ลักทรัพย์

หนุ่มขับเทลเลอร์ รับสารภาพ กดเงินผู้ป่วยโรคไตไปจริง หลังปฏิเสธมาหลายครั้ง

Home / ข่าวทั่วไป / หนุ่มขับเทลเลอร์ รับสารภาพ กดเงินผู้ป่วยโรคไตไปจริง หลังปฏิเสธมาหลายครั้ง

หลังจากปฏิเสธมาหลายครั้ง ล่าสุด! หนุ่มขับเทลเลอร์ สารภาพแล้ว นำบัตรเอทีเอ็มผู้ป่วยโรคไตไปกดเงินจริง ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหาลักทรัพย์และใช้บัตรอิเลคทรอนิคของผู้อื่นโดยมิชอบ

นายณรงค์ศักดิ์ให้น้องสาวไปแจ้งความ เพราะเงินใน ATM หายไป 3,000

โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา เมื่อนายณรงค์ศักดิ์ คล้ายกระแส อายุ 47 ปี ให้นางสุทาทิพย์ แก้วนะทะ อายุ 44 ปี น้องสาวของตน ไปร้องต่อตำรวจ สภ.นางรอง อ.นางรอง ให้ช่วยติดตามบุคคลต้องสงสัยที่นำบัตร ATM ของตน ไปกดเงินจำนวน 3,000 บาท ระหว่างนอนรักษาตัวด้วยโรคไตที่โรงพยาบาลนางรอง

ผู้ต้องหา คือนายสมปอง ตอนแรกปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่จะคืนเงินให้ เผยไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน

จนต่อมาทราบว่าผู้เอาบัตรของนายณรงค์ศักดิ์ไปกดเงินคือ นายสมปอง สิมาเลาเต่า อายุ 34 ปี เป็นชาว ต.ชุมแสง อ.นางรอง อาชีพขับรถเทลเลอร์ส่งสินค้าตามห้างสรรพสินค้า และได้ไปทำงานต่างจังหวัดแล้ว ทั้งนี้นายสมปองและภรรยาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทางโทรศัพท์มาโดยตลอด ว่าไม่เคยกดเอาเงินไป เพราะตนและครอบครัวไม่เดือดร้อนเรื่องการเงิน แต่จะคืนเงินให้จำนวน 3,000 บาท ตามคำร้องขอของนายณรงค์ศักดิ์ เพราะไม่อยากจะเสียเวลาทำมาหากิน แต่ก็อยากจะให้มีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่า “ใครเป็นคนกดเงินไป”

ผู้ต้องหาสารภาพแล้ว ว่ากดเงินไปจริง แค่กดติดตัวไปยังไม่ได้ใช้

ล่าสุดวานนี้ 29 เม.ย. 63 นายสมปอง ผู้ถูกกล่าวหา ได้เดินทางมาพบตำรวจ สภ.นางรอง จากการสอบสวนเบื้องต้นนายสมปอง ยังให้การปฏิเสธ โดย ผกก. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที นายสมปองจึงเปิดปากยอมรับว่าตนได้เป็นคนกดเอาเงินไปจริง เพียงแค่เอาเงินไปติดตัว แต่ยังไม่ได้เอาเงินไปใช้ ขณะที่ น.ส.ประกาย หอยสังข์ อายุ 31 ปี ภรรยานายสมปอง กล่าวว่า ถึงเวลานี้ก็ยังไม่เชื่อว่าสามีกดเงินไปจริง เพราะไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่อยากรู้ถึงแรงจูงใจของสามีว่า ทำไมถึงไปกดเงินของเขาไป

ผู้เสียหายนายณรงค์ศักดิ์ ไม่เอาความ เพราะสงสารผู้ต้องสงสัย

ขณะที่นายณรงค์ศักดิ์ คล้ายกระแส อายุ 47 ปี ผู้ป่วยโรคไต และเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ กล่าวว่า ตนมีอาชีพหาของเก่า หลังตกงานก็หวังที่จะได้เงินเยียวยาของรัฐบาล แต่ไม่คิดว่าเงินจะหายไปง่าย ๆ แบบนี้ เป้าหมายส่วนตัวยังเหมือนเดิมคือไม่อยากจะให้ตำรวจดำเนินคดี เพียงแค่อยากได้เงินคืนเท่านั้น เพราะไม่อยากให้ผู้ต้องหาติดคุก สงสาร แต่ก็ขึ้นอยู่กับตำรวจและกฎหมาย ส่วนตัวของตนนั้นให้อภัย

ตำรวจตรวจสอบหลักฐานเพิ่ม เบื้องต้นแจ้งข้อหาลักทรัพย์และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ

ด้าน พ.ต.อ.ภควัตร ธรรมดี ผกก.สภ.นางรอง ระบุว่า หลังจากเกิดเรื่อง ตำรวจได้ทำการตรวจสอบทั้งกล้องวงจรปิดและหลักฐานอื่น จนมีการออกหมายเรียกและรับสารภาพในเวลาต่อมาทั้งนี้ตำรวจจำเป็นต้องแจ้งข้อกล่าวหา เพราะการกระทำผิดได้สำเร็จแล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อหาลักทรัพย์และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