เปิดใจ ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ กับสโลแกน ไม่ลำเอียง เที่ยงตรง

Home / ข่าวการเมือง, สกู๊ปเลือกตั้ง / เปิดใจ ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ กับสโลแกน ไม่ลำเอียง เที่ยงตรง
ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์

วอนชาว Mthai ไปใช้สิทธิ์ เพื่อทางออกวิกฤติประเทศ

ผู้สื่อข่าว Mthai News สัมภาษณ์พิเศษ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานพรรครักษ์สันติ ถึงช่วงที่หายจากวงการทางการเมือง และหันกลับมาตั้งพรรครักษ์สันติว่า

ขณะนั้นตนอยู่ในคณะรัฐมนตรีชุดที่ 54 ซึ่ง ได้ลาวงการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในสมัยพรรคไทยรักไทย โดยให้เหตุผลถึงการลาออกกับ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ต้องการกลับไปดูแลครอบครัวที่ประเทศนิวซีแลนด์ เนื่องจากลูกทั้ง 3 คนกำลังศึกษาอยู่ รวมทั้งอยากใช้ชีวิตกับครอบครัว เพราะตนคิดว่าช่วงชีวิตทางการเมืองในช่วงนั้นถือเป็นจุดอิ่มตัวสำหรับตน อีกทั้งในช่วงดังกล่าว ตนยังได้เป็นอาจารย์พิเศษ ทำงานวิจัย วิชาการ เขียนหนังสือพ็อกเก็ตบุค ปีละ 1 เล่ม ออกมาแล้ว 8 เล่ม

นอกจากนี้ การที่กลับมาเล่นการเมืองในครั้งนี้นั้น ตนมองว่าเราอยู่ภายใต้ธงไตรรงค์ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องของประเทศชาติ ประวัติศาสตร์คนไทยสอนว่า ยามใดที่แตกความสามัคคี มีไส้ศึก เราจะล่มสลาย ดูได้จากการเสียกรุงถึง 2 ครั้งเมื่อ พ.ศ.2112 และ พ.ศ.2310 และเมื่อใดที่มีผู้นำที่มีความสามารถ เข้มแข็ง ซื่อสัตย์ เราจะสามารถผ่านอุปสรรคทั้งปวงได้ ถ้าประเทศใดมีประชาธิปไตยที่ไม่เป็นระเบียบ ไม่มีความซื่อสัตย์ สุจริต ศีลธรรมจะถือว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แต่จะเรียกว่าอนาธิปไตย ตนคงไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น

แต่ยืนยันว่า ตนไม่ได้มีเจตนาเข้ามาสร้างความขัดแย้งกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือสีใดสีหนึ่ง แต่สีสูงสุดของตนคือสีของธงไตรรงค์เท่านั้น ไม่ประสงค์จะแย่งอำนาจจากพรรคการเมืองใด แต่เมื่อเห็นประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤติ ประชาชนเป็นทุกข์ ก็ไม่อาจวางเฉย เหมือนกับชาวบ้านบางระจัน ที่เป็นตัวอย่างที่ดีงาม วันนี้ตนจึงจะกลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติอีกครั้ง

ขณะที่เรื่องนโยบายต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี สำหรับวัยรุ่น คนทำงานเกี่ยวกับด้าน IT ของพรรคนั้น เรื่องเหล่านี้ถือเป็นประโยชน์และตนจะให้การสนับสนุน ซึ่งการติดต่อสื่อสารในประเทศใหญ่ ๆ หรือเมืองที่ก้าวหน้า ก็เข้าไปสู่ยุคดิจิตอล เมื่อเป็นเช่นนี้ประเทศหลายประเทศก็ต้องพัฒนาด้านการติดต่อสื่อสารเพื่อประชาชนของประเทศตัวเอง แต่ก็ต้องระมัดระวัง เพราะการใช้เทคโนโลยีถือเป็นดาบ 2 คม มีทั้งบวกและลบ เพราะฉนั้นการใช้เราต้องมีความรอบคอบ แต่พรรคก็ยังจะสนับสนุน ด้านเส้นทางเกษตรไทยไฮเทค พัฒนาการเกษตรในประเทศไทยให้ก้าวไกลเหนือล้ำทุกชาติด้วยการนำ เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

ขณะเดียวกันหากประชาชนให้โอกาสเข้าไปทำงานในสภา หรือแม้ได้เป็นฝ่ายค้านนั้น ตนก็จะดูเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ ติดตามป้องกันปราบปรามยาเสพติด ซึ่งสมัยก่อนยาเสพติด ถือว่าลดความรุนแรงลงไปเยอะมาก เมื่อปี 2544 จนถึงปี 2548 รวมไปถึงสถานบันเทิงจากการที่ตนได้เดินทางลงพื้นที่ในต่างจังหวัด พบว่ามีพี่น้องประชาชนมีความเป็นห่วงเรื่องยาเสพติดในเด็กและเยาวชน อีกทั้งสถานบริการก็ไม่มีการควบคุมการปิดเปิด ไม่มีการควบคุมเรื่องอายุ นี่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเมื่อตนได้กลับมา จะจัดระเบียบในเรื่องนี้


