สุเทพ เผย ใช้พรบ.มั่นคงคุมม็อบ 9-23 กพ.

Home / ข่าวการเมือง / สุเทพ เผย ใช้พรบ.มั่นคงคุมม็อบ 9-23 กพ.

หวั่นพันธมิตรบุกทำเนียบ ยันปมไทย-เขมรแก้กันเองได้ไม่พึ่ง UN

Mthainews :
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ยอมรับว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงมาบังคับใช้เพื่อระงับเหตุการณ์ซึ่งอาจจะมีผกระทบต่อความมั่นคงของบ้านเมือง เนื่องจากมีการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ที่มีการประกาศว่าจะบุกรุกและปิดล้อมสถานที่สำคัญ

ขณะเดียวกันก็จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. จึงเกรงว่าอาจจะมีการปะทะกันเองและเกิดความเสียหาย เบื้องต้นจะเสนอ ครม. ให้พิจารณาประกาศพื้นที่มั่นคงในเขตพื้นที่ดุสิต แขวงบางขุนพรหม แขวงโสมมนัส และถนนราชดำเนิน เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-23 กุมภาพันธ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่ประชุม ครม.ว่าจะเห็นชอบตามที่ตำรวจเสนอหรือไม่ ซึ่งหากครม.เห็นชอบ เจ้าหน้าที่ก็สามารถที่จะดำเนินการภายใต้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดให้ เช่นการให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ หรือห้ามผู้ชุมนุมปิดล้อมหรือบุกรุกสถานที่สำคัญ โดยเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติด้วยความเหมาะสมตามขั้นตอน และยืนยันว่าไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง

ขณะที่เรื่องการประชุมรัฐสภาที่จะมีการโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ นายสุเทพ ยังคงยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่เป็นปัญหาของบ้านเมือง และยืนยันว่าไม่มีการให้ค่าหัว ส.ส.เพื่อให้ลงมติรับร่างนี้

ส่วนปมปัญหาการปปะทะกันระหว่างไทยกัมพูชานั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศ มีหน้าที่รับผิดชอบชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยช่องทางต่าง ๆ โดยเชื่อมั่นในขีดความสามารถของกระทรวงการต่างเทศ หากต้องมีการส่งคนไปชี้แจงต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC เช่นเดียวกับที่ทางกัมพูชาส่งนายฮอ นัม ฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา จะเดินทางไปชี้แจง

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นยังสามารถแก้ไขได้ในระดับทวิภาคีเพราะเป็นเรืองของสองประเทศ และยังเชื่อว่าทุกฝ่ายอยากให้ปัญหายุติลงโดยเร็ว เนื่องจากกระทบกับระชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ในส่วนของรัฐบาลจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่โดยผ่านทางกระทรวงมหาดไทย โดยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดศรีษะเกษแล้ว

โดย Mthai news