นอนโลงศพ วัดตะเคียน สะเดาะเคราะห์

‘นอนโลงศพ’ สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตารับปีใหม่

Home / ข่าวทั่วไป / ‘นอนโลงศพ’ สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตารับปีใหม่

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประชาชนเดินทาง ทำบุญช่วงปีใหม่ไม่ขาดสาย ที่ วัดตะเคียน จ.นนทบุรี
  • ด้วยการต่อชะตา การนอนในโลงแล้วให้พระภิกษุประกอบพิธีบังสุกุลเป็น-บังสุกุลตาย
  • เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ต่ออายุ เสริมดวงชะตาเปรียบเสมือนตายแล้วเกิดใหม่

วันนี้ ที่ วัดตะเคียน จ.นนทบุรี ตลอดทั้งวันมีประชาชนเดินทางแวะเวียนมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำบุญช่วงปีใหม่ไม่ขาดสาย พร้อมด้วยการต่อชะตา การนอนในโลงแล้วให้พระภิกษุประกอบพิธีบังสุกุลเป็น-บังสุกุลตาย เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ต่ออายุ เสริมดวงชะตาเปรียบเสมือนตายแล้วเกิดใหม่

โดยเมื่อผ่านพิธีการนอนโลงศพแล้ว เชื่อกันว่าจะมีสุขภาพแข็งแรง ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข และเสริมมงคลชีวิต อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสัจธรรมของชีวิตที่ต้องมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย จึงควรดำเนินชีวิตอย่างมีสติ

ทั้งนี้การสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา พิธีสืบชะตา เป็นพิธีกรรมหนึ่งที่กระจายอยู่ในวัฒนธรรมแถบเอเชีย โดยเฉพาะในหมู่ชาวพุทธทุกนิกาย ทั้งชาวไทย จีน ไปจนถึงทิเบต รูปแบบประเพณี ก็ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของท้องถิ่น คนไทย มีความเชื่อเรื่องการต่อชะตา ซึ่งการนอนในโลงศพ แล้วให้พระภิกษุสงฆ์ทำพิธีบังสุกุลเป็นบังสุกุลตาย เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ต่ออายุ ที่นิยมมากในภาคเหนือ ทั้งนี้จะนิยมจัดในช่วงเทศกาสงกรานต์
 
 ในขณะที่พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน เรียกพิธีสืบชะตาต่ออายุว่า ” พิธีแซกี ” คือ สุสานที่ฝังหลอก แต่ที่เจ้าของหลุมยังไม่ตาย โดยได้นำสิ่งของบางอย่างตามความเชื่อ เอาไปฝังไว้ในสุสานแทนตัว เพื่อใช้พลังของฮวงจุ้ยเข้าต่อชะตาเสริมบารมี นิยมทำกันแทบทุกรุ่นของช่วงอายุ สาเหตที่ต้องทำแซกี เช่น เจ็บป่วยอย่างรุนแรง , มีผู้สูงอายุในครอบครัว แม้จะไม่ได้เจ็บป่วย แต่ก็มักจะทำแซกี เพื่อเสริมบารมีให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และกรณีดวงตกแบบสุดๆ
 
 ส่วนในภาคกลาง นิยมสะเดาะเคราะห์ด้วยการนอนโลงศพ โดยมีคติความเชื่อว่า การให้พระเถระสวดนพเคราะห์ เสริมดวงชะตา เปรียบดั่ง “ ตายแล้วได้เกิดใหม่”
 
สำหรับ พิธีการนอนโลงศพสะเดาะเคราะห์ของวัดตะเคียน จะใช้เวลาแต่ละครั้งประมาณ 5 นาที โดยพระสงฆ์ที่นิมนต์มาจำนวน 4 รูป จะสวดบังสุกุลตายให้ผู้ที่นอนในโลงศพ จะหันหัวไปทิศตะวันตก และกลับหัวมาทิศตะวันออก พระจะสวดบังสุกุลเป็น พร้อมให้ศีล ให้พร โดยทางวัดได้นำโลงศพใบเก่าไปทำพิธีฌาปนกิจตามประเพณี เพื่อให้สิ่งชั่วร้าย และสิ่งไม่ดีทั้งหลายทั้งปวง ให้มอดไหม้ไปกับกองไฟ จากนั้นเปลี่ยนโลงศพใบใหม่มาใช้ทำพิธีให้ญาติโยมตลอดปี

อย่างไรก็ตามจุดประสงค์ของการจัดพิธีนอนโลงนั้น ทางวัดระบุว่า ไม่ใช่เพียงเพื่อการสะเดาะเคราะห์อย่างเดียว แต่หากยังต้องการสื่อให้ทุกคนรู้ถึงสัจธรรมความจริงว่า ที่สุดแล้วทุกคนย่อมหนีไม่พ้นความตาย อีกทั้งการทำพิธีนี้เปรียบเสมือนการฝึกตายก่อนตายจริง ที่สำคัญ ไม่มีการกำหนดราคาค่าทำพิธีแต่อย่างใด อีกทั้งได้กราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย