ประมวลภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ในการพิธีสรงพระมุรธาภิเษก

หน้าแรก / ประมวลภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ในการพิธีสรงพระมุรธาภิเษก

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ในการพิธีสรงพระมุรธาภิเษก  ก่อนเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษก เป็น “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”  ตามคติความเชื่อศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 4 พ.ค. 2562 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหสูรยพิมาน

ไปยังพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร รัชกาลที่ 1-9 จากนั้นเสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสร็จแล้วประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีล

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเข้าหอพระสุราลัยพิมาน ทรงพระภูษาเศวตพัสตร์ ทรงเปลื้องฉลองพระองค์ ทรงสะพักขาวขลิบทอง สำหรับเตรียมการถวายน้ำสรงโดยสหัสธารา พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ กราบบังคมทูลเชิญเสด็จจากหอพระสุราลัยพิมาน ไปยังมณฑปพระกระยาสนาน ที่มีการอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 1 ประดิษฐาน ณ บุษบกทิศตะวันออก พระพิฆเนศ ประดิษฐาน ณ บุษบกทิศตะวันตก

จากนั้นเสด็จไปยังโต๊ะเครื่องสังเวยกลางหาว ทรงจุดธูปเงิน เทียนทอง สังเวยเทวดากลางหาว แล้วเสด็จขึ้นมณฑปพระกระยาสนาน ที่ตั้งไว้ตรงชาลารอยต่อพระที่นั่งไพศาลทักษิณ กับพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน มีลักษณะเป็นมณฑปหุ้มผ้าขาวแต่งด้วยเครื่องทองคำ เพดานดาดผ้าขาว แล้วประทับเหนืออุทุมพรราชอาสน์ แปรพระพักตร์สู่ทิศบูรพา ทรงเหยียบใบอ้อที่รองอยู่ใต้พื้นมณฑปพระยาสนาน ซึ่งตามตำรากล่าวว่า อักษร “อ” เป็นกาลกิณี คือสิ่งชั่วร้ายสำหรับผู้เกิดวันจันทร์

ครั้นเมื่อถึงเวลาพระฤกษ์ 10.25 น. พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวังถวายบังคม 3 ครั้ง ขึ้นมณฑปพระกระยาสนานเปิดพระครอบพระมุรธาภิเษก รัชกาลที่ 1 ถวาย ทรงวักน้ำสรงพระนลาฏ จากนั้น พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ กราบบังคมทูล ขอพระราชทานพระราชานุญาต ไขสหัสธารา อันเจือด้วยน้ำเบญจสุทธคงคา และน้ำศักดิ์สิทธิ์จากสระ 4 สระ

โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พราหมณ์เป่าสังข์ ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร และดุริยางค์ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารปืนใหญ่ยิงปืน มหาฤกษ์ มหาชัย มหาจักร มหาปราบยุค กระบอกละ 10 นัด ที่สนามหญ้าหน้าศาลาสหทัยสมาคม

สำหรับการสรงพระมุรธาภิเษก เป็นไปตามคติความเชื่อศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ที่เปรียบพระมหากษัตริย์เป็นสมมติเทพ ก่อนเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษก เป็น “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ต้องมีการสรงพระมุรธาภิเษก ผ่านการไขสหัสธารา หรือการอาบน้ำพันสาย ที่ไหลออกมาจากฝักบัว ทำจากทองแดง เจาะรูหนึ่งพันรู ติดตั้งไว้ภายในมณฑปพระกระยาสนาน เหนือพระเศียร

เป็นการเปลี่ยนพระราชสถานะสู่ความเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลผ่านพระเศียร พระวรกาย พระราชหฤทัย และพระบาท เชื่อว่าเผื่อแผ่ไปถึงประชาชนและแผ่นดิน แสดงถึงพระราชภาระที่จะดูแลประชาชนให้เป็นสุขตลอดไป

จากนั้น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จขึ้นมณฑปพระกระยาสนาน ทางทิศตะวันตก ถวายน้ำพระพุทธมนต์ด้วยพระครอบพระกริ่ง รัชกาลที่ 4 ที่พระปฤษฎางค์ เสด็จลงจากมณฑปพระกระยาสนาน แล้วจึงเสด็จขึ้นอีกครั้งทางทิศตะวันออก ถวายน้ำพระพุทธมนต์ด้วยพระครอบยันต์เดิม รัชกาลที่ 4 ที่พระหัตถ์ แล้วเสด็จลงจากมณฑปพระกระยาสนาน

พล.ร.อ. ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ ถวายบังคม 3 ครั้ง เสด็จขึ้นมณฑปพระกระยาสนาน ทูลเกล้าฯ ถวายน้ำอภิเษกที่พระหัตถ์ด้วยพระเต้าเบญจคัพย์ รัชกาลที่ 5 พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล ถวายน้ำเทพมนตร์ด้วยพระเต้านพเคราะห์ รัชกาลที่ 4

พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ทูลเกล้าฯ ถวายน้ำเทพมนตร์ ที่พระหัตถ์ด้วยพระเต้าเบญจคัพย์ รัชกาลที่ 1 ทูลเกล้าฯ ถวายพระมหาสังข์เพชรใหญ่ พระมหาสังข์เพชรน้อย ถวายน้ำเทพมนตร์ ด้วยพระมหาสังข์พิธีพราหมณ์ ที่พระหัตถ์ ทรงรับใบมะตูมทรงทัด แล้วถวายน้ำเทพมนตร์ด้วยพระมหาสังข์ทอง

พระมหาสังข์นาก พระมหาสังข์เงิน พระมหาสังข์งา พระมหาสังข์สัมฤทธิ์ พระครอบเฟือง (สัมฤทธิ์) ถวายแหวนใบกระถินทรงสวมที่พระอนามิกา (นิ้วนาง) ขวา ม.จ.ฑิฆัมพร ยุคล ถวายพระเต้าน้ำอภิเษกต่างๆ รวม 22 พระเต้า ทรงรับพระเต้ารดพระองค์ที่พระอังสาซ้าย-ขวา พระชงฆ์และพระบาท

พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง ถวายพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ ทรงรับและทรงสรงน้ำเทพมนตร์เหนือเส้นพระเจ้า และเมื่อสรงพระมุรธาภิเษกเสร็จแล้วทรงยืน เจ้าพนักงานถวายฉลองพระองค์คลุม เสด็จลงจากมณฑปพระกระยาสนาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นบันไดพระทวารหอพระสุราลัยพิมาน


ทรงเปลื้องเศวตพัสตร์ ทรงเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองค์ครุย สายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์ สายสร้อยจุลจอมเกล้า เพื่อทรงรับน้ำอภิเษก ที่นำมาจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 117 แหล่งทั่วประเทศ 76 จังหวัด แสดงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งประเทศ และผ่านพิธีปลุกเสกมาแล้ว

ขณะนั้นผู้ที่จะทูลเกล้าฯ ถวายน้ำอภิเษก เริ่มเข้าไปยืนประจำที่รอบพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นประทับบนพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ภายใต้พระบวรเศวตฉัตร แล้วแปรพระพักตร์ทิศบูรพา (ตะวันออก) เป็นปฐม