คู่มือเด็กจบใหม่ ทำยังไงให้ได้งานและอยู่รอด MThai ข่าวภาคซ่าส์

Home / Mthai Buster, คลิป / คู่มือเด็กจบใหม่ ทำยังไงให้ได้งานและอยู่รอด MThai ข่าวภาคซ่าส์

ในช่วงนี้เป็นช่วงที่นักศึกษาจบใหม่เยอะมาก และหลายคนเริ่มจะหางานทำแล้ว ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยผลสำรวจภาวะการทำงานของคนไทยเดือน ก.พ. ซึ่งเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 55.09 ล้านคน ระดับการศึกษาที่สำเร็จของผู้ว่างงานพบว่าผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษามีอยู่สูงถึง 108,000 คน ถือว่าเยอะมากเป็นอันดับหนึ่ง

สมัครงาน

โดยอัตราการว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ที่จบระดับอุดมศึกษาที่จบจากสายสังคมศาสตร์-มนุษยศาสตร์ เพราะผลิตแรงงานส่วนนี้เข้ามาเกินความต้องการของตลาด สิ่งที่น่ากังวลคือ ปีนี้จะมีเด็กในสายนี้จบใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มอีกประมาณ 30,000-50,000 คน วันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์จึงขอเสนอคู่มือเด็กจบใหม่ ทำยังไงให้ได้งานและอยู่รอด

– ก่อนสมัครงาน

1.ก่อนเรียนจบ การพิจารณาตัวเอง ว่าอยากจะทำงานอะไร หรือถ้าใครยังคิดไม่ออกลองวาดภาพกว้างๆว่าอยากจะทำงานสายไหน จากนั้นเขียนออกมาว่า ตัวเองมีความสามารถอะไรบ้าง วางรูปแบบงาน ข้อกำหนด สถานที่ทำงานและเงินเดือน ลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ

2.เริ่มทำเรซูเม่และแฟ้มสะสมผลงานที่เกี่ยวข้องกับสายงานนั้นๆ ย้ำว่าต้องเกี่ยวข้องกับสายงานเท่านั้น เช่น จะสมัครเป็นนักข่าวก็ควรมีผลงานการฝึกงาน ไม่ใช่เอาเกียรติบัตรแข่งกีฬาใส่เข้าไปในแฟ้ม สำหรับเด็กจบใหม่ทุกคน แฟ้มสะสมผลงานเป็นเรื่องที่สำคัญมาก !! เพราะบริษัทจะสามารถพิจารณาตัวคุณได้ง่ายขึ้น

3.หางานผ่านออนไลน์ ในยุคนี้เว็บไซต์ประกาศรับสมัครงานมีเยอะมาก ลองเอาสิ่งที่ลิสต์ไว้ในข้อ 1 ไปค้นหา การเลือกงานควรเลือกที่คุณชอบและทำได้ด้วย เพราะการเปลี่ยนงานบ่อยๆไม่ใช่เรื่องที่ดี อย่างน้อยควรอยู่กับมันให้ได้ 1 ปี เพื่อเป็นโปรไฟล์ที่ดีของตัวคุณเอง คำนวนค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก คุ้มมั้ย??? จากนั้นส่งเรซูเม่+ไฟล์แฟ้มสะสมผลงาน ผ่านทางอีเมล์ไปให้บริษัทนั้นๆได้เลย แล้วรอการตอบกลับ เรียกสัมภาษณ์ ซึ่งตามธรรมเนียมแล้ว หากเรซูเม่เข้าเกณฑ์ ทางฝ่ายบุคคลก็พิจารณาเรียกสัมภาษณ์เกือบทุกราย

ทั้ง 3 ข้อนี้แนะนำว่าควรทำก่อนเรียนจบล่วงหน้า 2-3 เดือน เพราะแต่ละขั้นตอนต้องใช้เวลา หากมีบริษัทเรียกไปสัมภาษณ์เยอะก็ไป ถ้าไปไม่ได้ให้ตอบปฏิเสธเลยทันที อย่านัดสัมภาษณ์หากไม่ว่างหรือไม่ชอบแล้วไปบอกเลิกนัดกระทันหัน จะทำให้เสียประวัติ

สัมภาษณ์งาน

ระเบียบการสัมภาษณ์งานทุกคนคงจะรู้ดีในเรื่องของความตรงต่อเวลา พูดจาสุภาพ แต่งตัวสุภาพ แต่เมื่ออยู่ให้สัมภาษณ์สิ่งที่สำคัญคือการแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยเล่าประสบการณ์ที่คุณรู้จริง ทำได้ แสดงออกถึงความสามารถให้มากที่สุด

