จับลิขสิทธิ์ ล่อซื้อสินค้า สินค้าลิขสิทธิ์

กลุ่มผู้ค้าที่ถูกล่อซื้อลิขสิทธิ์กว่า 20 ราย ร้องกองปราบเอาผิดพวกรีดไถ

Home / ข่าวทั่วไป / กลุ่มผู้ค้าที่ถูกล่อซื้อลิขสิทธิ์กว่า 20 ราย ร้องกองปราบเอาผิดพวกรีดไถ

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีการล่อซื้อสินค้าสินลิขสิทธิ์ มีผู้เสียหายกว่า 20 ราย
  • ได้รวมตัวกันร้องกองปราบปราม เพื่อผิดกลุ่มที่รีดไถ
  • มีขู่เรียกเงินตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท

วันที่​ (12​ พ.ย.62) ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) นายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ พร้อมผู้เสียหายกว่า 20 คน เข้าร้องทุกข์กับ พ.ต.ต.ศุภชัย ชาติมนตรี สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.เพื่อขอให้ตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทลิขสิทธิ์ ทำทีมาสั่งซื้อสินค้าก่อนแจ้งความฐานละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเรียกรับเงินเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดี ว่าเป็นตัวแทนจากบริษัทจริงหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าไม่ใช่ตามที่กล่าวอ้าง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นายวรกร กล่าวว่า มีบุคคลอ้างเป็นตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์การ์ตูนโดราเอม่อน ติดต่อผู้เสียหายรายหนึ่งใน จ.นครปฐม มาล่อซื้อชุดว่ายน้ำลายตัวการ์ตูน ก่อนจะโดนตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม จับกุมพร้อมเรียกเงินประกันตัว 50,000 บาท พร้อมระบุหากไม่จ่ายเงินก็จะถูกคุมขังที่โรงพัก แต่เหยื่อต้องการสู้คดีที่ชั้นศาล จนกระทั่งไกล่เกลี่ยเงินค่าปรับให้ตัวแทนลิขสิทธิ์เหลือ 15,000 บาท และได้รับการปล่อยตัว

ซึ่งมีเหยื่อที่ถูกล่อซื้อสินค้าลักษณะนี้ทั้งในท้องที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยจะมีตัวแทนลิขสิทธิ์ ติดต่อซื้อสินค้าผ่านเฟซบุ๊กและไลน์ พร้อมขู่เรียกเงินตั้งแต่ 20,000-100,000 บาทเพื่อแลกกับการไม่ต้องขึ้นศาลทำให้กลุ่มผู้เสียหายไม่ไว้ใจตำรวจท้องที่เพราะถูกคนกลุ่มดังกล่าว ข่มขู่จะแจ้งความกลับ จึงพามาร้องทุกข์ที่กองปราบในวันนี้

หนึ่งในผู้เสียหายจาก จ.นนทบุรี กล่าวว่า กรณีตนได้รับฟิกเกอร์ตัวการ์ตูนวันพีช ของแท้มาขาย แต่กลับถูกกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ล่อซื้อสินค้าโดยนัดรับของที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ด จากนั้นเมื่อพบกับคนกลุ่มนี้ ตนก็ถูกล้อมและบอกว่าสินค้าที่นำมาขายเป็นของปลอม ก่อนจะตั้งโต๊ะบังคับให้เซ็นต์ในกระดาษเปล่าเพื่อรับสารภาพ

ทั้งที่ไม่มีตำรวจมากับคนกลุ่มนี้ และข่มขู่ว่าหากไม่ทำตาม จะแจ้งความฐานไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.72 พร้อมเรียกเงินอีก 2 แสนบาท ต่อมา ตนได้นำสินค้าไปให้บริษัทแม่ตรวจกระทั่งอัยการไม่สั่งฟ้องศาล ใช้เวลาสู้คดีกว่า 1 ปี จนชนะเนื่องจากสินค้าที่ตนนำมาขายเป็นของแท้ ซึ่งไม่ได้มีเหยื่อหลายคนที่โชคดีแบบนี้

เบื้องต้น พ.ต.ต.ศุภชัย สอบปากคำผู้ร้องทุกข์ พร้อมตรวจสอบหลักฐานบันทึกการถอนแจ้งความในแต่ละท้องที่ของผู้เสียหายที่ถูกบุคคลกลุ่มมนี้เรียกรับเงินเพื่อไม่สู้คดีมาประกอบการพิจารณา ก่อนรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป