เจาะเฟซบุ๊คเมืองไทย เติบโตไวในกระแสดราม่า

Home / Mthai Buster, คลิป / เจาะเฟซบุ๊คเมืองไทย เติบโตไวในกระแสดราม่า

ปัจจุบันนับได้ว่าเฟซบุ๊คกลายเป็นช่องทางของการทำธุรกิจอย่างเต็มตัว โดยหลายบริษัทใช้เฟซบุ๊คในการทำเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ หรือจัดกิจกรรมแคมเปญส่งเสริมการขาย เนื่องจากเป็นกลุ่มสังคมออนไลน์ ขนาดใหญ่มีผู้ใช้หลายล้านคน

ซึ่งวันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์ ขอนำข้อมูลเมื่อเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Zocial, inc. ได้ทำการสำรวจและเปรียบเทียบอัตราการเติบโตของประชากร Facebook ทั้งของทั่วโลก, ในประเทศไทย และทุกประเทศในประชาคมอาเซียน (AEC) ในช่วงปี 2013 – 2015 ว่ามีความเติบโตอย่างไร และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร

ประชากร Facebook ทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2013 – 2015

ปี 2013 มีประชากร Facebook ทั่วโลกทั้งหมด 1.14 พันล้าน

ปี 2014 มีประชากร Facebook ทั่วโลกทั้งหมด 1.19 พันล้าน (เพิ่มขึ้น +3%)

ปี 2015 มีประชากร Facebook ทั่วโลกทั้งหมด 1.39 พันล้าน (เพิ่มขึ้น +16.81%)

cats

จากแนวโน้มที่เราสำรวจมาแล้วตั้งแต่ปี 2013 นั้นมีจำนวนผู้ใช้ Facebook มากขึ้นเรื่อยๆถึงแม้ว่าจะมี Social Media ตัวอื่นเกิดขึ้นก็ตาม

เจาะลึกประชากร Facebook ในประเทศไทย ปี 2015 มีประชากร Facebook ในประเทศไทยทั้งหมด 35 ล้านบัญชี(เพิ่มขึ้น +34.6%) , ข้อมูล ณ 17 เมษายน 2558 โดยจังหวัดที่มีประชากร Facebook หนาแน่นมากที่สุด 5 จังหวัด

1.กรุงเทพมหานครฯ 20 ล้านบัญชี 2.เชียงใหม่ 960,000 บัญชี 3.นครราชสีมา 780,000 บัญชี 4.นนทบุรี 600,000 บัญชี 5.ชลบุรี 540,000 บัญชี

แต่เห็นจำนวนแบบนี้แล้วอย่าเพิ่งตกใจว่าคนไทยเล่นเฟซบุ๊คเยอะ เพราะหากมาเทียบกันในประชาคมอาเซียน เรายังอยู่อันดับที่ 3 เพราะสองอันดับแรกคือ 1. Indonesia – 74 ล้านบัญชี 2. Philippines – 44 ล้านบัญชี

จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าหากเปรียบเทียบเฉลี่ย 1User ต่อหนึ่งคน เท่ากับว่าประเทศไทยมีคนครึ่งหนึ่งเล่นเฟซบุ๊คและอีกครึ่งหนึ่งที่ไม่ได้เล่น โดยกลุ่มธุรกิจส่วนใหญ่หันมาเจาะตลาดบนเฟซบุ๊คเพราะเข้าถึงได้ง่าย

มีกลุ่มลูกค้าเฉพาะและสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้ผ่านทางแฟนเพจ ซึ่งนั่นเป็นการเปลี่ยนแปลงของการทำธุรกิจที่ไม่จำเป็นที่จะต้องเจาะกลุ่มลูกค้าในสังคมจริงๆเพียงอย่างเดียว แต่มีการใช้สังคมออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ด้วย

แต่ใช่ว่าการโหมการตลาดบนเฟซบุ๊คจะประสบผลสำเร็จและง่ายดายเสียอย่างเดียว บางธุรกิจมีการทำไวรัลอย่างไม่ยั้งคิด ทำให้เกิดผลเสียหายต่อแบรนด์ของตัวเอง รวมถึงเกิดดราม่าได้ง่าย โดยเฉพาะกับสังคมไทยที่ผิดนิดผิดหน่อยก็กลายเป็นประเด็นแล้ว โดยเฉพาะหากเป็นเซเลป หรือ ธุรกิจดังๆแค่ขยับตัวพิมพ์ผิดนิดหน่อยก็ดราม่าทั่วประเทศเลยทีเดียว

ซึ่งในยุคนี้ไม่ได้ดราม่าแค่ในโลกออนไลน์ แต่สื่อกระแสหลักก็จับเรื่องราวดราม่าไปขยายต่อจนเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตได้ บางคนเมื่อเกิดดราม่าเลือกที่จะเงียบและไม่สนใจต่อการโพสต์ร้องเรียนนั้น เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆและคนที่ร้องเรียนก็เป็นแค่ผู้ใช้คนหนึ่งไม่น่าเสียหายอะไร

ซึ่งอาจจะคิดผิดเพราะดราม่าไม่จบแค่นั้นแต่จะถูกนำไปเป็นประเด็นตั้งวิจารณ์ในเว็บบอร์ดดัง เดือดร้อนหนักถึงขั้นมีการขุดข้อมูลในอดีตมาตีดราม่าลุกลามไปใหญ่โต ยิ่งสร้างผลเสียเข้าไปใหญ่ งานนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ

วิธีการรับมือหากเกิดดราม่าบนเฟซบุ๊ค คือ การชี้แจงและตอบรับลูกค้าให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากเป็นเรื่องใหญ่ควรมีการออกแถลงการณ์ขอโทษแชร์ลงบนหน้าเฟซบุ๊ค ซึ่งจะผิดจริงหรือไม่ผิดจริงก็ควรขอโทษไว้ก่อน เพราะการกระทำดังกล่าวจะทำให้ User รู้สึกว่าปัญหาได้รับการใส่ใจและแก้ไข ทำให้สามารถระงับดราม่าจบลงไปและไม่ถูกแชร์ต่ออีก

อย่างไรก็ตามก็อย่าลืมคิดว่าเฟซบุ๊คไม่ได้อยู่ยั่งยืนตลอดไป เพราะถ้าหากย้อนไปในช่วงสิบปีสังคมออนไลน์เกิดใหม่มากและเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ตั้งแต่ เว็บบอร์ด MSN Hi5 จนมาถึง Facebook ซึ่งคนทำธุรกิจต้องรู้จักปรับตัวเปลี่ยนแปลงให้ทันสมัยด้วย ทางที่ดีคือการเรียนรู้เทรนด์ให้ไว และริเริ่มทำก่อนใคร ก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์ได้

MThai News