การรถไฟฯ หยุดเดินรถสาย เหนือ-อิสาน ทุกขบวน

Home / ข่าวทั่วไป / การรถไฟฯ หยุดเดินรถสาย เหนือ-อิสาน ทุกขบวน

การรถไฟฯ หยุดเดินรถสาย เหนือ-อิสาน ทุกขบวน

วันนี้ 18 ต.ค.รายงานข่าวแจ้งว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ขณะนี้ หลายจังหวัดประสบปัญหาน้ำท่วม รวมไปถึงบริเวณรางรถไฟถูกน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถเดินรถได้? จึงจำเป็นต้องหยุดเดินรถทุกขบวนทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับของรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายเหนือ ทุกขบวน

ทั้งนี้ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะเปิดเดินขบวนรถไฟได้ในเวลาใด แต่ได้มีการประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา หากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว จะเปิดเดินขบวนรถไฟทันที เนื่องจากมีประชาชนตกค้างตามสถานีจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ทางสายเหนือเจ้าหน้าที่ได้เตรียมนำหินมารองหนุนหมอนรถไฟแทนหินที่ถูกน้ำพลัดไปแล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ จนกว่าฝนจะหยุดตกจึงจะซ่อมรางรถไฟได้

ประชาชนสามารถโทรศัพท์สอบถามรายละเอียด การเดินรถไฟได้ที่ 1690

ล่าสุด(08.00 น. ) รายงานข่าวแจ้งว่ารถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดให้บริการตามปกติแล้ว ส่วนรถไฟสายเหนือ เจ้าหน้าที่กำลังซ่อมรางที่จังหวัดนครสวรรค์ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการตามปกติได้เวลา 11.00 น.

เรียบเรียงข่าวโดย Mthai news

วิรัช ร่มเย็น เผยไม่ได้ไปล็อบบี้ศาล รธน.คดียุบปชป. หลังมีคลิปถูกเผยแพร่ ยอมรับไปพบ “พ.” เลขาฯ ศาลรัฐธรรมนูญจริง แต่ไปพบตามมารยาท เชื่อทำเป็นกระบวนการ โดยเลขานุการ “พ.”ร่วมมือกับเพื่อไทยจัดฉาก หวังลดความน่าเชื่อถือและทำลายกระบวนการยุติธรรม สถาบันการเมืองและ”พล.อ.เปรม” ยืนยัน ไม่มีความผิดจึงไม่ถอนตัวจากทีมกฎหมาย และไม่ฟ้องกลับใคร

นายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะทำงานด้านกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาแฉคลิป ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์วิ่งเต้นกับผู้ใหญ่ในศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีชื่อย่อ “พ” เพื่อขอให้ช่วยเหลือคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ว่า พรรคยังใช้คำขวัญเดิม คือ “สัจจังเว อมตะวาจา” ที่แปลว่า ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ซึ่งตนขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยเฉพาะการล็อบบี้ศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรค ทั้งนี้เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากการคบคิดอย่างเป็นกระบวนการ โดยมีพรรคเพื่อไทยเขียนบท เพื่อมุ่งไปสู่กระบวนการทำลายล้าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และพรรคประชาธิปัตย์ ขอยืนยันว่า พรรคจะสู้เรื่องนี้ด้วยความจริงและความสามารถ ไม่สู้ด้วยวิธีการแบบคนโง่ทำกัน หรือด้วยวิธีการถือถุงขนมเป็นล้านบาท

นายวิรัช กล่าวว่า กระบวนการครั้งนี้ ได้วางแผนอย่างเป็นระบบ และในคลิปที่ 2 ที่มีรูปตนและผู้ชายอีก 2 คนนั้น ขอชี้แจงว่า เลขาธิการนุการศาลรัฐธรรมนูญ ชื่อย่อ พ. ได้ติดต่อมาที่นายวรวุฒิ นวโภคิน ที่ปรึกษากรรมาธิการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร ที่ตนเป็นประธาน เพื่อขอพบ ซึ่งเห็นว่า เป็นเลขานุการศาลรัฐธรรมนูญ จึงได้ไปตามมารยาท โดยได้นัดกันที่ร้านอาหาร กู๊ดดี ในซอยปูนซีเมนต์ไทย ย่านประชาชื่น เวลา 14.00 น. เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา

“นายวรวุฒิ มีความเชื่อมโยงเรียนหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.13) กับ ส.ส. พรรคเพื่อไทยหลายคน หากดูจากคลิปที่ถูกเผยแพร่จะเห็นว่า มีภาพของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคปรากฏอยู่ด้วย เพื่อต้องการโยงไปถึงหัวหน้าทีมกฎหมาย แต่ผมขอยืนยันว่า ทีมงานกฎหมายของพรรคทุกคนไม่ได้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ และภาพที่ปรากฎ ผมไปในนามส่วนตัว และในคลิป คนชื่อ พ. ได้นั่งหันหลังให้กับกล้อง แต่ขยับตัวมานั่งที่เก้าอี้หัวโต๊ะ เพื่อที่จะได้จับภาพผมได้ชัดเจน ถือเป็นกระบวนการที่ชั่วช้าและคนชื่อ พ. พยายามใช้คำถามนำในการเพิ่มเติมพยาน” ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายวิรัช กล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่า มีประสบการณ์ในการว่าความมา 28 ปี และเข้าใจว่า เลขานุการศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจไปกำหนดพยานแต่ละปาก มีแต่ตุลาการฯเท่านั้น และขั้นตอนต่อไปตามธรรมเนียมอาจจะเรียกนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง มาให้ข้อเท็จจริงต่อไป จึงไม่ใช่เรื่องที่ใครจะไปบอกศาล เพราะไม่จำเป็น พรรคประชาธิปัตย์เคารพกฎเกณฑ์ ไม่เคยละเมิดอำนาจศาล และในคดีดังกล่าว ได้ระบุพยานผู้ร้อง 15 ปาก และเพิ่มอีก 1 ปาก คือ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย และเพิ่มเติมอีก 2 ปาก โดยไม่ต้องมาศาล คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีต ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์

