โลกมันหมุนไปไว อัพเดทเด็กยุคใหม่ไปไกลกว่าที่เราคิด

Home / Mthai Buster, คลิป / โลกมันหมุนไปไว อัพเดทเด็กยุคใหม่ไปไกลกว่าที่เราคิด

ยุคนี้เทคโนโลยีหมุนเวียนเปลี่ยนไปเร็วขึ้น ไม่ใช่เฉพาะสังคมของผู้ใหญ่หรือในการทำงานเท่านั้น แต่ในสังคมเด็ก ในด้านการเรียน การใช้ชีวิต  เล่นเอาพ่อแม่ปวดเศียร รับมือกันแทบไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงของเด็กรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปมากเหลือเกินนะพี่บัวลอย!  วันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์จะพามาอัพเดทชีวิตของรุ่นลูกหรือเด็ก Gen Z  ซึ่งพวกเขาเหล่านี้เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เพียบพร้อมและเรียนรู้ด้วยความรวดเร็วมาก

นิยาม ใครคือคน Gen Z

เด็ก Gen Z เป็นคนที่เกิดหลังปี 2000 เป็นต้นมา มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง เกิดมากับความปลอดภัยสูงต่างจากเด็กเมื่อก่อนที่ต้องเผชิญกับภัยสงครามและความอดอยาก ในยุคนี้ความสบายเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี เด็กได้รับการเอาใจใส่หรือสปอยจนเกิดเหตุ

cats

เนื่องจากพ่อแม่ยุคใหม่นิยมมีลูกแค่ 1-2 คน ต่างกับยุคก่อนที่ต้องมีลูกมากเพื่อช่วยกันทำมาหากินและสืบวงศ์ตระกูล เด็กในยุคนี้มีการตั้งคำถามมากขึ้น เพราะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วแค่ปลายนิ้ว ไม่ชอบการรอคอย มีความอดทนต่ำ การเปิดรับวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือเด็กยุคนี้จะมีอวัยวะที่ 33 คือโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน

จากพ่อแม่ยุคอนาล็อก สู่ ดิจิตอลเต็มตัว

หากวิเคราะห์กันตามตรงผู้ปกครองในยุคนี้ที่เริ่มจะเข้ามาเป็นพ่อแม่คน คือคนรุ่น Gen X-Y  โดยกลุ่มGEN X นี่คงบอกได้เลยว่ายังเป็นช่วงโลกอนาล็อก ส่วน Gen Y  เป็นกลุ่มคนที่เติบโตมากับความก้ำกึ่งระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกไปสู่ดิจิตอล คือกึ่งปฏิบัติกึ่งไฮเทค

a

แต่เด็กที่โตมาในยุคนี้ต้องยอมรับว่าเป็นเด็กยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว แค่คลิกเดียวก็ทำได้ทุกอย่างแล้ว ความต่างกันทางด้านการใช้ชีวิตจึงมีความเหลื่อมล้ำกันมาก พ่อแม่ยุคนี้จะใช้สิ่งที่เคยเรียนรู้หรือเคยสัมผัสมาในช่วงเด็กมาสอนลูกในยุคนี้บางอย่างก็ไม่ได้แล้ว หรือ ลูกอาจจะถามพ่อแม่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ตัวเองสงสัยก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากเหมือนกัน

ห้องเรียนที่เปลี่ยนไป

สมัยก่อนหากจำได้ ห้องเรียนจะเป็นกระดานดำฝุ่นหนาๆ ที่ต้องมีการลบกระดาน  เคาะแปรงจนฝุ่นกระจาย ทุกเวรทำความสะอาดต้องใช้ผ้าชุบน้ำทำความสะอาด ต่อมาพัฒนาเป็นไวท์บอร์ด เขียนด้วยปากกาเคมี ซึ่งก็ทำให้สะดวกและสะอาดมากขึ้นแต่ติดปัญหาตรงที่หมึกปากกาหมดบ่อย

b

แต่เด็กยุคนี้ไม่ต้องทนกับปัญหาแบบนี้อีกต่อไป เพราะหลายโรงเรียนเริ่มพัฒนาใช้เครื่องฉายต่อจากคอมพิวเตอร์เหมือนที่เรียนในระดับมหาวิทยาลัยเลย สอนผ่านสื่อพาวเวอร์พอยท์ หรือสื่อการสอนที่ได้มาจากอินเทอร์เน็ต เรียกได้ว่าสะดวกสบาย เวลาจะพรีเซนต์งานในยุคก่อนต้องตัดแปะฟิวเจอร์บอร์ดจัดตกแต่งให้สวยงาม เดี๋ยวนี้ก็ให้นักเรียนทำผ่านพาวเวอร์พอยท์ พรีเซนต์หน้าห้องได้อย่างไฮเทค

bbb

ส่วนการบ้าน ครูก็สามารถโพสต์สั่งชี้แจงรายละเอียดทางเฟซบุ๊คหรือกรุ๊ปในไลน์และเฟซบุ๊คได้ด้วยทำให้เด็กเข้าใจได้มากขึ้น แต่เล่ห์เหลี่ยมของเด็กที่มากับเทคโนโลยีคือทุกวันนี้ เด็กนักเรียนจะมีไลน์กรุ๊ปประจำห้อง ใครทำข้อไหนเสร็จก็แชร์ภาพกันผ่านไลน์ได้เลย

