ประวิตร วงษ์สุวรรณ สมัชชาคนจน

บิ๊กป้อม สั่งเร่งแก้ปัญหาสมัชชาคนจน ยันไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

Home / ข่าวทั่วไป / บิ๊กป้อม สั่งเร่งแก้ปัญหาสมัชชาคนจน ยันไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการ แก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน
  • มีมติงตั้งคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งรัดขับเคลื่อนการแก้ปัญหา
  • เร่งรัดการพิจารณาการขอยกเลิกโครงการก่อสร้าง เขื่อนท่าแซะ จังหวัดชุมพร และเขื่อนแก่งเสือเต้น จังหวัดแพร่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมคณะกรรมการ แก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนครั้งที่1/ 2563 ณ ห้องประชุม 109 อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล

โดยที่ประชุมรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 334 / 2562 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนลงวันที่ 15 พ.ย.62 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการฯมีรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยฯ

รวม 11 กระทรวง พร้อมตัวแทนสมัชชาคนจนร่วมเป็นกรรมการ และรับทราบการแต่งตั้ง นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตรีเป็นผู้ทำหน้าที่เจรจาการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนในการชุมนุมของสมัชชาคนจนช่วงวันที่ 6-23 ต.ค.62 และให้มีการรายงาน ครม.ทราบเพื่อติดตาม กำกับการแก้ไขปัญหาเชิงบูรณาการร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง

คณะกรรมการฯ เห็นชอบให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งรัดขับเคลื่อนการแก้ปัญหาต่อไป

และเห็นชอบให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งรัดการพิจารณาการขอยกเลิกโครงการก่อสร้าง เขื่อนท่าแซะ จังหวัดชุมพร และเขื่อนแก่งเสือเต้น จังหวัดแพร่

รวมถึงเห็นชอบให้ กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดการพิจารณาออกโฉนดที่ดินในเขตที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน อ.ปากน้ำโพ, อ.พยุหะคีรี และ อ.โกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ. 2479

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณผู้แทนสมัชชาคนจนที่เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบแนวทางการแก้ปัญหาตามที่ได้ร้องขอ และขอบคุณสมัชชาคนจนทุกคนที่ให้ความร่วมมือด้วยดีในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่ผ่านมา

พร้อมทั้งกำชับหน่วยงาน และกระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา และรายงานผลให้คณะกรรมการทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม รวดเร็ว นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนให้ได้ผลอย่างจริงจัง

โดยจะไม่ยอมทิ้งใครไว้ข้างหลัง และต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายที่เป็นธรรมแก่พี่น้องประชาชนทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน ยั่งยืน และขอให้ทุกหน่วยงานจะต้องมีการสร้างการรับรู้ความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนควบคู่กันไปด้วย