เจ้าของห้องซุกอาร์พีจีมอบตัว ยันไม่เกี่ยวเสื้อแดง

Home / ข่าวทั่วไป / เจ้าของห้องซุกอาร์พีจีมอบตัว ยันไม่เกี่ยวเสื้อแดง

สารภาพเคยเป็นรปภ.พรรคเพื่อไทยและเช่าห้องจริง แต่ไม่รู้เรื่องอาวุธกับการชุมนุมเสื้อแดงเลย

14 ตค. รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 13 ตค. ที่สน.บางรัก พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสัวสดิ์ รองผบช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ได้เดินทางมารับมอบตัว นายสุขสันต์ หรือปอนด์ รังวิเรนทร์ อายุ 19 ปี ชาวจังหวัดสกลนคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.800/2553 ลงวันที่ 9 ต.ค. ในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้? หลังจากที่ผู้ต้องหาพร้อมด้วยนางสำลี คะสา มารดา อายุ 40 ปี เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.สมชาย อ่วมถนอม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร เมื่อวานที่ผ่านมา ก่อนจะมีการส่งตัวกลับเข้ามาในกรุงเทพมหานครและนำตัวมาสอบสวนที่สน.บางรัก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางรัก ได้ตรวจค้นพบเครื่องยิงระเบิดอาร์พีจี จำนวน 1 เครื่อง ลูกกระสุนอาร์พีจี 4 ลูก และกระสุนปืนอาก้าอีกจำนวน 750 นัด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องเช่าเลขที่556/49 ซอยกิจพานิช ถนนพระราม 4 โดยต่อมาภายหลังจากการสอบปากคำเจ้าของห้องเช่าและพยานพบว่าผู้ต้องหาเป็น เจ้าของห้องพัก แต่ได้ย้ายออกไปนานแล้ว เจ้าหน้าที่จึงทำการออกหมายจับ กระทั่งผู้ต้องหาเข้ามอบตัวที่จ.ชุมพร

จากการสอบสวนผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธ พร้อมระบุว่าอาวุธที่พบไม่ใช่ของตัวเอง เพราะได้ออกมาจากห้องพักดังกล่าวตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว แต่ยอมรับว่าเคยทำงานเป็นรปภ.ของพรรคเพื่อไทยในช่วงเดือน ม.ค.- พ.ค.53 เนื่องจากบริษัทกัส ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยได้ส่งผู้ต้องหามาทำงานที่พรรคดังกล่าว แต่เมื่อทราบว่าจะต้องถูกย้ายไปประจำอยู่บริเวณลานจอดรถแยกราชประสงค์ก็ลาออกและรีบย้ายออกจากห้องพักทันที โดยกลัวว่าจะได้รับอันตรายจาเหตุการณ์ชุมนุม ก่อนจะเดินทางกลับไปเยี่ยมพ่อที่กำลังป่วยในจังหวัดชุมพร

ส่วนกรณีการชุมนุมผู้ต้องหาให้การว่าไม่เคยไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง มีแต่คนที่เคยพักอยู่ด้วยกันเท่านั้นที่ไปและเป็นพ่อครัวทำอาหารตอนที่มีการชุมนุมด้วย ภายหลังก็แยกไปอยู่ห้องอื่น

ขณะที่ พล.ต.ต.สุเมธ กล่าวว่า จากการสอบสวนและดูจากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุพบว่า ผู้ต้องหารีบร้อนย้ายออกไปอย่างผิดปกติ ของใช้ส่วนตัวหลายอย่างก็ไม่ได้เอาติดตัวไปด้วย นอกจากนี้ หลังจากที่ผู้ต้องหาย้ายออกไปแล้ว ก็ไม่มีใครเข้ามาพักต่อหรือเข้าออกห้องดังกล่าวอีกเลย กระทั่งเจ้าของห้องเช่าต้องหารจะเข้าไปทำความสะอาด เพื่อให้ผู้เช่าคนใหม่ย้ายเข้ามาอยู่

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ในการตรวจสอบได้ และให้เจ้าหน้าที่กองพิสูน์หลักฐานตรวจดีเอ็นเอ รวมทั้งลายนิ้มือแฝง คาดว่าใช้เวลาไม่นานจะรู้ผล ดังนั้น หลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันที่13 ต.ค.ต่อไป

เรียบเรียงข่าวโดย Mthai news