กระจ่างไม่ใช่เรียนรู้ด้วยใจที่อคติและถูกล้างสมองพร้องถูกปลูกฝังหรือหลอกลวงจากรัฐสยามไทยของท่านเพื่อรักษาอำนาจของตนเอง

การต่อสู้ของเราไม่มีวันจบสิ้น
BRN

ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่านขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชีวิตของประชาชนชาวสยามพุทธและประชาชนชาวมลายูในเหต…

โพสต์โดย BRN Barisan Revolusi National เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2019