เจาะลึก จบป.ตรี เตะฝุ่นกว่าแสน เลือกมากหรืองานน้อย ?

Home / Mthai Buster, คลิป / เจาะลึก จบป.ตรี เตะฝุ่นกว่าแสน เลือกมากหรืองานน้อย ?

เมื่อเดือนที่ผ่านมา สำนักงานสถิติแห่งชาติได้จัดทำสรุปผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรไทย เผยว่า มีผู้ว่างงาน 3.77 แสนคนคิด โดยระดับการศึกษาที่มีผู้ว่างงานมากที่สุดคือ ระดับอุดมศึกษา 1.57 แสนคน ซึ่งนั่นหมายถึงว่า บัณฑิตระดับปริญญาตรีขึ้นไป เป็นวุฒิที่ตกงานมากที่สุด ซึ่งวันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์จะพาไปเจาะลึกตลาดแรงงานไทยว่า งานมีน้อยหรือคนเลือกงาน จึงทำให้เกิดปรากฎการณ์เตะฝุ่น

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เคยเปิดผลสถานการณ์แรงงานไทย เมื่อปี 2557 พบว่า  แรงงานจบใหม่ โดยเฉพาะระดับปริญญาตรีมีประมาณปีละ 300,000-400,000 คน และเข้าตลาดแรงงานปีละประมาณ 2 แสนกว่าคนเท่านั้น

cats
เลือกมากหรืองานน้อย ?

ซึ่งไม่เพียงแต่จำนวนคนที่จบกันมามากขึ้นเท่านั้น แต่ปัญหายังมาจากผลกระทบทางการเมืองที่หลายธุรกิจปรับตัวชะลอการจ้างงานใหม่ จำกัดใช้กลุ่มเดิมที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งกลุ่มเด็กจบใหม่ถือว่ากระทบมากที่สุด

โดยแต่เดิมกลุ่มนี้ก็มีปัญหาว่างงานสะสมมาต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยเด็กจบใหม่จะต้องเพิ่มความรู้ ทักษะการประกอบอาชีพนั้นๆ และหันไปทำงานอิสระกันมากขึ้น  โดยการว่างงานของผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ยังมีสาเหตุต่างๆดังนี้

dsfgb
เจาะลึกตลาดแรงงานไทยว่า งานมีน้อยหรือคนเลือกงาน
  • ความต้องการในอัตราเงินเดือนที่ค่อนข้างสูงเกินไป ทั้งที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน ซึ่งเรื่องของเงินเดือนเป็นสิ่งที่เด็กจบใหม่ใช้เป็นตัวเลือกอันดับแรกในการเลือกงานมากกว่างานที่จะทำให้มีความก้าวหน้าทางอาชีพ
  • สถานประกอบการรับเด็กจบใหม่น้อยลง ส่วนใหญ่ต้องการรับผู้ที่มีประสบการณ์เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการสอนงานและดูผลงานจากบริษัทที่ผ่านมา ส่วนวิธีที่นักศึกษาจะได้งานหลังเรียนจบเลย ส่วนใหญ่จะมาจากการทาบทามในช่วงของการฝึกงานระหว่างเรียน นอกจากนี้ยังพบว่า สถานประกอบการจะเป็นผู้กำหนดเงินเดือนแรกเข้าของเด็กจบใหม่เองและไม่เปิดโอกาสให้เรียกสูงมากเท่าไหร่นัก
gvbfd
เรียนจบไม่ตรงสาย
  • ความไม่สอดคล้องของทักษะจากการที่ร่ำเรียนมา คือเรียนจบไม่ตรงสาย หรือสาขาที่เปิดรับมีการแข่งขันกันสูง นอกจากนี้จำนวนนักศึกษาที่มากขึ้นทำให้มหาวิทยาลัยเริ่มผลิตบัณฑิตที่คุณภาพน้อยป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ทำให้มีตำแหน่งงานว่างมากแต่ก็หาคนทำงานไม่ได้เพราะไม่ตรงกับความต้องการของบริษัทที่อยากจะรับ
dgffd
เรียนจบแต่ไม่มีงานทำ
  • การรับข้อมูลมากขึ้น ในยุคที่โซเชียลรวดเร็ว อินเตอร์เน็ตทั่วถึง ทำให้เด็กจบใหม่ใช้เวลากับการหาข้อมูลข่าวสารจากองค์กรที่อยากสมัคร บริษัทที่อยากร่วมงาน โดยมีการหาข้อมูลเปรียบเทียบเกี่ยวกับอัตราจ้าง สวัสดิการขององค์กร การเดินทาง เข้ามาส่วนตัดสินใจในการสมัครงานเข้าองค์กรนั้น ๆ

    นอกจากนี้ยังมีค่านิยมใหม่ที่ว่า หากเรียนจบมาแล้วได้เงินเดือนไม่คุ้มค่ากับการทำงาน ก็นอนเตะฝุ่นอยู่ที่บ้านน่าจะดีกว่า ซึ่งต่างจากทัศนคติสมัยก่อนที่ว่า เรียนจบขอให้มีงานทำไว้ก่อน ค่อยขยับขยายก้าวต่อไป ไม่ว่าจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ก็ถือว่าเป็นค่าประสบการณ์ชีวิต

fg
ข้อแนะนำ เกี่ยวกับการว่างงานของเด็กจบใหม่

เว็บไซต์ jobsdb.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์จัดหางานได้มีการจัดทำข้อแนะนำ เกี่ยวกับการว่างงานของเด็กจบใหม่ที่ว่างงาน โดยได้แนะนำ 3 ข้อ เพื่อไม่ให้เสียเวลาว่างโดยเปล่าประโยชน์

1.การเตรียมข้อมูลสมัครงานใหม่ เช่น การเตรียมเรซูเม่ แฟ้มสะสมผลงาน ศึกษาความต้องการของตลาด ทิศทางของการสมัครงานให้ชัดเจน ทบทวนปัญหาและจุดบกพร่องของตัวเองเพื่อนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาก่อนสมัครงานใหม่

2.รับงานฟรีแลนซ์ คือหางานพาร์ทไทม์ หรือ ชิ้นงานสัญญาจ้างระยะสั้นทำเพื่อหารายได้เล็กๆน้อยๆ นอกจากนี้ยังช่วยให้ได้พัฒนาทักษะและชิ้นงาน นำไปโชว์ในการสมัครงานที่อื่นๆ ด้วย นอกจากนี้การทำฟรีแลนซ์หากทำดี อาจะทำให้ได้งานชิ้นต่อๆ ไป จนไม่ต้องไปสมัครงานเข้าสู่ระบบงานประจำได้ด้วย

3.การพัฒนาทักษะ ฝีมือ เมื่อสำรวจจุดด้อยแล้วอย่าลืมเพิ่มทักษะ เช่น การฝึกภาษาเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเองเพราะเดี๋ยวนี้บางบริษัทรับเด็กที่ได้ภาษาด้วย ยิ่งในช่วงเปิด AEC ถือว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญ รวมถึงบริษัทส่วนใหญ่รับคนที่มีผลงาน

แม้ว่าเราไม่เคยทำงานที่ไหนมาก็ตาม แต่หากมีงานที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ให้เขาดู ก็อาจะได้รับการพิจารณา เช่น สายงานกราฟฟิค น้องจบใหม่อาจจะลองออกแบบงานที่ตัวเองชอบ

สายงานเขียนอาจจะลองเขียบทความลงบล็อกในอินเตอร์เน็ตก็ได้ ก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยทำให้เราพัฒนาขึ้นและทำให้ได้งานมากขึ้น

MThai News