15ค่ำเดือน 11 บั้งไฟพญานาค ศรัทธา VS เหตุผล

Home / Mthai Buster, คลิป / 15ค่ำเดือน 11 บั้งไฟพญานาค ศรัทธา VS เหตุผล

ในช่วงที่ผ่านมาได้ปรากฎข่าวเกี่ยวกับพญานาค เช่น ข่าวผู้พบเเหตุการณ์สุดอัศจรรย์ เมื่อบริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร  อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งได้มีการจัดพิธีสัตนาคารำลึก  หรือพิธีบวงสรวงพญาค มีผู้พบบางสิ่งบางอย่างคล้ายพญานาคในลำนำโขง  ชูเศียรชัดเจน ลำตัวเป็นสีเหลืองทองอร่าม ความยาวประมาณ 30 – 40  เมตร  ลอยวนเวียนไปมาทวนกระแสน้ำเสียงดังถึงริมฝั่ง   เป็นเวลาประมาณ เกือบ 30 นาที  ในระยะห่างจากฝั่งประมาณ 300 – 400  เมตร  โดยมีผู้พบเห็นเหตุการณ์ร่วมกัน จำนวนถึง 6 คน ซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อมาก มีการนำภาพถ่ายมายืนยันด้วย

หรือจะเป็นกรณีของ อาร์ต พศุตม์ บานแย้มควงแฟนสาว น้ำฝน พัชรินทร์ ไปทำบุญที่ วัดป่าเรียน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งวัดแห่งนี้กำลังจะมีการก่อสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรกบนเกาะลอยน้ำ เนื่องจากเจ้าอาวาสมีนิมิตว่า มีพญานาคอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวอาร์ต พศุตม์ ถ่ายคลิปติดพญานาค ซึ่งระหว่างที่มีการทำพิธีได้เกิดเหตุการณ์ประหลาด เมื่อชาวบ้านที่เข้าร่วมงานมองเห็นว่ามีบางสิ่งบางอย่างแหวกว่ายอยู่ในน้ำ มีลักษณะยาวคล้ายงู มีเกล็ดสีเงิน ซึ่งชาวบ้านต่างเชื่อว่าน่าจะเป็นพญานาค จึงได้อธิษฐานว่าถ้ามีจริงขอให้เกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะอยากจะถ่ายคลิปเก็บไว้ ซึ่งต่อจากนั้นอีกไม่นานก็ปรากฎเหตุการณ์แบบเดิมอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้มีคนถ่ายคิปเก็บไว้ได้ ซึ่งหนุ่มอาร์ต พศุตม์ บอกว่าเรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งตนและผู้คนนับสิบที่อยู่ตรงนั้นเห็นเหตุการณ์แบบเดียวกันหมด และสามารถถ่ายคลิปไว้ได้ด้วย

fire

จากปรากฎการณ์ของพญานาคที่ปรากฎตามหน้าสื่อแบบถี่ยิบ ซึ่งเกิดขึ้นใกล้กับวันออกพรรษา สอดคล้องกับบั้งไฟพญานาค ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 ต.ค.นี้  โดยมีความเชื่อที่ว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จนครบ 1 พรรษา (3 เดือน) และเสด็จกลับโลกมนุษย์ในวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 11 ด้วยบันไดแก้ว บันไดเงินและบันไดทอง ที่เหล่าเทวดาทำถวาย ส่วนมนุษย์โลกก็จะทำบุญตักบาตร นำดอกไม้ธูปเทียนไปกราบไหว้บูชา เมื่อรู้ถึงพญานาคที่อยู่เมืองบาดาล จึงได้จัดทำ “บั้งไฟพญานาค” และจุดเฉลิมฉลองเช่นกัน และได้กลายมาเป็นประเพณีมาจนทุกวันนี้

มีข้อมูลที่ นายแพทย์มนัส กนกศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ผู้ศึกษาเรื่องบั้งไฟพญานาค อธิบายว่า บั้งไฟพญานาค เกิดจากก๊าซร้อนที่มีส่วนผสมของก๊าซมีเทนและก๊าซ เมื่อไปเจอความกดดันของน้ำ ความกดดันของอากาศในตอนพลบค่ำ หล่มทรายก็จะไม่สามารถรับแรงดันได้ ก๊าซจะหลุดออกมาและพุ่งขึ้นเมื่อโผล่พ้นน้ำ และมีการฟุ้งกระจายไปบางส่วน โดยเหลือแกนในของก๊าซซึ่งลอยตัวขึ้นสูง เมื่อไปกระทบกับอนุภาพออกซิเจนอะตอมที่มีประจุ ที่มีพลังงานสูง ก็จะเกิดการสันดาปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นดวงไฟหลายสี แต่ 95% จะเป็นดวงไฟสีแดงอำพัน พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วก็หายไป และทุกตำแหน่งที่เกิดบั้งไฟพญานาคจะอยู่ในระดับ 5-13 เมตรทั้งสิ้น

