หาสาเหตุ ทางด่วน ทำไมต้องขึ้นราคา Mthai ข่าวภาคซ่าส์

Home / Mthai Buster, คลิป / หาสาเหตุ ทางด่วน ทำไมต้องขึ้นราคา Mthai ข่าวภาคซ่าส์

จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์และผู้ใช้รถใช้ถนนต่างบ่นกันตามๆกันเมื่อ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ออกประกาศขึ้นค่าทางด่วน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งMthai ข่าวภาคซ่าส์ จะพาคุณไปเจาะข้อมูลเกี่ยวกับทางด่วนในประเทศไทย ทำไมต้องขึ้นราคา ?

ทางด่วนหรือทางพิเศษในประเทศไทยอยู่ในการควบคุมดูแลของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม ก่อตั้งขึ้นตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 290 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้าง หรือจัดให้มีทางพิเศษด้วยวิธีการใดๆ ตลอดจนบำรุงรักษาทางพิเศษและดำเนินงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับทางพิเศษ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

โดยมีบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)หรือชื่อย่อ BECL เป็นบริษัทที่รับสัมปทาน โดยเริ่มมีการก่อสร้างทางด่วนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2524 ซึ่งทางด่วนสายแรกของประเทศไทยคือ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ระบบทางด่วนขั้นที่ 1 หรือ “ทางด่วน 1”) เป็นเส้นทางของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เป็นทางพิเศษสายแรกของประเทศไทย ระยะทางรวม 27.1 กิโลเมตร

ทางด่วน

สำหรับ สาเหตุการปรับขึ้นราคาค่าทางด่วนมาจาก บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีซีแอล ผู้รับสัมปทาน ขอปรับขึ้นราคาค่าผ่านทางหลังครบกำหนดเวลาตามสัญญาสัมปทานที่จะต้องปรับทุก 5 ปี โดย ไม่ได้ปรับมาแล้วตั้งแต่ปี25 41 ซึ่งทาง BACL ได้ยื่นหนังสือต่อ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ) อนุมัติให้มีการปรับขึ้นราคา โดยได้ปรับอัตราค่าผ่านทางปี 2556 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ส่งผลให้ค่าทางด่วนเป็นไปดังต่อไปนี้

ส่วนอัตราค่าบริการทางด่วนของระบบทางด่วนขั้นที่ 1 และระบบทางด่วนขั้นที่ 2 โครงข่ายในเขตเมือง มีดังนี้
รถยนต์ 4 ล้อ ปรับเป็น 50 บาท จากเดิม 45 บาท
รถยนต์ 6-10 ล้อ ปรับเป็น 75 บาท จากเดิม 70 บาท
และรถยนต์เกินกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 110 บาท จากเดิม 100 บาท

โครงข่ายนอกเขตเมือง ในช่วงพระราม 9 รามคำแหง ศรีนครินทร์
ปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษ เฉพาะรถยนต์ 6-10 ล้อ ปรับเป็น 55 บาท จากเดิม 50 บาท
และรถยนต์มากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 75 บาท จากเดิม 70 บาท

ส่วนของทางพิเศษบูรพาวิถี กรณีเดินทางไม่เกิน 20 กม.
ปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษ เฉพาะรถ 6-10 ล้อ ปรับเป็น 50 บาท จากเดิม 45 บาท
และรถมากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น 75 บาท จากเดิม 70 บาท

กรณีเดินทางเกิน 20 กม.ปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษ

รถยนต์ 4 ล้อ ปรับเป็น กม.ละ 1.30 บาท จากเดิม 1.20 บาท

รถยนต์ 6-10 ล้อ ปรับเป็น กม.ละ 2.60 บาท จากเดิม 2.40 บาท

และรถยนต์มากกว่า 10 ล้อ ปรับเป็น กม.ละ 3.90 บาท จากเดิม 3.60 บาท
สำหรับผู้ใช้บัตรอีซี่พาส ทางกทพ.ได้มอบโปรโมชั่นส่วนแถมการเติมเงินสำหรับผู้ที่ใช้อีซี่พาส 3% ของยอดที่เติม หรือ 15 บาท ทุกๆ ยอดการเติมเงิน 500 บาท เช่น เติม 500 บาท ได้ส่วนแถม 15 บาท เติมเงิน 1,000 บาท ได้ส่วนแถม 30 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้ ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2556 นี้ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการตัดเงินผิดพลาดของระบบอีซี่พาส ซึ่งการทางพิเศษได้ออกมาระบุว่า

“ระบบอีซี่พาส ไม่โกงแน่นอน ที่ผ่านมาอาจมีปัญหาความล่าช้าในการส่งผ่านข้อมูลในระบบบ้าง แต่เงินของผู้ใช้ทางไม่ได้หายไป ส่วนกรณีการเติมเงิน จะต้องใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที จึงจะสามารถใช้เงินที่เติมได้ เป็นระยะเวลาปกติของระบบดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม กทพ.ไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ปัญหา ได้สำรวจและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบเพื่อให้สามารถรองรับผู้ใช้ทางได้ทั้งระบบที่มีจำนวน 1.7-1.8 แสนเที่ยวต่อวัน ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้บัตรอีซี่ พาสอยู่ที่วันละ 6-7 แสนเที่ยวเท่านั้น”

อย่างไรก็ตามในยุคที่อะไรๆก็ปรับตัวขึ้นราคา หากไม่อยากแบกรับภาระด้านค่าใช้จ่าย ผู้ใช้รถใช้ถนนก็ควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยเพราะมีทีท่าว่า ค่าทางด่วนขึ้นแล้วคงจะไม่มีวันลง และอาจจะมีแนวโน้มในการปรับขึ้นต่อไปอีกในอนาคตข้างหน้า ซึ่งเราลองออกจากบ้านไวขึ้นเพื่อเป็นการเผื่อเวลา ใช้ระบบขนส่งมวลชนในการเดินทาง เช่น รถไฟฟ้า รถไฟ้ใต้ดิน รวมไปถึงการศึกษา วางแผนเส้นทางก่อนเดินทาง หาทางลัด อาจจะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางและเป็นการหลีกเลี่ยงภาระด้านค่าใช้จ่ายที่กำลังจะเพิ่มมากขึ้นด้วย