วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก…โลกนี้มันโหดร้าย ขอลาตายดีกว่า

Home / Mthai Buster, คลิป / วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก…โลกนี้มันโหดร้าย ขอลาตายดีกว่า

ในโลกออนไลน์ทุกวันนี้ เราจะได้ยินข่าวคนฆ่าตัวตายเยอะมาก ทั้งสิ้นหวังความรัก หนีปัญหาหนี้สิน ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ฯลฯ อย่างกรณีของ สิงห์ แห่งวง sqweez animal ที่เพิ่งลาโลกไปสร้างความเสียใจให้กับแฟนคลับ หรือ กรณีของแตงโม ภัทรธิดา ที่กินยาประชดชีวิตรัก เพื่อหวังฆ่าตัวตายแต่สุดท้ายเธอก็รอดมาได้พร้อมทั้งบทเรียนของชีวิต วันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์ จะพามารู้จักกับวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก รวมถึงเจาะลึกสถิติ แง่มุมการป้องกัน ไม่ให้เราคิดจะลาโลก

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้กำหนดให้วันที่ 10 กันยายนของทุกปี เป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก โดยมีกำหนดมาตั้งแต่ปี 2546 โดยจากข้อมูลของ WHO เผยว่า ในหนึ่งปีจะมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 1 ล้านคน หรือเฉลี่ย  1 คน ทุก 40 วินาที นอกจากนี้ยังติดอันดับ 1 ใน 10 สาเหตุการตายมากที่สุดในโลกด้วย

safd
วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก

ประเทศที่หลายคนรู้กันดีว่ามีสถิติฆ่าตัวตายสูงมากนั่นคือที่ญี่ปุ่น สาเหตุที่คนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายกันเยอะ นอกจากสาเหตุของความเครียดแล้วยังเป็นเรื่องของการแสดงความรับผิดชอบ เหมือนเช่นสมัยก่อนหากนักรบซามูไรทำผิดพลาดก็จะมีการฮาราคีรีคว้านท้องตัวเองเพื่อศักดิ์ศรี

dsfs
วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก

การฆ่าตัวตายก็เป็นการหนีปัญหาเพื่อไม่ให้คนอื่นต้องเดือดร้อน เช่น หากติดปัญหาหนี้สินก็จะฆ่าตัวตายเพื่อไม่ให้คนในบ้านต้องมารับผิดชอบใดๆ รวมถึงคนญี่ปุ่นทำงานหนักตื่นแต่เช้าแม้จะเลิกงานในช่วงเย็นก็ไม่สามารถกลับบ้านได้เพราะตามธรรมเนียมมักจะมีการพานายจ้างไปดื่มหลังเลิกงาน จะกลับบ้านก่อนก็ไม่ได้เพราะมีระบบอาวุโส บางคนทำงานหามรุ่ง หามค่ำแทบไม่ได้พักผ่อน

ไม่นานมานี้สำนักข่าวต่างประเทศทั้ง BBC และ CNN ได้เผยแพร่รายงานสุดประหลาดของญี่ปุ่น ที่บอกว่า วันที่ 1 ก.ย. จะ เป็นวันที่มีอัตราการฆ่าตัวตายในหมู่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมากที่สุด โดยระหว่างปี 2515 – 2556 มีเยาวชนฆ่าตัวตาย 18,048 ราย ซึ่งวันที่ 1 กันยายนจะเป็นวันที่เด็กส่วนใหญ่จะต้องเปิดเทอมไปโรงเรียนนั่นเอง โดยสาเหตุของการคิดสั้นมาจากการทนสภาพแวดล้อมและการถูกรังแกจากเพื่อนไม่ไหว ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ค่อนข้างแปลกมากเลยทีเดียว

sdgv
ประเทศญี่ปุ่น มีอัตราการฆ่าตัวตายสูง

นอกจากนี้ในประเทศญี่ปุ่นยังมีสถานที่ขึ้นชื่อว่ามีคนเดินทางเข้าไปฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก โดยป่านี้มีชื่อว่า อาโอกิกาฮาระ มีสมญานามว่า ป่าอาถรรพ์ โดยจะมีคนเข้าไปแขวนคอตายไม่ต่ำกว่า 100 คน ต่อปี ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใดป่าแห่งนี้จึงเป็นที่นิยมของการมาฆ่าตัวตาย โดยในปัจจุบันสถานที่ดังกล่าวถูกจัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดสยองขวัญติดอันดับโลกไปแล้ว

สำหรับในประเทศไทย กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานสถิติของปี 2557 ที่ผ่านมา มีคนไทย  ฆ่าตัวตายกว่า 3,900 คนต่อปี หรือคิดเป็นอัตรา 6.08 ต่อประชากรแสนคน หรือเฉลี่ยเดือนละ 328 คน ประมาณวันละ 10-12 คน หรือทุก ๆ 2 ชั่วโมง มีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ในจำนวนนี้ผู้ชายฆ่าตัวตายมากกว่าผู้หญิง

fdgbcb
สถิติการฆ่าตัวตาย ในประเทศไทย ของปี 2557

ปัญหาการฆ่าตัวตายของคนในสังคมปัจจุบันส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากโรคซึมเศร้า โดย ศ.นพ.มาโนช หล่อตระกูล ภาควิชาจิตเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จากเว็บไซต์ของกรมสุขภาพจิต ได้ให้ข้อมูลว่า  โรคซึมเศร้าเกิดขึ้นได้จากการหลั่งสารเคมีไม่สมดุลในสมองรวมถึงอาจมาจาก พันธุกรรม ซึ่งเป็นผลจากความผิดปกติของยีน ทั้งยังเกิดได้จากฮอร์โมน นั่นทำให้ผู้หญิงมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้ได้มากกว่าผู้ชาย นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องการเลี้ยงดู

sdvgdsv
วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก

โดยอาการของโรคซึมเศร้า มักจะมีอาการซึมเศร้าแน่นอนอยู่แล้ว รวมทั้งมีการเบื่อหน่าย โดยปกติแล้วมักคิดกันว่า คนเป็นโรคซึมเศร้าต้องเศร้า ร้องไห้ เสียใจ แต่มีอยู่จำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้ซึมเศร้า แต่มีอาการเซ็ง เบื่อ ไม่กระปรี้กระเปร่า ไม่มีชีวิตชีวา เมื่อซึมเศร้าแล้วจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า บางคนคิดว่าไร้ค่า คนเราจะมีชีวิตไปทำไม

xdbf
วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก

วิธีการสังเกตคือ หากนิสัยเปลี่ยนไปจากเดิมไหม พูดน้อยลง เงียบลงกว่าเดิม ผอมลง ไม่พูดไม่จา ดูซึม ๆ ซึ่งช่วงเริ่มแรกที่เป็นอาการ อาจไม่ค่อยสังเกตเห็นนัก แต่เมื่อสะสมมากเข้า อาการจะแสดงออกมาชัดเจนมากขึ้น วิธีการแก้ไขปัญหา เบื้องต้นสามารถทำได้ด้วยการช่วยรับฟัง ฟังให้มาก เมื่อเขาระบายออกมาความเครียดที่อยู่ในใจก็จะลดระดับลง จากนั้นค่อยเสริมด้วยการให้กำลังใจและปรึกษาพาไปพบแพทย์

fgdgb
สายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร 1667

ทั้งนี้ในประเทศไทย ได้มี โครงการช่วยเหลือผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย  ของกรมสุขภาพจิต รวมถึงมีสายด่วน 1667 โทรฟรี ให้เราได้รับคำปรึกษาปรับทุกข์และคำแนะนำด้วย

 

MThai News