ปลาหมึกสายวงน้ำเงิน หมึกสายวงน้ำเงิน

เตือนหมึกสายวงน้ำเงิน พิษร้ายแรงกว่างูเห่า 20 เท่า

Home / ข่าวทั่วไป / เตือนหมึกสายวงน้ำเงิน พิษร้ายแรงกว่างูเห่า 20 เท่า

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เตือนหากพบหมึกสายวงน้ำเงินห้ามจับเล่นหรือนำมาประกอบอาหาร
  • หมึกสายวงน้ำเงินสัตว์ทะเลที่มีพิษรุนแรง พิษร้ายแรงกว่างูเห่า 20 เท่า ผู้ถูกกัดอาจจะตายภายใน 2-3 นาที
  • การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ต้องหาวิธีนําอากาศเข้าสู่ปอด เช่น เป่าปาก จากนั้นรีบนําส่งแพทย์โดยด่วนเพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจ

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวถึงกรณีชาวประมงจังหวัดชุมพรจับหมึกสายวงน้ำเงินได้ ว่า ขอเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวหากพบเห็นหมึกชนิดนี้ตามสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล ห้ามจับเล่นหรือนำมาประกอบอาหารโดยเด็ดขาด เพราะพิษของหมึกสายวงน้ำเงินไม่สลายแม้โดนความร้อน

ส่วนพฤติกรรมไม่มีนิสัยดุร้าย แต่หากพบมีภัยวงน้ำเงินบนตัวจะเข้มแล้วพุ่งเข้าหาเพื่อป้องกันตัว หากเจอควรจะหลีกเลี่ยงหรืออย่าไปทำอะไร แม้แต่สัมผัส ไม่ควรทำ ปล่อยให้ลอยไปตามธรรมชาติแล้วจะปลอดภัย เพราะหมึกสายวงน้ำเงินสัตว์ทะเลที่มีพิษรุนแรงต้องระวังไว้ให้มาก และมีพิษร้ายแรงกว่างูเห่า 20 เท่า ผู้ถูกกัดอาจจะตายภายใน 2-3 นาที

ซึ่งหมึกชนิดนี้เคยพบในทะเลไทย โดยเฉพาะ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อาศัยอยู่ตามพื้นทราย พื้นทะเล ออกหากินเวลากลางคืน จับพวกกุ้งพวกปลากินเป็นอาหาร แต่พบได้ไม่บ่อยนัก หากเจอหมึกชนิดนี้ไม่ต้องไปทำร้ายแค่หลีกเลี่ยงพอ ทั้งนี้ ยังไม่พบรายงานมีคนไทยถูกหมึกชนิดนี้กัด แต่ควรระมัดระวังไว้

หากประชาชน ชาวประมง และนักท่องเที่ยว พบเห็นหมึกสายวงน้ำเงินบริเวณทะเลในประเทศไทยสามารถแจ้งมายังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเบอร์โทรศัพท์ 02-141-1300 หรือสายด่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม GreenCall โทร.1310 เพื่อจะได้เก็บข้อมูลการพบเจอหมึกชนิดนี้ไปศึกษาและวิจัยทางวิชาการต่อไป

สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ต้องหาวิธีนําอากาศเข้าสู่ปอด เช่น เป่าปาก จากนั้นรีบนําส่งแพทย์โดยด่วนเพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจ หากช่วยชีวิตเป็นผล ผู้ป่วยจะฟื้นเป็นปกติภายใน 24 ชั่วโมง ยกเว้นขาดอากาศนานเกินไปจนทําให้สมองตาย

โดยผู้ที่ได้รับพิษจากหมึกสายวงน้ำเงินควรทําการปฐมพยาบาลทันทีหลังถูกกัด ด้วยการใช้เทคนิคการกดรัดและตรึงอวัยวะส่วนนั้นไม่ให้เคลื่อนไหว เพื่อทําให้พิษไม่แพร่กระจายเข้าระบบไหลเวียนโลหิต โดยใช้ผ้าพันจากอวัยวะส่วนปลายไล่มาจนถึงบริเวณเหนือแผลที่ถูกกัด หากเป็นบริเวณแขนหรือขาให้ใช้วัสดุไม้ดามไว้ด้วย

แต่หากถูกกัดบริเวณลําตัวกรณีที่พันได้ให้พันด้วยแต่อย่าให้แน่นจนทําให้หายใจลําบาก และไม่ควรกรีดปากแผลที่ถูกกัด เพราะทําให้พิษกระจายมากขึ้น ซึ่งเทคนิคนี้เป็นการซื้อเวลาให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น ก่อนนําผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล