เซ็ง! เด็กนักเรียนไทยรั้งท้าย สอบตกในเอเซีย

Home / ข่าวทั่วไป / เซ็ง! เด็กนักเรียนไทยรั้งท้าย สอบตกในเอเซีย

หลังประเมินนักเรียนนานาชาติ 65 ประเทศ พบนักเรียนไทยได้บ๊วย

8 ธ.ค. รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.? ดร.สุนีย์ คล้ายนิล ผู้จัดการโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติประเทศไทย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่า ตามที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ โดยเป็นโครงการประเมินผลการศึกษาของประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือ และพัฒนาทางเศรษฐกิจนั้น

ทั้งนี้ การประเมินผลครั้งที่ 4 ได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมี 65 ประเทศเข้าร่วม ปรากฏว่าประเทศหรือเขตเศรษฐกิจส่วนมากในภูมิภาคเอเชีย อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มีคะแนนติดอยู่ในกลุ่ม 5 หรือ 10 ประเทศแรกทุกวิชา โดยเฉพาะนักเรียนของประเทศจีน จะมีคะแนนเฉลี่ยเป็นอันดับที่ 1 ทุกวิชา

ขณะที่นักเรียนไทยมีอันดับอยู่ด้านท้ายของตาราง จากผลประเมินต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนานาชาติทุกวิชา โดยยังมีแนวโน้มลดต่ำลงทุกวิชาเมื่อเทียบกับการประเมินครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.2000 ยกเว้นกลุ่มโรงเรียนสาธิตที่ยังมีมาตรฐานทัดเทียมนานาชาติ

ดร.สุนีย์ กล่าวต่อว่า นักเรียนไทยเกือบครึ่งมีผลประเมินการอ่านและวิทยาศาสตร์ต่ำกว่าระดับพื้นฐาน กำหนดไว้ที่ระดับ 2 ขณะที่วิชาคณิตศาสตร์มีนักเรียนไทยเกินครึ่งที่มีผลประเมินต่ำกว่าระดับพื้นฐาน สำหรับผู้ที่มีผลประเมินสมรรถนะในระดับสูงพบว่ามีน้อยมาก โดยเฉพาะวิชาการอ่าน ไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว

อย่างไรก็ตาม โครงการประเมินดังกล่าวยังได้วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้โรงเรียนประสบความ สำเร็จ และพบว่าคุณภาพครูเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบสูงกว่าปัจจัยด้านวัตถุ และยังพบว่าทรัพยากรบางอย่าง อาทิ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ(ไอซีที) ไม่ได้ส่งผลทางบวก นอกจากนี้ยังพบว่าการกวดวิชานอกเวลาเรียนมีสหสัมพันธ์เชิงลบกับผลการประเมิน ด้วย

“ในการประเมินครั้งที่สาม มีการวิเคราะห์พบว่าโรงเรียนของไทยขาดครูที่มีคุณวุฒิมากขึ้น แต่มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นมาก ในขณะที่สัดส่วนของนักเรียนที่กวดวิชาก็มีเพิ่มสูงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามผลประเมินดังกล่าวได้ทำให้หลายประเทศตื่นตัว และยอมรับว่าเป็นนาฬิกาปลุกที่เตือนให้รู้ว่าประเทศในกลุ่มสมาชิกดังกล่าวไม ได้เปรียบเชิงต้นทุนกำลังคนอีกแล้ว เพราะผลประเมินแสดงให้เห็นว่าประเทศทางตะวันออกมีผลประเมินสูงกว่ากลุ่ม ประเทศนี้” ดร.สุนีย์ ย้ำ

ด้าน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวยอมรับว่า ผลสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ามาตรฐานของเด็กไทยยังไม่เป็นที่น่าพอใจ แต่ถ้าเปรียบเทียบกับโรงเรียนที่มีมาตรฐานสูงหรือโรงเรียนสาธิตเรายังมีตัวเลขที่น่าพอใจอยู่ โดยแม้ประเทศจีนจะได้เปรียบกว่าเรา ก็ยังเทียบไม่ได้กับการจัดการศึกษาของไทย เนื่องจากไทยมีระบบการจัดการศึกษาที่เสมอภาค และเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาทุกคน และมีการกระจายความรู้ทั่วถึงได้มากกว่าประเทศจีน

อนึ่ง โครงการประเมินดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความรู้และทักษะการเรียนของ เด็กอายุ 15 ปี เพื่อดูว่าระบบการศึกษาได้เตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิต ซึ่งการมีส่วนร่วมในสังคมอนาคตเพียงพอหรือไม่ และเน้นการประเมินสมรรถนะของนักเรียนที่จะใช้ความรู้ และทักษะเพื่อเผชิญกับโลกในชีวิตจริงมากกว่าการเรียนรู้ตามหลักสูตรใน โรงเรียน โดยโครงการจะประเมินการรู้เรื่องใน 3 ด้าน ได้แก่ การรู้เรื่องการอ่าน การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ และการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์

เรียบเรียงข่าวโดย Mthai News