โดยมีการได้อธิบายเพิ่มเติมว่า บั้งไฟพญานาคไม่น่าที่จะเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ เพราะคนที่กระทำต้องแข็งแรงมากเพราะกระแสน้ำมันแรงมาก ในขณะที่คนธรรมดากอดเสาอยู่ในน้ำยังทรงตัวไม่อยู่ โดยเขาได้เริ่มศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2522 ก็มีบั้งไฟพญานาคขึ้นมาแล้ว 120 ปี ซึ่งจริง ๆ แล้ว ต้องเกิดขึ้นนานกว่านี้อีก เนื่องจากคนที่ทำคนนี้ต้องมีอายุมากกว่า 104 ปีแล้วต้องทำด้วยตัวเองจึงตัวเองจึงจะคุมความลับ

Phon-Phisai-Bungfai-Phayanak3

แต่ก็มีนักวิชาการอีกท่านหนึ่งได้ออกมาคัดค้าน นั่นคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า ไม่มีก๊าซชนิดใดในโลกที่สันดาปเองแล้วกลายเป็นลูกไฟลอยสูงขึ้นไปสูง ๆ ได้ เว้นแต่มีการสันดาปด้วยเชื้อเพลิงขับ เช่น ดินปืน พลุ หรือกระสุนส่องแสง ขึ้นจากฝั่งตรงข้ามแต่หลอกตาเหมือนขึ้นจากน้ำ และยังตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมายังไม่มีภาพถ่ายวิดีโอใดๆเลยที่ชี้ให้เห็นว่าลูกไฟขึ้นจากน้ำได้จริง โดยมักเป็นภาพลูกไฟที่ลอยขึ้นไปในอากาศแล้ว พร้อมขอให้มีการสร้างบั้งไฟพญานาคเลียนแบบปรากฏการณ์ธรรมชาติขึ้นมาเพื่อพิสูจน์
วัฒนธรรมสมัยนิยม

นอกจากประเทศไทยแล้ว ที่อื่น ๆ ในโลกก็มีรายงานการพบปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เช่นกัน เช่นที่ รัฐมิสซูรี และ รัฐเทกซัส ของสหรัฐอเมริกา โดยเรียกกันว่า แสงมาร์ฟา (Marfa lights) นอกจากนี้ยังพบที่เมืองเจดด้าห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ริมฝั่งทะเลแดง[ ในออสเตรเลีย อังกฤษ นอร์เวย์ และในยุโรป บางแห่งมีสีฟ้า สีส้ม สีแดงเข้ม สีขาว สีขาวปนเหลือง สีเหลืองทอง สีรุ้ง ขนาดตั้งแต่เท่าลูกปิงปองถึงลูกบาสเกตบอล มีรูปร่างทรงกลม ทรงรี รีคล้ายลูกอ๊อดหัวขึ้น รูปทรงคล้ายเพชร รูปทรงกระบอก ทรงเหลี่ยม และรูปทรงแปลก ๆ การเคลื่อนที่แตกต่างกันไปทั้งอยู่นิ่ง ลอยขึ้นในแนวดิ่งหรือเคลื่อนที่ในแนวราบ บางที่มีให้เห็นนานเกือบ 12 นาที ในบางทีอาจได้ยินเสียงฟู่ หากพบในระยะใกล้ และบ่อยครั้งที่พบตามแหล่งน้ำ

อย่างไรก็ตามปริศนาความลับเกี่ยวกับบั้งไฟพญานาคที่เป็นข้อถกเกียงกว่าร้อยปี ยังคงดำเนินต่อไป คู่ขนานไปกับความเชื่อและวิทยาศาสตร์ ศรัทธาและเหตุผล ถึงจะเป็นยังไง แต่เชื่อว่าปรากฎการณ์ดังกล่าวสามารถสร้างเม็ดเงินการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดหนองคายและใกล้เคียงได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

MthaiNews

————————————————————————-

ชมข่าวภาคซ่าส์ ตอนอื่นๆ คลิ๊ก ที่นี่

 
อาหารตามสั่ง ขึ้นราคาอย่าตามใจ (Mthai ข่าวภาคซ่าส์)