แต่อย่าแสดงออกให้มากเกินไป การตอบคำถามที่ไม่สร้างภาพแต่เป็นการตอบคำถามในแบบตัวตนของคุณจริงๆ อย่าเกร็ง ปล่อยอารมณ์ตามสบายและทำให้เหมือนว่าคุณเคยรู้จักผู้ที่สัมภาษณ์มาก่อน

หากสิ่งไหนทำไม่ได้ให้ตอบว่า จะพยายามเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติมก่อนมาเริ่มงานครับ/ค่ะ ไม่ใช่ตอบคำว่า ทำไม่ได้ อย่างเดียว ถ้าหากทุกอย่างราบรื่น ทางผู้สัมภาษณ์จะเริ่มมีการพูดถึงเรื่องเงินเดือนและวันเริ่มงาน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าโอกาสเดินทางมาถึงประมาณ 70% แล้ว

แต่ก็จบการสัมภาษณ์ก่อนแล้วทางบริษัทจะติดต่อกลับมาในภายหลัง ถ้าทุกอย่างโอเค จะมีการนัดสัมภาษณ์อีกครั้ง นัดเซ็นสัญญาและเริ่มงาน หากเริ่มได้ทันทีก็แจ้งไปเลย แต่ถ้ายังติดเรียนเหลือไม่กี่ตัวควรจะบอกเค้าไปในวันสัมภาษณ์และขอเริ่มงานหลังสัมภาษณ์ 30 วัน

เริ่มงาน

การเริ่มงานในวันแรกก็เหมือนการมาสัมภาษณ์แต่งตัวเรียบร้อย ตรงต่อเวลา ไม่ควรตื่นเต้นจนมาเช้าเกินไป เตรียมเอกสารให้พร้อม หลังจากปฐมนิเทศพนักงานใหม่แล้ว เมื่อไปถึงโต๊ะที่ทำงานอย่างแรกคือการสอบถามรายละเอียดของงานที่คุณต้องทำทั้งหมด ในสัปดาห์แรกต้องศึกษาระบบการทำงานให้คล่องเพราะมันจะบ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการทำงานของคุณ

การเริ่มงานใหม่เป็นการเปลี่ยนสังคมใหม่ด้วยเพราะฉะนั้นอย่าโฟกัสที่งานอย่างเดียว คุยกับคนโต๊ะข้างๆ พยายามศึกษานิสัยใจคอของคนรอบข้างให้ได้มากที่สุดจะได้เลือกว่าคนไหนจะเป็นบัดดี้ของเราได้ เพราะหากคุณไม่สร้างสังคม การทำงานของคุณจะเต็มไปด้วยความอึดอัดและความโดดเดี่ยว

ซึ่งไม่มีใครอยากให้เป็น การปฏิบัติตามกฎของบริษัทอย่างเคร่งครัดและเก็บความลับเรื่องเงินเดือน ไม่ควรนำไปบอกใคร เด็กจบใหม่บางคนเห่อเงินเดือนใหม่ก็ถ่ายภาพสลิปลงอวดเพื่อนในโซเชียลซึ่งหารู้ไม่ว่ามันเป็นการกระทำที่ผิดมหันต์ถึงขั้นโดนไล่ออกได้เลย สังคมการทำงานเป็นไปอย่างหลากหลาย

เราต้องรู้จักวางตัวและแสดงความสามารถออกมาให้เต็มที่โดยเฉพาะในช่วงทดลองงาน หากงานไหนทำไม่ได้ให้เร่งศึกษา ฝึกฝน อย่าหนีปัญหาด้วยการไม่มาทำงาน ลาออกไปดื้อๆเพราะจะทำให้โปรไฟล์เสีย ถ้าไปสัมภาษณ์บริษัทใหม่แล้วเค้าโทรมาเช็คกับบริษัทเก่า งานนี้ไม่ดีแน่นอน แต่ถ้าทำไม่ได้จริงก็ให้อดทนไปจนครบช่วงทดลองงาน จะได้รู้ว่าเราไม่ใช่ทางนี้จริงๆ อาจจะขอปรับเปลี่ยนงานหรือลองหาแนวทางใหม่ๆให้กับตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ข้อแนะนำข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ MThai ข่าวภาคซ่าส์ นำมาแนะนำให้ได้เด็กจบใหม่หลายๆคนอ่านเพื่อจะได้เตรียมตัวเข้าสู่สังคมใหม่ อย่าตื่นตระหนกเกินไปและอย่าละเลยเกินไป ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดแล้วงานดีๆจะอยู่กับเราเอง ขอให้ทุกคนโชคดี

MThai News