อาเคียร่าข้าจะทำดีที่สุด ? ลูกเสือไทย เรียนเพื่ออะไร

Home / Mthai Buster, คลิป / อาเคียร่าข้าจะทำดีที่สุด ? ลูกเสือไทย เรียนเพื่ออะไร

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสดราม่าเกี่ยวกับวิชาลูกเสือ โดยมีกลุ่มนักเรียนได้เข้ายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอแนวทางปฏิรูปการศึกษา โดยหนึ่งในข้อเสนอ ได้เรียกร้องให้เสนอไม่ให้บังคับเรียนวิชาลูกเสือ และให้ปรับเป็นวิชาเลือก หรือ กิจกรรมชุมนุม พร้อมมีการตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับวิชาลูกเสือ พร้อมกับมองว่าเครื่องแบบต่างๆ ทำให้ผู้ปกครองเสียค่าใช้จ่ายและวิชานี้ใช้ได้ประโยชน์ได้จริงหรือ ? ซึ่งวันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์ จะพามาเจาะประเด็นนี้กัน

กิจการการลูกเสือ ได้อุบัติขึ้นเป็นแห่งแรกของโลก โดยลอร์ดเบเดน โพเอลล์ เรียกย่อว่า “บี พี” อดีตนายทหารปลดประจำการ ซึ่งเขาได้นำเด็กๆมาสอนระเบียบวินัยและบำเพ็ญประโยชน์ โดยในปี พ.ศ. 2450 บี พีได้รวบรวมเด็ก 20 คน ให้ไปอยู่กับเขาที่เกาะบราวน์ซี ในช่องแคบอังกฤษ

ซึ่งนับเป็นการพักแรมครั้งแรกของลูกเสือ และต่อมาได้มีการก่อตั้งกองลูกเสือขึ้นอย่างจริงจัง ซึ่งคำว่าลูกเสือ ในภาษาอังกฤษคือ SCOUT ซึ่งมีความหมายดังนี้

S : Sincerity หมายถึง ความจริงใจ มีน้ำใสใจจริงต่อกัน
C : Courtesy หมายถึง ความสุภาพอ่อนโยน เป็นผู้มีมารยาทดี
O : Obedience หมายถึง การเชื่อฟัง อ่อนน้อมถ่อมตน อยู่ในโอวาท
U : Unity หมายถึง ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รู้รักสามัคคี
T : Thrifty หมายถึง ความมัธยัสถ์ ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด

cats

สำหรับในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทยขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 มีคำขวัญพระราชทานว่า “เสียชีพ อย่าเสียสัตย์ ” แบ่งการเรียนการสอนออกเป็น 3 ระดับ ซึ่งอยู่ในหลักสูตรขั้นพื้นฐานของนักเรียนตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ภาคบังคับ) ดังนี้

1. ลูกเสือสำรอง ช่วง ป.1 – ป.4 เครื่องแบบผ้าพันคอ หมวกแคป
คติพจน์: จงทำดีที่สุด เน้นการสอนระเบียบวินัยเบื้องต้น กิจกรรมสันทนาการ การร้องเพลง ซึ่งเป็นการปลูกฝังและสร้างการจดจำได้ดีสำหรับเด็กในวัยนี้ เพลงที่หลายคนจำได้ดีเช่น จับมือลูกเสือ ลูกเสือเขาไม่จับมือขวา ยื่นซ้ายมาจับมือกันมั่น มือขวาใช้เคารพกัน ยื่นซ้ายออกมาพลัน จับมือ จับมือ

การเล่านิทานที่รู้จักกันดีนั่นคือเมาคลีลูกหมาป่า ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กที่มีหมาป่าเก็บไปเลี้ยง มีศัตรูคือ แชร์คาน จนกลายเป็นที่มาของเพลงในวงสันทนาการชื่อเพลง เมาคลีล่าสัตว์ ร้องว่า เมาคลีล่าสัตว์ เมาคลีล่าสัตว์ เมาคลีล่าสัตว์ ฆ่าแชร์คาน ฆ่าแชร์คาน ถลกหนังมันออกให้หมด ถลกหนังมันออกให้หมด มันฆ่าวัว มันฆ่าควาย โดยเพลงนี้ถูกนำไปล้อเลียนในการเดี่ยวไมโครโฟนครั้งล่าสุดของ อุดม แต้พานิชด้วย

