นักเล่าความสุข สสส.

สสส.จับมือนิตยสารสารคดี เปิดค่าย “นักเล่าความสุข”

Home / ข่าวทั่วไป / สสส.จับมือนิตยสารสารคดี เปิดค่าย “นักเล่าความสุข”

ประเด็นน่าสนใจ

  • สสส.จับมือนิตยสารสารคดี เปิดค่าย “นักเล่าความสุข” สร้างสังคมสุขภาวะ
  • ถ่ายทอดความสุขผ่านตัวอักษรถ่ายทอดสู่สื่อดิจิทัล หวังสร้างเครือข่ายนักสื่อสารรู้เท่าทันสื่อ ฉลาดรู้ด้านสุขภาพ

ที่ศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะ ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส.สนับสนุนโครงการพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารเพื่อสุขภาวะ: ค่ายสารคดี โดยร่วมกับนิตยสารสารคดี เพราะมองเห็นศักยภาพและความสำคัญของการใช้สื่อดิจิทัล

โดยในปีนี้จัดกิจกรรม “ค่ายนักเล่าความสุข” ซึ่งมีนักเล่าความสุขร่วมสมัครกว่า 160 ทีม จากผู้สมัครกว่า 400 คน จากทั่วประเทศ คัดเลือกจนได้ 30 ทีม มาร่วมกิจกรรม ซึ่งมีกระบวนการการจัดอบรมการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ “ความสุข” ของตนมาเผยแพร่สู่สังคม นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้สร้างสื่อรู้จักดูแลตนเอง รู้เท่าทันสื่อ เข้าใจวิถีสุขภาวะทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา รวมทั้งมีความรับผิดชอบต่อสังคม และเพื่อการพัฒนาเนื้อหาที่สร้างความฉลาดรู้ด้านสุขภาพ

สำหรับภายในงานมีทั้งกิจกรรม Workshop บทสนทนา “ความสุขในชีวิต โดย ต้น สุรศักดิ์ เทศขจร และ บีเบนซ์ พงศธร ธิติศรัณย์ กิจกรรม Talk “พบสุขเมื่อคุณสังเกต” เรื่องราวบันดาลใจจากสุขสปีคเกอร์ เช่น “สิ่งสาคัญของหัวใจ” โดยนิ้วกลม ศราวุธ เฮงสวัสดิ์ “ความสุขของเซเปียนส์” โดยดร.นาชัย ชีววิวรรธน์ และ “ช่วงชีวิตที่ดีที่สุด” ไอรีล ไตรสารศรี ART.for.CANCER และการRecap กติกาและขั้นตอนการแข่งขันในค่าย “นักเล่าความสุข”โดย สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ บรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี

นิ้วกลม ศราวุธ เฮงสวัสดิ์ ความสุขคือ”ความสุขต้องเกิดจากการที่เราจะเอาชนะอะไรบางอย่างที่มันยากมากๆ เมื่อไหร่ที่เราตื่นขึ้นมาเราไม่มีโจทย์ยากที่จะต้องเอาชนะ เราจะรู้สึกว่าไม่อยากใช้ชีวิตต่อซักเท่าไหร่ ฉะนั้นเราต้องตั้งโจทย์ในการใช้ชีวิต เช่นการวิ่งมาราธอน ที่คนปกติแค่สองกิโลก็ยากแล้วแต่เราตั้งโจทย์ที่อยากจะชนะมัน พอชนะมันได้พลังชีวิตก็จะดรอปลงหลังจากนั้นผมก็เชื่อ100%ว่าชีวิตมนุษย์ต้องมีเป้าหมายบางอย่างให้เอาชนะในเรื่อใดอะไรก็ได้ชีวิตที่จะมีความสุขมันจำเป็นต้องผ่านความทุกข์ไป และอุปสรรคที่ต้องยากมากๆให้ข้ามผ่านไป ความสุขที่มันไม่ต้องผ่านอะไรเลยเราอาจไม่มีพลังอะไรเลยก็ได้”

ดร.นาชัย ชีววิวรรธน์ “คนเรามีความสุขมากขึ้นรึเปล่าถ้ามีเงินเยอะๆ คำตอบส่วนคงตอบว่าอยากจะมี มีเงินเยอะยิ่งเยอะยิ่งดีแต่หลังจากนั้นจะดิ่งลง คนที่มีเงินเยอะมากๆนานๆความสุขก็จะน้อยลง อย่างเช่นคนอเมริกา ถ้าไปถามคนอเมริกันว่าถ้าให้เงินเดือนคุณเพิ่มขึ้น 1เท่า แต่เพื่อนๆคุณเพิ่ม2เท่า คุณจะเอาไหม คนอเมริกาจะตอบว่าไม่เอา แต่ถ้ากลับกันถามว่าถ้าลดเงินเดือนคุณ1เท่า แต่เพื่อนๆคุณ 2 เท่าเอาไหม เขากลับเลือกที่จะตอบเอา คุณจะมีความสุขเมื่อเห็นคนอื่นลำบากกว่าเรา “

ไอรีล ไตรสารศรี จากมูลนิธิเพื่อสังคมผู้ป่ยมะเร็งในประเทศไทย ART.for.CANCER เปิดเผยว่า “หลังจากที่เรียนจบเจอจุดเปลี่ยนในชีวิต ตอนที่รู้ว่าเราเป็นมะเร็งและพอรู้ก็ระดับ4 แล้ว สิ่งแรกที่รู้สึกคือทำไมต้องเป็นเราเนี้ยทำไมเราเกิดมาซวยขนาดนี้ ตอนนั้นเป็นความรู้สึกของเราจริงๆที่ไม่มีอะไรบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ชีวิตมันพังไม่รู้ว่าเราจะมีชีวิตไปถึงเมื่อไหร่ แล้วเราก็จมอยู่ในคำถามนี้ แต่พอไปรักษาที่ศิริราชไปเห็นภาพความเป็นจริงของมนุษย์ที่เห็นผู้ป่วยมากมายที่ล้นออกมาต้องนอนตามทางเดิน ทำให้เราเห็นว่าไม่ใช่มีเรานี่หว่าที่ไม่ได้ป่วยคนเดียว มีผู้ป่วยมะเร็งมากมายที่ไม่มีโอกาสที่ดีในการรักษา เรายังมีจิตใจที่เข้มแข็งที่จะรักษา เราอายุยังน้อย ทำให้เราอยากที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรให้กับผู้ร่วมโลกจึงเกิด ART.for.CANCER ขึ้นมา อยากจะเป็นตัวกลางเพื่อผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ ที่จะมาทำกิจกรรมสร้างความรู้ให้กับผ้ป่วยมะเร็งในประเทศไทย พอเราเป็นมะเร็งทำให้เรามีพลังในการใช้ชีวิตมากขึ้นด้วยซ้ำ ที่จะขับเคลื่อนสังคม”