แอดมิชชั่น ปี 53 ยังเปลี่ยนไม่ได้

Home / ข่าวทั่วไป / แอดมิชชั่น ปี 53 ยังเปลี่ยนไม่ได้

e0b8aae0b8ade0b89ae0b981e0b8ade0b987e0b894

จากกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เสนอแนวคิดให้มีการปรับระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ใหม่ โดยเห็นว่าการคัดเลือกด้วยระบบแอดมิชชั่น ไม่สามารถคัดคนที่มีความสามารถเข้าศึกษาในคณะต่างๆ คณะที่ได้รับผลกระทบมากในขณะนี้คือ คณะวิทยาศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ เนื่อง จากนิสิตนักศึกษาปี 4 มีเกรดเฉลี่ยลดลง บางรายก็เรียนไม่ไหว ทั้งยังเสนอให้ใช้คะแนนเฉลี่ยสะสมกลางตลอดหลักสูตรหรือจีแพกซ์ เป็นแค่คุณสมบัติเบื้องต้นในการสมัคร เพราะมาตรฐานของโรงเรียนยังไม่เท่ากัน นั้น

นายมณฑล สงวนเสริมศรี ประธานคณะทำงานศึกษาแอดมิชชั่นปี 2553 กล่าวเมื่อ 15 ก.พ. ว่าคงต้องนำเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาในที่ประชุมคณะทำงาน รวมถึงต้องพิจารณาจากผลวิจัย ข้อดี ข้อเสีย ของระบบแอดมิชชั่นในปีที่ผ่านมาด้วย ในส่วนของแอดมิชชั่นปี 2553 คงไม่เปลี่ยนแปลง เพราะได้ประกาศให้เด็กรับทราบแล้ว ส่วนของจีแพ็กซ์ ปี 2553 ได้ลดคะแนนจาก 30% เป็น 20% แต่ในอนาคตจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ต้องพิจารณาทบทวนอีกครั้ง ส่วนปัญหาของคณะวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ที่ผู้เรียนบางรายเรียนไม่ไหวนั้น ส่วนหนึ่งเนื่องจากหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งรวมวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ไว้ในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เมื่อเรียนรวมกลุ่ม การสอบก็สอบแบบรวมกลุ่ม สามารถปรับปรุงได้ โดยจะนำมาหารือในการประชุมวิชาการทปอ. กลางปีนี้ แต่การปรับเปลี่ยนจะต้องไม่สร้างความยุ่งยากให้กับนักเรียน และต้องเชื่อมโยงกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย

พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่นายกรัฐมนตรีต้องการให้ปรับเปลี่ยนระบบ แอดมิชชั่นอีกครั้ง หากปรับปรุงให้ดีขึ้น น่าจะใช้ได้ทันที ไม่ต้องรอแจ้งล่วงหน้า 3 ปี อย่างที่ ทปอ.อ้าง ขณะนี้มีการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมากว่า ค่าสมัครสอบแบบทดสอบศักยภาพทั่วไปหรือ GAT และแบบทดสอบศักยภาพทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ PAT ค่อนข้างสูง เป็นภาระกับนักเรียนและผู้ปกครอง

ด้านนายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เผยถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานของนักเรียนที่ชำระเงินค่า สมัครสอบเอเน็ตไม่ทัน โดยพิจารณาจากกรณีบาร์โค้ดไม่ชัดเจนจำนวน 12 รายว่า ขณะนี้สามารถคืนสิทธิให้เด็กมาชำระเงินได้แน่นอนแล้ว 1 ราย ที่เหลือกำลังรอหลักฐาน จากไปรษณีย์และธนาคารที่รับชำระเงิน วันที่ 16 ก.พ.ทุกคนจะทราบว่าได้คืนสิทธิหรือไม่

สายวันเดียวกัน ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิด การยกเลิกการใช้คะแนนสะสม ม.ปลาย ในระบบแอดมิชชั่นว่า ได้สะท้อนปัญหาในการประชุมร่วมกับอธิการบดี (ทปอ.)ว่า หลังจากที่ใช้ระบบแอดมิชชั่นมาหลายคณะในหลายมหาวิทยาลัย พบว่ามีปัญหาจริงๆ เรื่องของเด็กที่เข้าไปแล้ว ความรู้ทักษะไม่ค่อยสอดคล้องกับคณะที่เข้าไป

ขณะนี้มหาวิทยาลัยต่างๆ ใช้ระบบดังกล่าวน้อยลง ใช้ระบบ รับตรงมากขึ้น ทำให้ไปเพิ่มภาระให้นักเรียนผู้ปกครองมากขึ้น แค่เรื่องการชำระเงิน การสมัคร ก็ร้องเรียนกันเข้ามามาก ถึงเวลาที่จะต้องมาทบทวน แต่เราจะเปลี่ยนทันทีทันใดไม่ได้ เพราะเด็กรู้กติกาล่วงหน้าตั้งแต่ ม.4 จะทำอะไรต้องคิดเผื่อว่าเด็กที่รู้กติกามาอีกอย่างหนึ่ง แล้วเขาก็ไม่ต้องการให้เปลี่ยนกติกาเป็นอีกอย่าง ในการแลกเปลี่ยนกับที่ประชุม ทปอ.ที่ประชุมก็เห็นด้วยว่าจะต้องทำเรื่องนี้ให้เร็ว เป้าหมายหลักคือระบบคัดเลือก จะต้องเป็นระบบที่ได้คุณภาพ ทักษะของเด็กที่สอดคล้องกับสิ่งที่เข้าไปเรียน?? สอดคล้องกับการที่จะปฏิรูปการศึกษาต่อไป

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยกตัวอย่างว่า ทุกคนอยากให้เด็กคิดเป็น คิดเก่ง วิเคราะห์ได้ แต่ทำเฉพาะข้อสอบที่เน้นเฉพาะเรื่องความจำ สุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะไปเปลี่ยนแปลงหลักสูตร เพราะทุกคนใจจดใจจ่อมุ่งที่ จะสอบเข้าให้ได้อยู่ดี จึงไปเรียนพิเศษเป็นต้น เราตั้งใจจะเปลี่ยนและทำให้ได้ภายในกลางปี 2552 ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือ ถ้ามาตรฐานโรงเรียนเทียบเคียงกันไม่ได้ การใช้เกรดเฉลี่ยก็ควรใช้ในลักษณะของการกำหนดคุณสมบัติเบื้องต้น มากกว่าการนำมาเปรียบเทียบกัน ข้อสอบทั้งที่เป็นวิชาพื้นฐานและวิชาเฉพาะก็ต้องพยายามเน้นเรื่อง เนื้อหา ต้องเน้นกระบวนความคิดมากขึ้น ถ้ามีระบบรับตรงควรเน้นการใช้ข้อสอบกลางให้มากที่สุดเพื่อลดภาระ การสอบของเด็ก ได้เสนอความคิดไป ผู้เกี่ยวข้องจะได้ไปดูรายละเอียดต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องกลับไปสู่ระบบเอ็นทรานซ์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คงไม่ย้อนไปถึงจุดนั้น เพราะตรงนั้นก็มีข้อสังเกตอยู่ในบางส่วนด้วย

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ไทยรัฐ