ข้อดีก็คือได้ช่วยกันทำ ช่วยกันปรึกษาแต่สำหรับเด็กที่จ้องแต่จะลอกอย่างเดียวอาจจะส่งผลเสียต่อตัวพวกเขาได้ นอกจากนี้การสั่งรายงานของครูที่มีจำนวนมาก ก็อาจจะทำให้เด็กบางคนขี้เกียจแล้วก๊อบปี้จากอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้ใช้ความรู้เลย ซ้ำไปกว่านั้นยังมีกรุ๊ปไลน์และแฟนเพจรับจ้างทำการบ้าน งานฝีมือ งานประดิษฐ์อีกด้วย หากเด็กไม่อยากทำจริงๆ ก็อาจไปใช้บริการเพจเหล่านี้ ซึ่งก็เป็นผลร้ายทางอ้อมกับเด็กยุคนี้เองด้วย

การเล่นที่เปลี่ยนไป ?

เด็กในยุคเราอาจจะเล่นด้วยการจับกลุ่มกับเพื่อน ผู้ชายไปเล่นฟุตบอลหรือตำรวจจับผู้ร้าย ส่วนผู้หญิงอาจจะเล่นขายของ หม้อข้าวหม้อแกง กระโดดหนังยาง แต่เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงการเล่นที่เด็กยุค GenZ ก็เล่นเหมือนกันแต่ไม่ใช่การเล่นหลักๆ เพราะพวกเขามีคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน ที่เข้าถึงเกมส์ที่สามารถโหลดเล่นได้ไม่มีเบื่อ มีคลังยูทูปให้ดูจากทั่วโลก ซึ่งเด็กผู้หญิงและผู้ชาย

n

ช่วงประถมตอนนี้ก็นิยมอัดคลิปรับสมัคร FC กันด้วย ซึ่งเป็นการสร้างกลุ่มคอมมูนิวตี้อย่างหนึ่งคือ เด็กโพสต์คลิปรับสมัคร FC ผ่านทางยูทูป ซึ่งหากใครเข้ามาเป็น FC ก็จะได้สิทธิ์ลุ้นของรางวัลที่จะส่งให้ทุกเดือน แต่ FC ก็ต้องคอยทำหน้าที่เช่นส่งของมาให้ หรือเข้ามาพูดคุย ติดตามคนที่ตัวเองเป็น FC อยู่ คล้าย ๆ กับการตามดารานั่นเอง หากใครทำอะไรที่ไม่น่าพอใจก็จะมีการคลิปประจาน FC ด้วย หากใครสงสัยว่าเป็นยังไง ลองพิมพ์ในยูทูปว่า รับสมัคร FC คุณจะเจอคลิปลักษณะดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 8,060 คลิปเลยทีเดียวแล้วจะเห็นว่าเด็กทุกวันนี้โตไวและเล่นอะไรที่เราพ่อแม่อาจจะตามไม่ทัน

ลดช่องว่าง ปรับตัวให้ทัน เข้าถึง GEN-Z

วิธีการลดช่องว่างระหว่าง GEN โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีความต่างในด้านช่วงวัยค่อนข้างมาก คือการทำความเข้าใจทั้งอารมณ์ ความรู้สึกและเทคโนโลยี พยายามเรียนรู้ อย่างน้อยคือรู้จักเครื่องมือว่าสิ่งนั้นสามารถทำอะไรได้บ้าง สร้างประโยชน์และโทษได้อย่างไร การอัพเดทข่าวสารของโลกโซเชียลที่มาไว ไปไว

nxc

ซึ่งในช่วงนี้หลายข่าวกระแสหลักเริ่มจับประเด็นโซเชียลมาเล่นแล้ว ก็สามารถติดตามจากสื่อเหล่านั้นได้ นำมาเป็นประเด็นคุยกับลูกและใช้สอน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ เด็กใน Gen นี้ไม่ชอบการบังคับ ยัดเยียด ควรปล่อยเขาให้ได้คิดเอง ทำเอง ไม่กำหนดกรอบ แล้วคอยดูอยู่ห่าง ๆ แนะนำในสิ่งที่ถูก

โดยใช้คำว่า “ควรจะ” ไม่ใช้คำว่า “ต้องทำ” ใช้หลักการอธิบาย เหตุผลมากกว่าการสอนด้วยอารมณ์และต้องชี้แนะว่าสิ่งนี้ผิดเพราะอะไร ? ทำไม่ได้เพราะอะไร หากมีการยกตัวอย่างประกอบการสอนจะทำให้เด็กยุคนี้เข้าใจมากขึ้น ที่สำคัญคือต้องเปิดใจและใจเย็น ๆ เข้าไว้ เพราะหากเกิดอารมณ์รุนแรงอะไร เด็กอาจจะเตลิดไปเลยก็ได้

สมใจ นึกสมหวัง : เรียบเรียง

MThai News