บทลงโทษเมาแล้วขับ กับชีวิตที่เสียไป?!

Home / Mthai Buster, คลิป / บทลงโทษเมาแล้วขับ กับชีวิตที่เสียไป?!

แม้จะมีหลากหลายหน่วยงานผุดแคมเปญรณรงค์ให้นักดื่มทั้งหลาย ช่วยดึงสติกันหน่อย หากเมาก็ไม่ควรที่จะขับขี่ยานพาหนะเอง เพราะมันมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุและเกิดการสูญเสียตามมา

แต่ดูเหมือนว่าปัญหาดังกล่าวก็ไม่สามารถลดน้อยถอยลงไปได้ จนผู้คนบางส่วนมองว่า อาจเป็นเพราะบทลงโทษตามตัวบทกฎหมายมันเบาเกินไปนักดื่มถึงไม่เกรงกลัวนัก MThai ข่าวภาคซ่าส์จะมาพูดถึงเรื่องนี้กัน

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีข่าวที่ทำให้ผู้คนในสังคมต่างพากันสลดหดหู่ หลังหญิงสาวคนหนึ่งได้ขับรถเก๋งชนนักปั่นจักรยานที่ดอยสะเก็ดจ.เชียงใหม่ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เมื่อทำการสอบปากคำผู้ขับรถเก๋ง เธอได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุเกิดอาการวูบ หลับในด้วยอาการแฮงค์เหล้า จึงพุ่งเข้าชนกลุ่มนักปั่นจักรยานของชมรมปั่นจักรยานที่กำลังปั่นกันอยู่

เป็นเหตุให้มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิต เมื่อตำรวจทำการตรวจวัดระดับแอลกอฮอลล์ วัดได้ ถึง67 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด สำหรับความคืบหน้า ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า เธอขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย

cats

ปัจจุบันมีกฎหมายที่ควบคุมการดื่มสุราในขณะ ขับขี่รถอยู่ 2 ฉบับ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับนี้ต่างมุ่งหมายที่จะควบคุมไม่ให้มีการขับขี่รถในขณะเมาสุรา หรือในขณะโดยสารอยู่ในรถ เพื่อให้อุบัติเหตุจราจรที่เกิดขึ้นจากการดื่ม แอลกอฮอล์ ลดน้อยลง

สำหรับบทลงโทษผู้ขับขี่ในขณะเมาสุรา ตามกฎหมายใหม่ (พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2550 (ฉบับที่ 7) ที่แก้ไขเพิ่มเติมจากพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522) มีดังต่อไปนี้

อัตราโทษผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา (ตรวจพบเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์)

1. เมาแล้วขับ โทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาต

2. เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ โทษจำคุก 1-5 ปี และปรับ 20,000 – 100,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต

3. เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส โทษจำคุก 2-6 ปี และปรับ 40,000 – 120,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต

4. เมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โทษจำคุก 3-10 ปี ปรับ 60,000 – 200,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ เพิกถอนใบอนุญาต

หลังจากได้เห็นบทลงโทษบุคคลที่เมาแล้วขับ ก็อดวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ว่า กฎหมายบ้านเราอ่อนเกินไปไหมสำหรับกรณีเช่นนี้ คนในสังคมมักจะตื่นตัวกันแค่ช่วงที่มีข่าวโด่งดังเท่านั้น ในเมื่อกฎหมายไม่เข้มข้นมากพอผู้ก่อเหตุก็ไม่เข็ดหราบ

เมื่อปี2557 ที่ทางเว็บไซต์เดลี่เมล์ของอังกฤษ ได้อ้างผลสำรวจจากยูโรมอร์นิเตอร์ ที่ได้มีการสำรวจและวิเคราะห์ประเทศที่มีประชากรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุดใน 44 ประเทศ พบว่า ไทยอยู่ในอันดับที่ 4 จากประเทศทั้งหมดที่ทำการสำรวจ

5 ประเทศที่มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุดในโลก ประกอบด้วย

อันดับ 1 เกาหลีใต้ มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คิดเป็น 13.7 ช็อต/สัปดาห์

อันดับ 2 รัสเชีย มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คิดเป็น 6.3 ช็อต/สัปดาห์

อันดับ 3 ฟิลิปปินส์ มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คิดเป็น 5.4 ช็อต/สัปดาห์

อันดับ 4 ไทย มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คิดเป็น 4.5 ช็อต/สัปดาห์

อันดับ 5 ญี่ปุ่น มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คิดเป็น 4.4 ช็อต/สัปดาห์

จากผลสำรวจข้างต้นจะเห็นได้ว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับต้นๆ ที่มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราคงไม่สามารถเรียกร้องให้เพิ่มบทลงโทษกับนักดื่มไร้วินัยได้ในเร็ววัน แต่ตัวนักดื่มเองก็ควรที่จะมีความรับผิดชอบต่อสังคมบ้าง แม้การดื่มแอลกอฮอล์คือสิทธิส่วนบุคคล แต่นักดื่มทั้งหลายก็ไม่ควรประมาท หากท่านรู้ว่าเมาก็ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนรอบข้าง

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก มูลนิธิเมาไม่ขับ