2. ลูกเสือสามัญ ช่วง ป.5 – ป.6 เครื่องแบบชุดสีกากี หมวกปีกกว้าง คติพจน์: จงเตรียมพร้อม เน้นการสอนเรื่องการเอาตัวรอด การผูกเงื่อน การตั้งแคมป์ การทำอาหาร เริ่มมีการพักค้างแรมเป็นกิจกรรมของโรงเรียน การบำเพ็ญประโยชน์

3. ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ช่วง ม.1-ม.3 คติพจน์: มองการณ์ไกล เครื่องแบบชุดสีกากี สีเลือดหมูสีแดงมีตราลูกเสือติดบริเวณหมวก เน้นการสอนระเบียบวินัย การเอาตัวรอด การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การประชุมเปิดปิดกอง การพักค้างแรม
นอกจากนี้ยังมีลูกเสือวิสามัญ สำหรับผู้เรียนสถาบันอาชีวะศึกษา จะสวมชุดสีกากีเช่นเดียวกัน มีหมวกสีเขียว รองเท้าหนังสีน้ำตาล

สำหรับความคิดเห็นบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นวิชาลูกเสือ ว่าเรียนแล้วได้อะไรนั้น ด้านเครือข่ายผู้ก่อการอภิวัฒน์สังคมไทย ( Rise Up Thai Students Network ) ซึ่งเป็นผู้เริ่มประเด็นถกเถียงนี้ได้แสดงความคิดเห็นว่า ลูกเสือเป็นหน้าที่ที่มีเกียรติ รู้จักระเบียบวินัย รู้จักการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อดูจากอุดมการณ์ของลูกเสือ และหลักสูตรการเรียนการสอนแล้วแต่การบังคับให้ทุกคนต้องเรียนลูกเสือเป็นเรื่องแย่มากๆ

ในสภาพความเป็นจริงวิชาลูกเสือในโรงเรียนเป็นวิชาที่นักเรียนหลายคนไม่มีความสุขและหมดเวลาไปเปล่า ทั้งที่จริงๆแล้วการฝึกระเบียบวินัยนั้นสามารถทำได้ในหลายรูปแบบ และไม่จำเป็นต้องแบบรูปแบบคำสั่งเท่านั้น การเรียนรู้สามารถมีได้ในหลายทาง ทุกวันนี้คนไทยเรียนลูกเสือกันทุกคน แต่ก็ไม่ได้รู้จักระเบียบวินัย มีความเห็นแก่ตัวอันมาก อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ควรบังคับให้เรียนลูกเสือ แต่ควรมีเป็นวิชาเลือก เพื่อให้เด็กได้ตัดสินใจเอง

ทั้งนี้ความคิดเห็นของสมาชิกเว็บไซต์ MThai.com ต่อกรณีการเรียนวิชาลูกเสือ กลุ่มที่เห็นด้วยมองว่า ที่เคยเรียนเห็นว่าวิชาลูกเสือมีประโยชน์ เพื่อนๆก็ชอบ ได้เปลี่ยนบรรยากาศจากความคร่ำเคร่งในห้องเรียน เป็นกิจกรรมได้ทั้งความรู้และสันทนาการ ออกแรงได้เหงื่อบ้าง ทำกิจกรรมอร่วมกันเป็นหมู่คณะ มีหลายวิชาให้เรียน

ได้ฝึกทักษะหลายอย่าง ฝึกการสังเกต ฝึกไหวพริบ บรรเทาสาธารณภัย ปฐมพยาบาล ผายปอดนวดหัวใจก็ได้เรียน ได้เข้าค่ายลูกเสือ เดินทางไกล ทำอาหารกิน พวกที่อยู่บ้านเป็นคุณหนูมีคนใช้เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ไม่ต้องทำงานก็ได้ใช้ชีวิตช่วยตัวเอง ช่วยเพื่อนๆ ทำงานสมบุกสมบันบ้าง ฝึกความอดทน ไม่รู้ว่าสมัยนี้เปลี่ยนไปอย่างไรแล้ว ถ้าอ่อนด้อยตรงไหนก็ควรปรับปรุง สรุปแล้วก็น่าจะดี ส่วนว่าวิชาลูกเสือมีอะไรดีหรือเปล่า ขึ้นอยู่กับว่าผู้เรียนเข้าใจและนำไปประยุกต์ในชีวิตประจำวันมากน้อยแค่ไหน

MThai News