วงถก ตัวแทนพรรคการเมือง ปม 3 จังหวัดใต้ หนุนตั้งเขตปกครองพิเศษ

Home / ข่าวการเมือง, ข่าวเลือกตั้ง / วงถก ตัวแทนพรรคการเมือง ปม 3 จังหวัดใต้ หนุนตั้งเขตปกครองพิเศษ
ถาวร เสนเนียม
ถาวร เสนเนียม

พร้อมให้สั่งยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อาคารประชาธิปก รำไพพรรณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Siam Intelligence Unit  ร่วมกับมูลนิธิสันติชน พร้อมศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และ มูลนิธิ ฟรีดิช นอมัน จัดเสวนาในหัวข้อ “รัฐบาลใหม่กับแนวทางการแก้ปัญหา ไฟใต้” โดยเชิญตัวแทนจากพรรคการเมือง 6 พรรค เข้าร่วมตอบข้อสักถามถึงนโยบายและแนวทางจัดการกับปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ที่เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานอย่างไร หากได้เป็นรัฐบาล โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานราชการ อาจารย์  นิสิตนักศึกษาเข้าร่วมเสวนา ศ.ดร.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าปัญหาชายแดนภาคใต้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว ซึ่งการจัดเสวนาเวทีสาธารณะ ถือเป็นการเปิดรับมุมมองข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความไม่สงบ และเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่จะมาเป็นรัฐบาลต่อไป ถ้าเป็นรัฐบาลนโยบายอะไรบ้างที่จะทำ กระจายอำนาจ ความยุติธรรม

ทั้งนี้นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 กล่าวว่าปชป.เสนอจัดตั้งองค์กรถาวรตามที่เคยให้สัญญากับประชาชน ศอ.บต.เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ   เพราะปัญหาเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนที่อยากมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ  โดยสามารถกำหนดยุทธศาสตร์พิจารณานโยบายและประเมินผลการทำงาน  เปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า กอ.รมน.ที่เกิดเอกภาพในด้านนโยบาย ต้องการเน้นใช้สันติวิธีเป็นหลัก  ขณะที่ส่วนตัวเห็นว่าต้องมีให้การถอนกำลังทหารตั้งแต่รองแม่ทัพลงมาโดยให้มีการจัดตั้งกองกำลังประจำถิ่น หรืออาสาสมัครประจำถิ่น เพราะคนที่มาจากต่างถิ่น จะไม่รู้ประเพณีวัฒนธรรม นายถาวร กล่าวถึงยกเลิก พรก.ฉุกเฉินใน 3 อำเภอ ในพื้นที่ 3 จ.เพราะได้ทำการสำรวจจากประชาชนมาแล้วประชาชน 55 % ประชาชนอยากให้ยกเลิกเพียงบางพื้นที่ โดยการยกเลิกจะค่อยๆยกเลิก ส่วนกำลังทหารนั้นต้องมีแม่ทัพภาคที่ 4 เท่านั้นที่จะดูแลเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ ส่วนการดำเนินคดีต้องแก้ประมวลกฎหมายประมวลคดีอาญา แก้ไขให้พิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายใน 3เดือน 6 เดือน โดยให้เป็นความรับผิดชอบของนักการเมือง ทั้งนี้เรื่องของการเจรจากับผู้ก่อความไม่สงบจำเป็นต้องทำแต่ไม่จำเป็นต้องเปิดเผย

ขณะที่ด้านนายมูฮำมัดซูลฮัน ลามะทาผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา มองว่าการเพิ่มอำนาจให้ ศอ.บต. รวม สงขลา สตูล ด้วย  สงขลาแตดต่างจาก 3 จ.ค่อนข้างมาก แต่ สตูลมองเป็นท่าเรือ เป็นประตูเศรษฐกิจ นโยบายของพรรค จะรวม 3 จ.และ สงขลาบางพื้นที่ และอยากเพิ่มอำนาจในการวางนโยบายและวางงบประมาณแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งบางโครงการที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และจะผลักดันภารกิจกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นให้สมบูรณ์ อย่างเร็วและมากที่สุด  อีกทั้งคนไทยทุกคนต้องยอมรับในเรื่องประวัติศาสตร์ให้ได้

ส่วนด้านนายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.และรองหัวหน้าพรรคคาตุภูมิ   กล่าวว่าฝ่ายที่ก่อเหตุในปัจจุบันนี้ยังไม่หยุดก่อความไม่สงบ ถึงจะมีรัฐบาลใหม่แล้วก็จะยังมีเหตุ โดยมองว่าในภาวการณ์ที่สถานการณ์ปกติการกระจายอำนาจเป็นสิ่งที่ดี แต่ในส่วนของพรรคเห็นว่าการสถานการณ์แบบนี้ควรปกครองพิเศษ จะประกาศให้มีการพูดคุยกันกับผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สงบขึ้นอีก หากไม่มีใครมาพูดคุยเลย ประชาชนต้องการความปลอดภัย ยุติธรรม คุณภาพชีวิตที่ดี เมื่อมีองค์กรต้องมีเอกภาพเพียง 1 องค์กรที่บริหารจัดการที่เดียวไม่ซ้ำซ้อน เช่นสร้างทบวงเดียวครอบคลุมพื้นที่ ดูเรื่องนโยบาย สั่งการได้ และรัฐมนตรีต้องเป็นคนในพื้นที่ซึ่งต้องไปหาประชาชนทุกวัน

