ข่าวสดวันนี้ เรือดำน้ำ เรือดำน้ำพม่า

ทัพเรือทราบแล้ว เมียนมาร์มีเรือดำน้ำ เร่งหาทางรับมือ

Home / ข่าวทั่วไป / ทัพเรือทราบแล้ว เมียนมาร์มีเรือดำน้ำ เร่งหาทางรับมือ

ประเด็นน่าสนใจ

  • 24 ธ.ค.นี้ ทางการเมียนมาร์ จะทำพิธีรับมอบเรือดำน้ำจากอินเดียอย่างเป็นทางการ
  • กองทัพเรือไทยทราบเรื่อง พร้อมเร่งหาทางรับมือ
  • การจัดซือเรือดำน้ำของเมียนมาร์ เป็นการดูแลความมั่นคงและรักษาผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศ

จากกรณีที่มีข่าวว่า ทางการของเมียนมาร์ ได้รับมอบเรือดำน้ำลำแรกจากทางกองทัพของอินเดียแล้ว ซึ่งคาดว่าจะทำพิธีการรับมอบอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 ธ.ค.นี้นั้นทางกองทัพเรือ ได้ทราบเรื่องของการมีเรือดำน้ำของทางการเมียนมาแล้ว

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่าน เพจ กองทัพเรือ โดย โฆษก กองทัพเรือ ที่ระบุว่า พลเรือโทประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ และโฆษกกองทัพเรือ เผยว่า ทัพเรือภาคที่ 3 ต้องเตรียมการรับมือกับสถานการณ์ใหม่ หลังทราบข่าวว่าใน 24 ธ.ค.62 นี้ ประเทศเมียนม่าร์จะมีเรือดำน้ำเข้าปฏิบัติงานในทะเลอันดามัน

สำหรับเรือดำน้ำลำแรกของเมียนมาร์นี้ เป็นเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้า จากประเทศอินเดีย โดยเป็นเรือดำน้ำชั้น Kilo ใช้เชื้อเพลิงดีเซล ขนาด 3,000 ตัน ความยาว 72.6 ม. มีระยะปฏิบัติการใต้น้ำได้ราว 640 กม. สามารถปฏิบัติการใต้น้ำได้ราว 45 วัน กำลังพลประจำเรือจำนวน 52 นาย สามารถดำน้ำลึกได้สูงสุด 300 เมตร

โดยเรือดำน้ำรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากด้วยประสิทธิภาพในเรื่องของความเงียบ และความสามารถติดอาวุธได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งอินเดียได้จัดซื้อจากประเทศรัสเซียตั้งแต่ปี 1980 โดยได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยและยังได้ทำการปรับปรุงระบบต่างๆ เพิ่มเติมจากอู่ต่อเรือในประเทศอินเดียอีกด้วย

โดยเมียนม่าร์ยังระบุว่า เรือดำน้ำลำนี้ จะถูกใช้ในภารกิจด้านความมั่นคงและการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของเมียนมาร์เป็นหน้าที่หลัก ซึ่งในอนาคตรัฐบาลเมียนม่าร์ ยังคงมีแผนในการเจรจากับรัสเซีย เพื่อจัดหาเรือดำน้ำชั้น Kilo เพิ่มเติมในอนาคตเพื่อขยายขีดความสามารถทางทหารของพม่าอีกด้วย

ซึ่งถือว่าเป็น ขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธีทางทหาร ของประเทศรอบบ้านด้านฝั่งทะเลอันดามันอีกประเทศหนึ่ง ที่กองทัพเรือไทยจะต้องเร่งหาวิธีการรับมือต่อไป

แหล่งข่าวระบุ ก้าวแรกที่สำคัญของพม่า

แหล่งข่าวระบุตรงกันว่า แม้เรือดำน้ำที่พม่าได้มีการจัดซื้อมานั้น จะเป็นเรือดำน้ำที่เรียกได้ว่า เป็นเรือดำน้ำมือสอง จากอินเดีย แต่ก็ถือว่า โดยระบการใช้งานหลักๆ แล้ว ยังคงความเป็นเรือดำน้ำที่มีการใช้งานต่างๆ บนพื้นฐานของเรือดำน้ำรัสเซีย

ทำให้หากอนาคต กองทัพเรือพม่านั้นจัดหาเรือดำน้ำจากรัสเซียมาใช้งานเพิ่มเติม ก็จะมีความคุ้นเคยอย่างมาก จากการที่ได้ฝึกซ้อมกับเรือจริง ซึ่งแนวโน้มทางการพม่าน่าจะมีแผนการจัดหาเรือดำน้ำเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 ลำ อย่างแน่นอน

ส่วนเรือดำน้ำของไทย เป็นเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้า ที่จัดซื้อจากจีน โดยเพิ่มทำพิธีตัดแผ่นเหล็กตัวเรือไปเมื่อช่วงปี 2561 และคาดว่าจะส่งมอบกันได้ในช่วงปี 2023 ระวางขับน้ำ2,600 ตัน ความเร็วสูงสุด 18 นอต ปฏิบัติการต่อเนื่องใต้น้ำได้สูงสุด 20 วัน

ซึ่งหากเทียบกับเรือดำน้ำลำของพม่า โดยภาพรวมของไทยยังคงได้เปรียบอยู่ ทั้งในแง่ของความเร็ว ความสามารถในการดำน้ำที่ลงได้ลึกมากกว่า เพียงแต่ข้อได้เปรียบในขณะนี้คือ พม่ามีเรือดำน้ำเข้าฝึกซ้อมจริงเป็นทีเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ทางกองทัพไทยเองจำเป็นที่จะต้องเร่งการฝึกทันทีหากได้รับมอบเรือดำน้ำจากจีน

ส่วนข้อกังวลว่า พื้นที่บริเวณอ่าวไทยมีน้ำตื้นนั้น เป็นเรื่องที่มีการกล่าวถึงกันไปเอง เพราะเรือดำน้ำของสหรัฐ เองก็เคยเข้ามาถึงสัตหีบ ในการฝึกร่วมเมื่อหลายปีก่อนแล้ว