เปิดใจ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ยันขอเป็นฝ่ายค้าน ไม่สนหากไม่มีเพื่อนทางการเมือง

Home / ข่าวการเมือง, สกู๊ปเลือกตั้ง / เปิดใจ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ยันขอเป็นฝ่ายค้าน ไม่สนหากไม่มีเพื่อนทางการเมือง

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, เลือกตั้ง 2554, พรรครักประเทศไทย

เน้นนโยบายแก้ปัญหาอันดับแรก

ผู้สื่อข่าว Mthai News สัมภาษณ์พิเศษ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรครักประเทศไทย ถึงการกลับเข้ามาเล่นการเมืองในช่วงที่บ้านเมืองเกิดความแตกแยกรุนแรงว่า

จริงแล้วส่วนตัวอาจจะคิดผิดที่ลงเล่นการเมืองในช่วงนี้ ซึ่งตนมองว่าทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย ไม่เคยมีอะไรที่คุยกันได้จึงเป็นเรื่องแปลก จริง ๆ แล้วควรมีความเห็นที่ตรงกันบ้าง เนื่องจากเป็นเรื่องของบ้านเมือง ถ้าเป็นเช่นนี้บ้านเมืองก็ไม่สามารถเดินหน้าได้ จึงเปรียบเสมือนว่า หากพรรคใดทำอะไร ก็จะคอยหาเรื่องไปเสียทุกอย่าง เพราะฉะนั้น ส่วนตัวเห็นว่าทั้ง 2 พรรคเล่นการเมืองมากไป ที่บ้านเมืองไม่เจริญเป็นเพราะ 2 พรรคการเมือง ที่เล่นการเมืองไม่เห็นแก่ชาติบ้านเมือง

ส่วนเรื่องนโยบายพรรคนั้น มองว่าใครก็สามารถตั้งได้ แต่จะสามารถทำอย่างที่พูดได้หรือไม่ ดังนั้นพรรคตนเป็นพรรคเล็ก จึงจำเป็นต้องโฟกัสไปที่ปัญหา อาทิเช่น ปัญหาการคอรัปชั่น ปัญหาการทำงานของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน อีกทั้งก็ขอย้ำที่จะเป็นฝ่ายค้านเท่านั้น ไม่ขอร่วมงานกับพรรคใดหากได้เทียบเชิญให้ร่วมรัฐบาล

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, เลือกตั้ง 2554, พรรครักประเทศไทย

ขณะที่นโยบายด้านการศึกษาของพรรคตน โดยเฉพาะเรื่องเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้น นักศึกษาที่ขอทุน เป็นหนี้ กยศ. กว่ารายละ 200,000 บาท กยศ. ปล่อยเงินกู้กว่าปีละ 40,000 ล้านบาท และมีผู้กู้กว่า 992,808 คน แต่ละปี มีผู้ถูกฟ้องกว่า 100,000 คน เป็นมูลค่าหนี้กว่า 4,133 ล้านบาท และกรณีที่ กยศ.มีข้อกำหนดในการยื่นขอเงินกู้ ว่าห้ามสมัครทำงานในระหว่างเรียน และต้องเริ่มชำระเงินกู้ ภายหลังจบการศึกษาในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งเห็นว่าระยะเวลาดังกล่าว ไม่เพียงพอ เพราะนักศึกษาจบใหม่บางคน ยังไม่มีรายได้มากพอ และยังมีรายจ่ายต่าง ๆ ที่จะต้องจ่าย จึงไม่มีเงินพอชำระหนี้ จึงต้องขยายการชำระเงินให้เป็นระยะเวลา 5 ปี

ขณะเดียวกัน ขอยืนยันว่า การเข้ามาอาสางานการเมืองในครั้งนี้เป็นเพียงพันธกิจในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ตนไม่คิดยึดติดงานทางการเมืองโดยตนอาจจะอาสาเข้ามาเพียง 3 – 5 ปีเท่านั้น เพราะตนไม่คิดทำเป็นอาชีพของตน ซึ่งก็เปรียบเสมือนผ้าอ้อมใช้แล้วกับนักการเมืองที่อายุมาก เมื่อมีความสกปรกก็ต้องทิ้งไป

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, เลือกตั้ง 2554, พรรครักประเทศไทย

ส่วนการตรวจสอบในเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น โดยเฉพาะทางการทหารที่มีหลายฝ่ายไม่กล้าเข้าไปตรวจสอบนั้น  ตนมีวิธีของตนในการตรวจสอบและต้องรู้วิธีเล่นซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยืนยันตนพร้อมที่จะเข้าไปตรวจสอบ โดยการหาข้อมูล รวมทั้งสู้ในสภา หากตนได้รับเลือกจากประชาชนให้ทำงานในสภา

ขณะเดียวกัน หากตนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในครั้งนี้ ตนขอยืนยันว่า ตนจะขอต่อสู้ครั้งนี้เพียงครั้งเดียว โดยการต่อสู้ทางการเมืองของตนในครั้งนี้นั้น จะจัดหนักให้เต็มที่ เพื่อทำงานให้พี่น้องประชาชน เพราะเชื่อว่าตนคงไม่มีเพื่อนทางการเมือง และพร้อมที่จะลุย แต่อย่างไรก็ตามวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ ตนก็พร้อมที่จะต้อนรับและรับสมัครคนมาร่วมเป็นฝ่ายค้านกับตน

นอกจากนี้ ส่วนตัวเห็นว่าสื่ออินเตอร์เน็ตมีความสำคัญสำหรับคนในปัจจุบันมากขึ้น เนื่องจากยุคสมัยเปลี่ยนไป ปัจจุบันคนไม่นิยมอ่านหนังสือพิมพ์แล้ว ยกตัวอย่างประเทศ อเมริกายอดจำหน่ายหนังสือพิมพ์ลดลง เพราะบ้านทุกหลังมีคอมพิวเตอร์ใช้หมด รวมทั้งการอ่านข่าวหรืออ่านข้อมูลใด ๆ ผ่านคอมพิวเตอร์ มีความสะดวกสบายกว่า เพียงแค่ปลายนิ้วคลิ๊ก ไม่ต้องเปิดไปมาเหมือนหนังสือพิมพ์ อีกทั้งที่สำคัญกระดาษก็มีราคาที่แพงขึ้น การอ่านข่าวจากเว็บไซต์จึงเป็นประโยชน์สำหรับคนอ่านในปัจจุบัน

Mthai News

เกาะติดข่าว เลือกตั้ง 2554 คลิ๊ก!!

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, เลือกตั้ง 2554, พรรครักประเทศไทย

———————————————————————————————————

บทสัมภาษณ์พิเศษอื่นๆ