ส่วนอนาคตหากพรรคประชาธิปัตย์ หรือ พรรคเพื่อไทยชวนร่วมจัดตั้งรัฐบาลนั้น ก็ต้องมองอุดมการณ์และนโยบายพรรคว่าสามารถร่วมงานกันได้หรือไม่ ซึ่งพรรครักษ์สันติอุดมการณ์ ไม่มีเหลือง ไม่มีแดง มีสีเดียวคือธงไตรรงค์ สีแดงคือชาติ สีขาวศาสนา สีน้ำเงินพระมหากษัตริย์ ดังนั้นเราต้องอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข ซึ่งทุกพรรคก็เชิดชู เทิดทูน แต่คำถามก็คือ คำพูดกับการกระทำตรงกันหรือไม่ พรรคไหนก็ตามที่พูดอย่างทำอย่าง คงไม่ใช่อุดมการณ์ที่พรรครักษ์สันติจะเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วย ฉะนั้นคำพูดกับการกระทำต้องตรงกัน สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญ และสิ่งที่พรรครักษ์สันติทำแน่นอนคือ ไม่ซื้อเสียง

พร้อมกันนี้ หากการเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ จะทำให้บ้านเมืองเกิดความเรียบร้อยหรือยุติความขัดแย้งหรือไม่นั้น ก็ต้องบอกว่า หากการมาลงคะแนนเสียงของคนส่วนใหญ่ มีจำนวน 80 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เสียงคนส่วนน้อยก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอะไร แต่กลับกันหากมีคนมาใช้สิทธิ์เพียง 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ แต่หาก 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ไม่มาใช้สิทธิ์ อันนี้มีปัญหาแน่ เพราะคนที่เข้ามาเป็นเสียงของคนส่วนน้อย คนส่วนใหญ่จะไม่พอใจ จึงจำเป็นต้องรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิ์กันให้มาก

ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ถือเป็นการแก้วิกฤติของชาติอย่างมีสันติวิธี  ส่วนตัวก็ไม่เห็นด้วยกับการโหวตโน เพราะพรรคการเมืองทั้ง 41 พรรคการเมือง และผู้สมัคร 1,400 กว่าคน จะต้องมีคนดี เพราะหากโหวตโน พรรคการเมือง 41 พรรคจะไม่มีคนดีหรือมีคนที่ใช้ไม่ได้ และหากไม่รู้จะเลือกใครก็วิงวอนให้เลือกพรรครักษ์สันติ ตนขอยืนยันในชีวิตตนไม่เคยทุจริต อีกทั้งคนในพรรคตนก็พร้อมที่จะเสียสละทำงานเพื่อประเทศชาติ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการจัดตั้งพรรครักษ์สันติ เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมานั้น ภายในระยะเวลาไม่ถึงเดือน ก็มีการประกาศยุบสภา พรรคก็ต้องหาผู้สมัครบัญชีรายชื่อ และระบบเขต โดยมีการเสนอตัวเข้ามา ทั้งนักวิชาการ รวมทั้งในฐานะคนรู้จักเป็นนักเรียนรุ่นเดียวกัน พรรคก็มีการคัดกรอง รวมทั้งมีการอบรมผู้สมัครถึง 4 ครั้ง ซึ่งผู้สมัครทุกคนก่อนจะออกจากพรรคต้องผ่านการอบรม แนวนโยบาย อุดมการณ์ 5 ส. คือ สามัคคี สุจริต สิ่งแวดล้อม สัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเสียสละ เป็นต้น

ทั้งนี้ยืนยันว่า ตนพร้อมที่จะนั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย หากพูดตรง ๆ ตนก็ไม่เป็นรองใคร แม้กระทั่งด้านประวัติการศึกษา ตนก็จบปริญญาเอก ได้คะแนน  A หมดทุกวิชา จากประเทศสหรัฐอเมริกา ประวัติการทำงาน ตนเป็นศาสตราจารย์ระดับ 10 เป็นอธิการบดีของนิด้า 2 สมัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่มีประชาชนยอมรับว่าดีที่สุด อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต สนช. โดยคุณสมบัติของตนมีความพร้อมทั้งด้านงานราชการประจำ และงานราชการการเมือง งานเหล่านี้ก็ต้องอาศัยคนที่มีความรู้ มีประสบการณ์ และวิสัยทัศน์

สุดท้ายนี้ ขอเรียกร้องและฝากไปยังหนุ่มสาวชาว Mthai ว่า การเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นความสำคัญของประวัติศาสตร์ประเทศไทย วัยรุ่นหนุ่มสาวทั้งหลายจะนอนหลับทับสิทธิ์ไม่ได้ ประเทศอยู่ในมือของพวกเรา นี่คือโอกาสที่เราจะแก้ไขปัญหาประเทศด้วยสันติวิธี เพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติ ด้วยการออกมาใช้เสียงกันให้มาก รวมทั้งประชาคมอาเซียน ประชาคมโลกจะมองว่าเราเป็นประเทศที่มีความพร้อมด้านการเป็นประชาธิปไตย

เฟชบุ๊ก : http://www.facebook.com/purachaip

MThai News

 

*** ติดตามอ่าน บทสัมภาษณ์พิเศษนักการเมือง ได้ตลอดช่วงเลือกตั้ง กับ MThai News ***

เกาะติดข่าว เลือกตั้ง 2554 คลิ๊ก!!

———————————————————————————————————-

บทสัมภาษณ์พิเศษอื่นๆ

 

เกาะติดข่าว เลือกตั้ง 2554 คลิ๊ก!!