วิจารณ์กระฉ่อน! หนังอาบัติ หมิ่นศาสนาหรือสะท้อนปัญหา กันแน่!

Home / Mthai Buster, คลิป / วิจารณ์กระฉ่อน! หนังอาบัติ หมิ่นศาสนาหรือสะท้อนปัญหา กันแน่!

MThai ข่าวภาคซ่าส์ได้หยิบยกเอาประเด็นที่ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักมานำเสนอ กรณีภาพยนตร์เรื่อง “อาบัติ” ที่มีกำหนดฉายทั่วประเทศในตอนแรกเมื่อ วันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา และจะมีรอบปฐมทัศน์ ในวันอังคารที่ 13 ตุลาคม แต่ก็มีเหตุให้ถูกเลื่อนฉาย เพราะภาพยนตร์ถูกระงับการฉายจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์ เรื่องดังกล่าวทำให้ผู้คนจำนวนมากบนโลกออนไลน์ออกมาแสดงความคิดเห็นในหลากหลายมุมมอง

สำหรับเรื่องย่อของภาพยนตร์นั้นได้พูดถึง “ซัน” เด็กหนุ่มวัย 19 ปีผู้เอาแต่ใจตนเอง ไม่สนใจใคร และใช้ชีวิตคึกคะนองอย่างสุดขั้ว เขาจึงถูกพ่อบังคับให้มาบวชเณรเพื่อดัดนิสัย การบวชอย่างไม่เต็มใจ ไร้ศรัทธา และด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจว่าตนเองทำผิดอะไรนักหนา จึงทำให้ซันยังคงใช้ชีวิตเหมือนปกติทั่วไปแม้จะอยู่ในผ้าเหลืองแล้วก็ตาม

รวมถึงการแอบคบหากับ “ฝ้าย” สาววัยรุ่นท้องถิ่นผู้โหยหาในความรัก ซึ่งเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่ทั้งคู่มีให้แก่กันและเชื่อมั่นว่า ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด ทุกการกระทำที่ท้าทายการอาบัตินี้ ทำให้เณรซันต้องเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ลึกลับชวนขนหัวลุกที่ถูกปกปิดไว้ภายในวัด ทั้งเรื่องราวความสัมพันธ์ของสีกากับพระ, การเผชิญหน้ากับผีเปรตที่ตามมาขอส่วนบุญและทวงคืนชีวิตที่ต่างเชื่อมโยงกันอย่างคาดไม่ถึง

cats
หนังอาบัติ

ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองและถูกพูดถึง ตั้งแต่มีการเผยแพร่ตัวอย่างแล้ว ซึ่งพระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เคยแสดงความคิดเห็นต่อภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวว่า ณ เวลานี้สังคมพระพุทธศาสนากำลังสงสัยจุดประสงค์หลักของหนังเรื่อง “อาบัติ” อยู่ เพราะหนังเรื่องนี้มีพระเอกตัวแสดงนำเป็นคนนับถือศาสนาคริสต์ แต่แสดงเป็นสามเณรในศาสนาพุทธ เนื้อเรื่องหลักสามเณรรูปนี้ได้กระทำผิดศีลธรรมที่ละเมิดศีลข้อ 3 อะไรประมาณนี้

12106867_561650117316903_861476490475901535_n
พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

พูดง่าย ๆ ก็คือหนังเรื่องนี้เอาความผิดของพระเณรบางรูป-บางคน มาตีความประจานออกสื่อเพื่อให้สังคมดูถูกเหยียดหยามนั่นแหละ ซึ่งมันจะไปส่งผลทางจิตวิทยาให้กับผู้ชมว่าพระ-เณรนั้นปฏิบัติตัวไม่ดีประพฤตินอกรีตนอกรอย อีกอย่างสังคมไทยชอบใช้ตรรกะเหมาเข่งอยู่ด้วยก็เข้าทางเลย ซึ่งเนื้อเรื่องของหนังมันอาจทำให้ศรัทธาของผู้ชมที่มีต่อพระพุทธศาสนาตกไปได้

อาตมาจึงตั้งข้อสังเกตว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนังสยองขวัญ เป็นหนังแนวผี ๆ หนังแนวเปรต ๆ เป็นหนังออกแนวสาวไส้ให้กากิน แล้วมันจะเป็นไปตามที่ผู้สร้างคิดว่าเป็นหนังที่จะช่วยจรรโลงพระศาสนาให้ดีขึ้นได้ยังไง หนังที่ช่วยจรรโลงพระศาสนาได้อย่างแท้จริงต้องเป็นหนังที่มีเนื้อเรื่องแนวเรื่อง “พระพุทธเจ้า” ช่วยส่งเสริมและจะช่วยให้ประชาชนหันมาสนใจในหลักธรรมของพระพุทธศาสนาได้มาก หนังแนวนี้แหละจะเป็นหนังที่ช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนาได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่หนังแนวผี ๆ

