คืนเถอะค่ะ! ยืมกยศ.ไม่คืน อดกู้เงินซื้อบ้าน-เจอยึดทรัพย์-หักเงินเดือน

Home / Mthai Buster, คลิป / คืนเถอะค่ะ! ยืมกยศ.ไม่คืน อดกู้เงินซื้อบ้าน-เจอยึดทรัพย์-หักเงินเดือน

ข่าวล่าสุด

ขีดเส้นตาย เงินกู้ยืมการศึกษา ต้องจ่าย!!


MThaiข่าวภาคซ่าส์วันนี้ จะมาพูดถึงเรื่องราวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นประจำ สำหรับโครงการ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า กยศ. สำหรับโครงการนี้ จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2538 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2539  

เริ่มดำเนินการกองทุนในลักษณะเงินทุนหมุนเวียน ต่อมารัฐบาลได้พิจารณาเห็นความสำคัญของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษามากขึ้น จึงได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541 มีผลให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา มีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง

มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กู้ยืมเงินแก่นักเรียน หรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพระหว่างศึกษา

กยศ
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาดำเนินการให้กู้ยืมตั้งแต่ปีการศึกษา 2539 โดยให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียนนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (สายสามัญและสายอาชีพ) จนถึงระดับปริญญาตรี กองทุนนับเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนการขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาของประเทศ เพื่อให้เยาวชนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียมกัน

ตัวอย่างไม่ดี! รุ่นพี่เสี้ยมรุ่นน้อง ไม่ต้องคืนทุนกยศ.

เรื่องที่ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ่อยครั้งสำหรับโครงการนี้ เห็นจะเป็นผู้กู้บางรายหนีหนี้ ไม่ไปชำระหนี้ตามกำหนดตามกฎที่ระบุไว้ เป็นเหตุให้รุ่นน้องที่ต้องการกู้ได้รับความเดือดร้อน ล่าสุดรศ.ดร.ชวนี ทองโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.)

กยศ
รุ่นพี่เสี้ยมรุ่นน้อง ไม่ต้องคืนทุนกยศ.

เปิดเผยว่า ได้มีการจัดทำแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างจำนวน 4,184 คน พบสาเหตุที่ผู้กู้ไม่ยอมชำระเงินคืน เนื่องจากมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้หนี้และบางคนเข้าใจว่าไม่ต้องชำระคืนก็ได้ โดยอ้างว่าเป็นเงินที่รัฐบาลให้ฟรี นอกจากนี้ยังมีการสอนกันมาตั้งแต่รุ่นพี่ รุ่นน้อง ว่าไม่ต้องชำระเงินกูคืนก็ได้

หนีนักใช่ไหม เจอท่าไม้ตาย กยศ. เบี้ยวหนี้เจอแน่ หักเงินเดือน-ชื่อถูกเข้าสู่ระบบเครดิตบูโรในปี 2561

ผู้จัดการกยศ.เผยว่า ปีการศึกษา 2558 มีผู้กู้รายเก่าและรายใหม่ ประมาณ 750,000 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นผู้กู้รายใหม่ ประมาณ 200,000 ราย ซึ่งเบื้องต้นจำนวนผู้กู้รายใหม่ลดลงกว่าปีที่ผ่านมา เพราะกยศ.จำกัดจำนวนผู้กู้ไม่ให้เกิน 200,000 ราย อีกทั้งอัตราการเกิดของประชากรลดน้อยลง ทำให้นักเรียน นักศึกษาในสถาบันศึกษาจำนวนน้อยลงด้วย

สำหรับการชำระหนี้ กยศ.นั้น ในปีนี้พบว่ามีผู้ชำระหนี้เพิ่มมากขึ้นจากปี 2557 รวม 2.2 ล้านคน เป็นผลมาจากการรณรงค์ชำระหนี้ในโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะการจ้างบริษัทติดตามหนี้ ในปี2557 ที่ได้เงินคืนมาประมาณ 800 ล้านบาท และในปี2558 ได้เงินคืนมาประมาณ 5,000 ล้านบาท

กยศ
เบี้ยวหนี้เจอแน่ หักเงินเดือน-ชื่อถูกเข้าสู่ระบบเครดิตบูโรในปี 2561

แต่ก็ยังมีผู้ค้างชำระหนี้ กยศ.อีกเป็นจำนวนมาก ขณะนี้มีผู้ถูกฟ้องร้อง และไม่มาชำระหนี้ตามศาลสั่งบังคับคดี จึงถูกยึดทรัพย์ไปแล้วจำนวน 786 รายเป็นเงินจำนวน  22 ล้านบาท และยังมีผู้ที่เข้าข่ายจะถูกยึดทรัพย์อีก จำนวน 4,175 รายรวมเป็นเงิน 109 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นผู้กู้ในปีการศึกษา 2547 และในปี(2558) ทางกยศ.จะไม่มีโครงการไกล่เกลี่ยเหมือน 2 ปีที่ผ่านมาแล้ว

บางคนอาจคิดว่าในเมื่อฉันไม่จ่ายใครจะทำอะไรฉันได้ หากคุณกำลังคิดอย่างนั้นคุณคิดผิดมาก เพราะกยศ.ผุดโครงการรณรงค์ชำระหนี้ โดยร่วมกับสถานประกอบการ ภาคเอกชน และหน่วยงานราชการ ด้วยการใช้มาตรการหักเงินเดือน พนักงานที่เป็นลูกหนี้กยศ. ซึ่งในขณะนี้เริ่มมีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการบ้างแล้ว อีกทั้งในปี 2561 จะมีการนำรายชื่อผู้ค้างชำระตั้งแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบันเข้าสู่ระบบข้อมูลเครดิตบูโร

แรงไปไหม ยึดทรัย์เลยนะ เงินเดือนนิดเดียว…?

อย่างไรก็ตามมาตรการยึดทรัพย์ผู้กู้ยังคงมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งทาง นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์  รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เห็นว่า รู้สึกเห็นใจคนกลุ่มนี้ ที่เริ่มต้นมีความรู้สึกที่ดี และได้มีการศึกษาจบปริญญาตรี แต่เนื่องจากตัวผู้กู้เองที่มีฐานะยากจน อีกทั้งเมื่อจบการศึกษาแล้วอาจไม่มีงานทำหรืองานที่ทำมีรายได้น้อย จึงไม่สามารถชำระหนี้กู้ยืมได้ บางรายเป็นเสาหลักที่มีภาระดูแลครอบครัวที่มีสภาพความเจ็บป่วย ความยากจน ความด้อยโอกาส

cats
แรงไปไหม ยึดทรัย์เลยนะ เงินเดือนนิดเดียว

ผู้คนอีกส่วนหนึ่งที่เห็นด้วยกับมาตรการการยึดทรัพย์มองว่า หากไม่มีมาตรการเด็ดขาดก็จะเกิดเป็นปัญหาหมักหมม คนมาชำระหนี้น้อย เนื่องจากกฎที่วางไว้ไม่น่ากลัว สำหรับคนที่อ้างว่า บ้านมีภาระมากมาย ถ้ายังไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ ก็ควรยื่นเรื่องขอผ่อนผันการชำระหนี้ให้ถูกต้อง เพื่อเป็นการแจ้งให้ทางกยศ.ได้ทราบว่าเราไม่ได้หนีไปไหน

MThai News