ยิงกันในศาล ศาลจังหวัดจันทบุรี

[อัปเดต] เหตุยิงกันภายในศาลจังหวัดจันทบุรี ล่าสุด เสียชีวิต 3 บาดเจ็บ 2

Home / ข่าวทั่วไป / [อัปเดต] เหตุยิงกันภายในศาลจังหวัดจันทบุรี ล่าสุด เสียชีวิต 3 บาดเจ็บ 2

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุยิงกันภายในศาลจังหวัดจันทบุรี เมื่อเวลาประมาณ 9.30 น. ที่ผ่านมา
  • มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมด 5 ราย หลังจากนำส่ง รพ. แล้วเสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย
  • ชนวนเหตุคือเรื่องของคดีที่ดินกว่า 3 พันไร่ ที่ทั้งสองฝ่ายมีคดีฟ้องร้องกันอยู่
  • เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ สรุปรายงานเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีรายงานว่าเกิดเหตุยิงกันภายในศาลจังหวัดจันทบุรี บริเวณหน้าบังลังค์ศาลฯ ในคดีแพ่งฟ้องแพ่งที่ดินกันมานานกว่า​ 10ปี ​เบื้องต้นมีรายงานผู้บาดเจ็บจำนวน 5 ราย ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง โดยมีการยืนยันการเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 2 ราย

โดยล่าสุด (15.00 น. ) ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ยิงกันในศาลจังหวัดจันทบุรี มีจำนวน 3 รายคือ
  • นายบัญชา ปรณีศณาภรณ์ ทนาย​โจทก์
  • นายวิจัย สุขรมย์ ทนาย
  • พลตำรวจตรีธารินทร์ จันทราทิพย์ (ผู้ก่อเหตุ)

รายงานข่าวเผยว่า ช่วงเกิดเหตุอยู่ระหว่างรอพิจารณาคดี เนื่องจากคู่ความทั้งสองฝ่ายพิพาทกันหลายคดีต่อเนื่อง มานานหลายปี เริ่มต้นจากข้อพิพาทในคดีแพ่ง เกี่ยวด้วยที่ดินจำนวนกว่า 80 แปลง รวมพื้นที่มากกว่า 3 พันไร่ โดยทั้งสองฝ่ายมีการฟ้องคดีอาญากันอีกหลายคดีรวมถึงคดีที่มีนัดพิจารณาวันนี้ด้วย

คดีนี้เป็นการฟ้องคดีอาญา ข้อหาฟ้องเท็จ และเบิกความเท็จ อยู่ระหว่างการสืบพยานฝ่ายจำเลย คู่กรณีเกิดการโต้เถียงกัน ก่อนมีการใช้อาวุธปืนยิงกันหน้าบังลังค์ศาล จำนวน 6 นัด ผู้ก่อเหตุคือ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อายุ 67 ปี ใช้อาวุธปืนกล็อก 22 ขนาด .40 มม. ยิงคู่กรณี​บาดเจ็บ​ 4​ ราย​ ทราบชื่อต่อมาคือ

  • นายบัญชา​ ปรมีคณาภรณ์ ทนาย​โจทก์​
  • นางสุภาพร ปรมีคณาภรณ์ ภรรยา​นายบัญชาฯ​
  • นายวิจัย​ สุขรมย์ ทนาย
  • นายวิชัย​ อุดมธนภัทร ทนาย

และในขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนว่า ผู้ใดเป็นผู้ยิง พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นอยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และสืบสวนว่าผู้ก่อเหตุสามารถนำอาวุธเข้าไปภายในศาลได้อย่างไร อย่างไรก็ตามหากมีความคืบหน้าทางทีมข่าว MThai จะรายงานให้ทราบต่อไป