เปิดใจ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล “จบ ป.ตรีเงินเดือน 15,000บาท ทำได้จริง”

Home / ข่าวการเมือง, สกู๊ปเลือกตั้ง / เปิดใจ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล “จบ ป.ตรีเงินเดือน 15,000บาท ทำได้จริง”

ผู้สื่อข่าว Mthai News สัมภาษณ์พิเศษ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะทีมนโยบายด้านการศึกษาของพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่อดีตจนกระทั่งมาลงเล่นการเมือง ว่า

ตนเป็นคน จ.เชียงใหม่และอยู่มาตั้งแต่เกิด แต่ได้เดินทางไปเรียนที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ และจบปริญญาเอกในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเรียนจบก็ได้เดินทางกลับประเทศไทย เข้าทำงานที่บริษัท IBM ประเทศไทย ขณะนั้นอยู่แผนกขายฝ่ายราชการ ตนเห็นว่าไม่มีการพัฒนาไปถึงไหนในเรื่องคอมพิวเตอร์ จึงคิดว่าหากเล่นการเมืองจะสามารถพัฒนาประเทศได้ จึงสนใจเข้าสู่วงการทางการเมือง และได้เข้าร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ จนได้เป็น ส.ส.สมัยแรก ในปี 2539 ถึงปี 2543


จากนั้นก็สอบตก ส.ส. อีกทั้งเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกใส่ร้าย เรื่องไม่จริงถูกนำเสนอให้กลายเป็นเรื่องจริง ตนจึงยอมรับไม่ได้ อีกทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นรุ่นพี่ ที่เรียนโรงเรียนมงฟอร์ต มาด้วยกัน จึงได้ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคไทยรักไทย และลงสมัคร ส.ส.ที่เชียงใหม่อีกครั้ง จนได้กลับมาเป็น ส.ส. รวมทั้งก็ถือว่าโชคดี ในสมัยพรรคพลังประชาชน จนปัจจุบัน ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ก็ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ การกู้เงินรัฐบาลชุดปัจจุบัน ก็ติงมาโดยตลอดว่ารัฐบาลไม่ได้ทำงานเก่งจริง ซึ่งการคาดการณ์ตัวเลขต่าง ๆ ผิดมาโดยตลอดแต่ก็อ้างว่ามีการจัดเก็บที่เกินเป้า

โดยในวันนี้จึงได้มารณรงค์ด้านการศึกษาตามที่ตนได้ศึกษามาจากต่างประเทศ อีกทั้งตนก็มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว เนื่องจากก็เคยอยู่ฝ่ายการตลาดบริษัท IBM ประเทศไทย ดูแลด้านการศึกษามาก่อนแล้ว จึงได้นำเสนอนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะนโยบายด้านการศึกษาของพรรคเพื่อไทย เป็นนโยบายที่เป็นไปได้มากที่สุด

ขณะเดียวกัน ด้านนโยบายการศึกษาของพรรคเพื่อไทย นั้น เวลานี้ก็เดินสายไปยังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในทั่วประเทศมากกว่าครึ่งทางแล้ว ทั้งนี้การศึกษาของประเทศไทยถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ พรรคเพื่อไทยจึงเป็นพรรคการเมืองพรรคเดียวที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการแจกเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา หรือ แท็บเล็ต พีซี ให้กับนักเรียน เพิ่มเงินดือน 15,000บาท ให้กับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในที่สาธารณะ และที่สำคัญคือเงินเดือนของครูอาจารย์จะได้เท่าเทียมกับเงินเดือนของแพทย์


ทั้งนี้ การเพิ่มเงินเดือนนั้น ก็จะลดภาษีเงินได้นิติบุคคล จาก 30% เหลือ 23% เพราะฉะนั้นจึงทำให้บริษัทเหลือเงิน 7% อีกทั้งถ้าองค์กรใหญ่ ๆ อย่างธนาคาร จะมีเงินเหลือทำให้สามารถกลับมาจ้างคนเข้าทำงานได้อีก รวมทั้งให้เงินเดือนเพิ่มขึ้น ซึ่งค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ก็จะใช้วิธีเดียวกัน เนื่องด้วยพรรคเพื่อไทยได้มีการคำนวณถึงที่มาที่ไปแล้ว ไม่ใช่เป็นการทำประชานิยมโดยไม่มีเงิน

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยจะมีการพัฒนาทางด้านการศึกษาที่จะเปิดโอกาสให้กับเยาวชนที่อยู่ต่างจังหวัดสามารถเดินทางไปเรียนหนังสือในต่างประเทศ รวมทั้งการใช้เครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ ก็จะถูกประยุกต์ให้นำมาใช้กับการศึกษา ซึ่งจะทำให้เยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงสามารถมีความรู้ทัดเทียมกับเด็กในตัวเมือง


ขณะที่ หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลก็จะดำเนินการนโยบาย wi-fi ฟรี ทุกพื้นที่สาธารณะมีการให้บริการ 3G และ 4G อีกทั้งรวมไปถึงการพักหนี้ การกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาของนักศึกษาจบใหม่ เป็นเวลา 3 ปีแรก แต่อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทย ยังได้มีนโยบายสำหรับผู้สูงอายุ โดยเป็นเบี้ยยังชีพ ซึ่งเริ่มที่อายุ 60 ปี ได้รับเงิน 600 บาท 70 ปี 700 บาท 80 ปี 800 บาท และ 90 ปีได้รับ 1,000 บาท ในแต่ละเดือน

ส่วนอีกประเด็นที่ได้รับความสนใจจากการลงพื้นที่หาเสียงคือ การสร้างคอนโดมิเนียมใกล้สถานศึกษา ให้เป็นที่พักราคาถูก ให้กับนักศึกษา การตั้งกองทุนตั้งตัวได้สำหรับนิสิต นักศึกษา และอาจารย์ โดยตั้งกองทุนในมหาวิทยาลัย ทั้งรัฐ และเอกชน ตั้งกรรมการมาควบคุม ประกอบด้วย อาจารย์ ศิษย์เก่า ที่ประสบความสำเร็จ โดยให้ทุนตั้งตัว ทั้งนักศึกษา และอาจารย์ สามารถกู้ไปประกอบธุรกิจได้อีกด้วย

Mthai News

เกาะติดข่าว เลือกตั้ง 2554 คลิ๊ก!!

———————————————————————————————————

บทสัมภาษณ์พิเศษอื่นๆ