ทักษิณ​ เย้ย มาร์คยังเด็กเหลือเกิน

Home / ข่าวการเมือง / ทักษิณ​ เย้ย มาร์คยังเด็กเหลือเกิน

เสนอให้ชาวญี่ปุ่นลี้ภัยเข้ามาในไทย

วานนี้(15 มี.ค.) พ.ต.ท.ทักษิณ​ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวิตข้อความในเว็บไซต์ http://twitter.com เย้ย มาร์ค ยังเด็กเหลือเกิน หลังศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ข้อความบนทวิตเตอร์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ได้ฟังคุณอภิสิทธิ์ฯตอบคุณมิ่งขวัญฯในสภาฯแล้วรู้สึกว่าน้องยังเด็กเหลือ เกิน นักการเมืองที่ดีต้องพูดความจริงต่อประชาชนครับ ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน คุณอภิสิทธิ์บอกว่าหนี้สาธารณะสมัยผม ๔๒.๗๕% สมัยอภิสิทธิ์ ๔๑.๙๔% ของจีดีพี ข้อเท็จจริงจากสำนักหนี้ฯ ๓๑ ธ.ค. ๔๙ หนี้สาธารณะ ๔๐.๔๘% ครับ และสมัยก่อน จีดีพีเล็กกว่าปัจจุบันเยอะคิดเป็นตัวเลขแล้วหนี้ปัจจุบันจำนวนตรงๆมากกว่า เยอะ ยิ่งไปกว่านั้นสมัยผมรับหนี้มาจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ ๒ ก้อนใหญ่ๆ คือ :

๑.หนี้กองทุนฟื้นฟูที่เกิดจากการขายทรัพย์ที่เอามาจากสถาบันการ เงินล้มแบบ โง่ๆ ให้กับโกลแมนแซค,เลย์แมนบราเตอร์ และจีอีแคปปิตอล ได้ราคาไม่ถึง๒๐% ของต้นทุนทรัพย์สินแถมยังช่วยไม่ให้ฝรั่งเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีกต่างหาก ก้อนนี้เข้าใจว่าประมาณร่วม ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

๒.คือหนี้ที่กู้มาจาก มิยาซาว่า เอดีบี เวิลด์แบงค์ และไอเอ็มเอฟ อีกประมาณ ๖๐๐,๐๐๐กว่าล้านบาท ซึ่งหนี้ไอเอ็มเอฟ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ล้านบาทสมัยผมก็ใช้หนี้ไปหมดแล้ว สรุปคือว่าตอนผมมาเป็นรัฐบาลรับหนี้สาธารณะมาในขีดอันตรายคือเกือบ ๖๐% ของจีดีพีแต่อยู่ไปก็ทำให้หนี้ลดลงจนอยู่ในเขตที่ปลอดภัย ต่อมาเมื่อจีดีพีสูงขึ้น สัดส่วนของหนี้ต่อจีดีพีก็ลดลง รัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามาจึงถือโอกาสกู้เงิน จึงทำให้หนี้สูงขึ้นเป็นลำดับโดยหวังเศรษฐกิจจะดีขึ้นจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น หนี้ก็จะลดเอง แต่การกู้เงินมาแล้วไม่ช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้นประชาชนเดือดร้อนในท่ี สุดหนี้ต่อจีดีพี ก็จะสูงขึ้นแต่ยังโชคดีท่ีส่งออกโดยเฉพาะหมวดรถยนตร์ดีโดยความสามารถของ เอกชนเลยทำให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีสูงขึ้นช้าหน่อย สรุปขอแนะนำว่าให้ยอมรับ และบอกว่าจะให้ความสนใจเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้นจะใช้เงินท่ีกู้มาให้เกิด ประโยชน์กว่านี้ จะปล่อยให้โกงน้อยลง จะไม่ให้เกิดการกักตุนสินค้าและตามมา ด้วยการขึ้นราคาแบบนี้อีก ผมว่าดูจะเป็นผู้ใหญ่กว่า ได้รับความเห็นใจกว่า บอกประชาชนไปเลยครับว่าผมกำลังเรียนรู้งานอยู่ อีกหน่อยผมก็เก่งเองครับ

วันนี้ ขออนุญาตแนะนำรัฐบาลเพราะช่วงนี้มีอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจยุ่งอยู่ แต่จังหวะต้องตัดสินใจด่วนเพื่อเป็นการแสดงน้ำใจต่อชาวญี่ปุ่นท่ีกำลัง ประสบภัยพิบัติสึนามิอยู่ในขณะนี้ โดยให้เขาเข้ามาพำนักที่ประเทศไทยได้เป็นเวลา ๖ เดือนโดยไม่ต้องทำวีซ่าหรือ เป็นวีซ่าท่ี่มาประทับตราเมื่อเดินทาง เข้ามาถึง เพื่อให้ความสะดวกโดยเป็นการปฏิบัติฝ่ายเดียวไม่ต้องเจรจาขอต่างตอบแทนเพราะ เท่ากับบอกว่าเขากำลังเดือดร้อนนะมาอยู่บ้านเราเถิดเรายินดี  ต้อนรับเพื่อนท่ี่ดีของเราโดยเฉพาะยามทุกข์ของเขา การมาอยู่บ้านเราทั้งมีความสุขบริการดี อาหารดี คนไทยมีน้ำใจดี และประหยัดกว่าเยอะ ถ้าสะดวก ไม่ต้องวีซ่า เจ้าบ้านเต็มใจต้อนรับเขาจะเลือกมาพักอยู่กับเรา

และอย่าลืมว่าเรามีคนญี่ปุ่นท่ีทำงานอยู่ในบ้านเราอยู่แล้วหลายหมื่นคนญาติ และเพื่อนๆ ที่มีความเดือดร้อน มีความกังวลเรื่องกัมมันตภาพรังสีจากโรงไฟฟ้าปรมาณู หรือการอยู่แบบไม่สะดวกเพราะไฟฟ้าไม่พอใช้ อาจอยากมาอยู่ด้วยก็ได้เราอาจให้โอกาสไม่ต้องใช้วีซ่าสำหรับคนญี่ปุ่นถึง สิ้นปีพ.ศ.นี้แล้วค่อยมา ประเมิณผลอีกครั้งว่าจะต่อ หรือจะยกเลิก หรือจะไปเจรจาต่างตอบแทนภายหลัง

โดย Mthai News