ก่อนหน้านี้ นายสุรพศ ทวีศักดิ์ นักวิชาการด้านปรัชญาและศาสนา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอีกด้านหนึ่งว่า ภาพยนตร์เรื่อง “อาบัติ” นั้น สะท้อนปัญหา “พุทธศาสนาแบบพระ” ในสังคมไทย การกล่าวหาว่าหนัง “อาบัติ” หมิ่นพุทธศาสนา สะท้อนการขาด “ขันติธรรม (torerance)” อย่างชัดเจน เพราะไม่เคารพเสรีภาพที่สังคมจะพูดถึงหรือสะท้อน “ความจริงทุกด้าน” ของพระ ทั้ง ๆ ที่ตามหลักการพุทธศาสนานั้นสามารถพูดถึงด้านบวกและลบเกี่ยวกับพระอย่างเสรีมาตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานยิ่งวินัยปิฎกยิ่งเป็นหลักฐานบันทึกด้านมืดของพระยิ่งกว่าในภาพยนตร์อย่างเทียบกันไม่ได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 12 ต.ค. สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า สํานักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ชมภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว โดยคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์มีมติ ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร หรือไม่อนุญาตออกฉาย หากจะนำเข้าฉายตามปกติ ต้องกลับมาแก้ไขใหม่

หลังจากภาพยนตร์ถูกระงับการฉาย ทางค่ายหนัง สหมงคลฟิล์มฯได้ออกมาชี้แจงว่า ภาพยนตร์อาบัติ ถูกระงับการฉาย เนื่องจากเนื้อหาไม่เหมาะสมและเป็นการหมิ่นพุทธศาสนา โดยทางทีมงานได้เตรียมปรับภาพยนตร์บางส่วน เพื่อส่งไปยื่นพิจารณาใหม่ แต่จะคงไว้ซึ่งสาร, สาระ และเนื้อเรื่องให้ครบถ้วนมากที่สุด ตามเจตนาของผู้สร้างและผู้กำกับ

จากนั้นผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์แคมเปญจากเว็บไซต์ change.org โดยเป็นแคมเปญรณรงค์หัวข้อ รณรงค์ให้ฉายภาพยนตร์เรื่อง ” อาบัติ ” ( โดยไม่เซ็นเซอร์เนื้อหาใด ๆ ) สมาชิกชื่อ Worakasem Rungmekarat เป็นผู้สร้างแคมเปญ โดยเปิดเผยรายละเอียดของการรณรงค์นี้ว่า อยากให้ภาพยนตร์เรื่อง ” อาบัติ ” ได้เข้าฉายตามปกติ โดยไม่มีการตัดตอน ปรับแก้เนื้อหาใด ๆ

ljMuyigUvnCmDiH-800x450-noPad1
ล่ารายชื่อให้ฉายหนัง’อาบัติ’ โดยไม่เซ็นเซอร์เนื้อหา

ทั้งนี้เพื่อให้ พุทธศาสนิกชนชาวไทย ได้เห็นอีกมุมอันเป็นมุมแห่งความเสื่อมที่เกาะกินพระพุทธศาสนา ยังผลทำให้พระศาสนาเสื่อมทรามเพราะ ” พวกอลัชชี นอกรีต “ ที่นับวันจะยิ่งมีพฤติการณ์อันต่ำช้า ลบหลู่ศาสนา บิดเบือนพระธรรมคำสอน หากินกับผ้าเหลือง

เพื่อความสุขสบายส่วนตน มิได้มีเจตนาที่จะบวชเข้ามาเพื่อสืบทอดพระศาสนาโดยเลื่อมใสอย่างแท้จริงดังที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงมีพระปณิธานไว้ แต่กลับบวชเข้าสู่พระศาสนาเพื่อมุ่งหวังแต่ ลาภ ยศ สรรเสริญ อันถือเป็น ” กิเลส “ ที่พระสงฆ์ผู้สืบทอดพระศาสนาซึ่งเป็นผู้เจริญแล้ว จักได้ปลดปลงซึ่งกิเลสเหล่านั้นตามพระธรรมคำสอน

ซึ่งภาพยนตร์เรื่อง ” อาบัติ ” นี้ จะได้ตีแผ่นำเสนอพฤติกรรมนอกรีตในพระศาสนาบางอย่างของบุคคลบางกลุ่มที่มุ่งร้ายต่อพระศาสนา มุ่งหวังผลประโยชน์ ลาภอันมิควรได้จากความศรัทธาที่มิได้มาพร้อมด้วยสติออกมาให้เราได้รับรู้ในเสี้ยวมุมหนึ่งผ่านตัวละครในเนื้อเรื่อง เพื่อที่จะได้ทำให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายตระหนักรู้ และตื่นตัวในการที่จะดูแลและปกป้อง ทนุบำรุงพระศาสนาประจำชาติไทย ให้ดำรงไว้ซึ่งความน่าเลื่อมใส เป็นไปตามพระปณิธานแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ ที่16 ตุลาคม 2558 เวลาประมาณ 16.00 น. มีรายงานว่า ขณะนี้ภาพยนตร์เรื่องอาบัติสามารถเข้าฉายในโรงหนังได้แล้ว โดยมีการปรับเรทเป็น 18+ คือ หนังมีเนื้อหาเหมาะสมกับผู้มีอายุ18ปีขึ้นไป อีกทั้งมีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น อาปัติ 

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท,change.org,matichon,Sahamongkolfilm