นายวิรัช กล่าวด้วยว่า การมาให้ความจริงต่อศาล ตนไม่มีอำนาจไปชักจูงได้ และคนที่บอกว่า ล็อบบี้ถือเป็นคนสิ้นคิด ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวเคยทำต่อนายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่เดิมเป็นผู้ว่าคดี แต่ถูกความชั่ว และคนชื่อ พ. ร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย โดยบอกให้นายทศพล ไปรับเอกสารและถ่ายภาพไว้ ซึ่งนายทศพลเป็นคนดี แต่ต้องมาเจ็บชํ้าในเรื่องดังกล่าว ส่วนกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาให้ข่าวและเปิดคลิปนั้น พรรคเพื่อไทยใช้วิธีการนี้มาโดยตลอด เห็นได้จากร่วมกับแกนนำคนเสื้อแดงกดดันองค์กรอิสระ เช่น กกต.ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เช่นนั้นจะยุบชีวิต กกต.

“ถ้ามีรูปเดียว คลิปเดียว ผมคงยากต่อการอธิบาย ยังมีความโชคร้ายในความโชคดี เพราะการเสนอออกมา 5 ตอน เป็นเรื่อง พล.อ.เปรม นั่งอยู่กับประธานศาลรัฐธรรมนูญ แต่พยายามเบี่ยงเบน เพื่อบอกว่า พล.อ.เปรม มาล็อบบี้ประธานศาล ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ส่วนคลิปอื่นๆ มีเหตุการณ์ที่เกิดการแอบถ่ายในการทำงานของตุลาการฯ ทั้ง 7 ท่าน ซึ่งที่ศาลใครจะเข้าไปได้ นอกจากเจ้าหน้าที่ และคำตอบที่แคบลง คือ นาย พ. ต้องเข้าไปได้แน่นอน อยากให้สื่อตรองดูว่า ใครจะแอบถ่ายคลิปแบบนี้ได้ เพราะกติกาของศาลเข้มงวดมาก มีการยึดเครื่องมือสื่อสาร อุปกรณ์ไฮเทค ไม่ว่าใคร ก่อนเข้าห้อง ต้องตรวจค้น แต่นาย พ. อยู่เหนือกติกา เพราะสามารถนำอุปกรณ์เข้าไปได้ เรื่องนี้สามารถตรวจสอบได้จากกล้อง ซีซีทีวี หากศาลอนุญาต ผมเชื่อว่า งานนี้ไม่ธรรมดา เพราะมีการแลกชีวิตราชการ คงไม่น้อยน่าจะจำนวนมาก และเป็นกระบวนการที่ทำเป็นขั้นตอน ขอยืนยันว่า นาย พ.ทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย ผมหวังว่า ขอให้กระบวนการเหล่านี้ทำเช่นนี้เป็นครั้งสุดท้าย ” นายวิรัช กล่าว

นายวิรัช ยังตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนที่จะมีคลิปดังกล่าวออกมา เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ออกมาพูดให้สัญญาณว่า ตุลาการฯไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และได้เห็นคลิปนี้แน่นอน แสดงว่า มีการเตรียมการไว้แล้ว ทั้งนี้เมื่อมีการผสมเรื่องกันทั้งหมด เชื่อว่า จะเป็นกระบวนการที่ยิ่งกว่ากดดันศาล โดยเป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรม และสถาบันการเมือง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าตุลาการทั้ง 7 คนมีความยุติธรรมอยู่ในหัวใจ และทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

” ขอยืนยันว่า ผมจะไม่ถอนตัวจากทีมทนายความ โดยจะทำงานต่อไป และไม่ฟ้องร้อง เลขานุการ พ. และทั้งหมดไปในนามส่วนตัว ผมมั่นใจว่า สิ่งที่ดำเนินการไปคือข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และผมไม่ได้กระทำผิด จึงไม่ต้องรับผิดชอบ และเชื่อว่าจะไม่กระทบกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์” นายวิรัช กล่าวและว่า ได้รายงานเรื่องนี้ให้นายกรัฐมนตรี และนายชวน ทราบแล้ว

ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่มีคลิปออกมา เพราะจะทำให้ทราบว่า มีกระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มคนเสื้อแดงทำเช่นนี้มาตลอด เป็นการดำเนินการให้เห็นว่า มีอำนาจมืด เป็นการโกหกที่น่ารังเกียจ เพราะมีการเชื่อมโยง ให้เห็นว่า คนในพรรค เช่น นายชวน มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้เชื่อว่า มีการตัดต่อ หวังทำลายระบบนิติรัฐ และศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามศาลก็ต้องทบทวนด้วย ในกรณีการอัดเทประหว่างการประชุม ที่ถือเป็นการประชุมลับในศาลออกมาเผยแพร่.