พร้อมกันนี้นายอารีเพ็ญ ยังกล่าวถึงความ ยุติธรรมและความรุนแรงในพื้นที่  นายอารเพ็ญกล่าวว่า ต้องยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน เพราะเป็นสิ่งหนึ่งที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน ทำให้เด็กหนุ่มในพื้นที่ไปเข้าร่วมกับผู้ก่อความไม่สงบ  และเรื่องกระบวนการยุติธรรม ต้องให้คดีความมั่นคงแยกออกจากศาลยุติธรรม

ส่วน ศ.พล.ท.ดร.สมชาย วิรุฬหผล ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคความหวังใหม่ กล่าวถึงแนวทางในการกระจายอำนาจว่า ส่วนกลางต้องลดบทบาทตัวเองให้น้อยที่สุดเหลือเพียงเรื่องความมั่นคง การคลัง การทหาร เป็นต้น อยากให้กระจายอำนาจต้องให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดการปัญหาของตนเอง ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงบริหารจัดการเอง เช่นสร้างรูปแบบการปกครองลักษณะคล้าย กทม.โดยตั้งเป็นมหานครปัตตานี  แต่อย่างไรก็ตามต้องยุติปัญหาให้ได้ก่อน โดยการเจรจากับผู้ก่อความไม่สงบ

ขณะที่พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์และนโยบายภาคใต้พรรคเพื่อไทย  กล่าวว่าแนวทางการแก้ปัญหาภาคใต้นั้น เพื่อไทยยึดแนวทางพระราชดำริ คือ 3 จังหวัด ไม่ต้องการแบ่งแยกดินแดน  ต้องการสิทธิเสรีภาพตาม รธน. ต้องการเสรีภาพด้านอัตลักษณ์ โดยพรรคเพื่อไทยกำหนดแนวทางในการจัดเขตปกครองพิเศษ โดยให้ประชาชนใน 3 จังหวัดเป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งการกระจายอำนาจถ้ายังมีสถานการณ์เกิดขึ้นรายวันจะกระจายอย่างไรก็จะยังมีปัญหาอยู่   ซึ่งจะต้องยุติปัญหาให้ได้ก่อน  โดยเข้าร่วมพูดคุยหารือกับองค์กรต่างๆในพื้นที่ภาคใต้            ทั้งนี้มองว่าสถานการณ์จริงมีเพียง 30 % แต่ว่าสถานการณ์สร้างมีถึง 70% ซึ่งต้องสร้างความสันติทำให้เหตุร้ายรายวันยุติก่อน ซึ่งต้องเกิดจากการเจรจา โดยพรรคเพื่อไทยได้ทดลองทำมาแล้วในบางพื้นที่ แต่ไม่เป็นข่าวเพราะเป็นพรรคฝ่ายค้าน ส่วนประเด็นการยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน จะทำเป็นโมเดลในการยกเลิก พรก.ทีละอำเภอๆ

อย่างไรก็ตาม นพ.แวมาฮาดี แวดาโอ๊ะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคแทนคุณแผ่นดินกล่าวว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน เป็นของขวัญให้คน 3 จังหวัด และทันทีที่บริหารประเทศจะยกเลิกนิคมอุสาหกรรมแห่งความมั่นคง ที่ทุกคนได้ประโยชน์ยกเว้นประโยชน์  ประชาชนต้องเป็นเจ้าของในการจัดการพื้นที่ ต้องลบผู้ว่าราชการออก น้ำมันที่มีอยู่ในอ่าวไทยที่คนนราธิวาสไม่ได้ประโยชน์ต้องยกเลิก เพื่อทำไปสู่สันติสุขจะใช้โอมานโมเดล ประเทศใดที่ต้องการมีสันติสุขต้องมี 6 ข้อ ต้องมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่นผู้นำไม่ต้องอารักขา ประเทศต้องมีรายได้ที่ดีพอค่าใช้จ่าย ต้องมีความยุติธรรม ต้องไม่มีสิ่งมึนเมาและสุรา ต้องมีสวัสดิการที่ดีตั้งแต่เกิดจนตาย และต้องมีการคุ้มครองในสิทธิขั้นพื้นฐานโดยยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน สำหรับผู้ที่กระทำความผิด ให้อภัย ขออภัย เจรจานั่งคุยกัน การเจรจาต้องไม่กินอาหารอร่อย ไม่แต่งตัวหรูหรา ต้องทำให้ประชาชนมีคุณธรรมจริยธรรม ไม่เห็นด้วยกับประชาธิปัติย์เป็นเพียงคนของส่วนกลางที่ไม่ใช่อำนาจของประชาชน  นพ.แวมาฮาดี ย้ำว่ายิ่งมีเหตุการณ์ความไม่สงบยิ่งต้องยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน เพราะกฎหายพิเศษริดรอนสิทธิของประชาชน ที่ประชาชนต้องจำยอม ซึ่งเลวร้ายมาก

 

MThai News

เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย