ยิ่งลักษณ์ แถลงนโยบายต่อ รัฐสภาแล้ว

Home / ข่าวการเมือง / ยิ่งลักษณ์ แถลงนโยบายต่อ รัฐสภาแล้ว
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เสนอ 8 ด้าน มี 16 ข้อเร่งด่วนดำเนินการภายใน 1 ปี ยันทำได้จริง

ผู้สื่อข่าว Mthai News รายงานจาก อาคารรัฐสภา ดุสิตว่า การประชุมร่วมรัฐสภา เริ่มขึ้นแล้ว โดยขณะนี้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยระบุว่า ประเทศไทยอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน 3 ด้าน คือด้านเศรษฐกิจ ที่ไม่แน่นอนตามภาวะเศรษฐกิจโลก  โดยโครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังคงต้องพึงพิงการส่งสินค้าจากนานานประเทศ   ปัจจัยสำคัญในการสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ มีความจำเป็นต้องพัฒนาระบบการศึกษา และการบริการด้านสุขภาพให้คนไทยทุกคน

ขณะที่หลักการบริหารนโยบายของรัฐบาลจะยึดการบริหารที่คำนึงจากการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอกที่มีการเปลี่ยนแปลงของประเทศ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศมากที่สุด และมีจุดมุ่งหมายในการนำประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจที่สมดุล

พร้อมกันนี้คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ที่แถลงต่อรัฐสภา จะแบ่งเป็นนโยบาย 8 ด้าน คือ 1.นโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปีแรก 2.นโยบายความมั่นคงแห่งรัฐ 3.นโยบายเศรษฐกิจ 4.นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต 5.นโยบายที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6.นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม 7.นโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และ 8.นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ส่วนนโยบายเร่งด่วน 16 ข้อ ที่จะดำเนินการภายใน 1 ปีนั้น ประกอบด้วย

1.สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย

2.กำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ

3.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐอย่างจริงจัง

4.ส่งเสริมให้มีการจัดการน้ำอย่างบูรณาการด้วยการสร้างระบบชลประทานขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก

5.เร่งแก้ไขปัญหาความไม่สงบและนำสันติสุขกลับสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว

6.เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ

7.แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

          7.1ลดส่งเข้ากองทุนพลังงาน

          7.2 จัดให้มับัตรเครดิตพลังงาน

          7.3 ดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

          7.4 แก้ไขปัญหาค่าครองชีพ

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

 

8 ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ

          8.1 พักหนี้ครัวเรือนของเกษตรกรรายย่อยและผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้ต่ำกว่า 5 แสนบาท อย่างน้อย 3 ปี และปรับโครงสร้างหนี้สำหรับผู้ที่มีหนี้เกิน 5 แสนบาท

         8.2เพิ่มรายได้รายวันสำหรับแรงงานเป็นวันละ 300 บาท และรายเดือนของผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 15,000 บาท

         8.3 จัดให้มีเบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันไดสำหรับผู้สูงอายุ

         8.4 ให้มีมาตรการภาษีเพื่อลดภาระการลงทุนสำหรับสิ่งจำเป็นในชีวิตของประชาชนทั่วไป ได้แก่บ้านหลังแรก

9 ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้เหลือร้อยละ 23 ในปี 2555 และลดลงร้อยละ 20 ในปี 2556 เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน ขยายฐานภาษีและรองรับเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558

10 ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนสนับสนุนสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ

10.1 – เพิ่มกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอีแห่งละ 1 ล้านบาท

            10.2 จัดตั้งกองทุนพัฒนาศักยภาพสตรีเฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท

            10.3 จัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้วงเงินประมาณ 1 พันล้านบาทต่อสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการ

            10.4 SML

11. ยกระดับสินค้าการเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยให้มีการประกันภัยพืชผลและนำระบบรับจำนำสินค้าการเกษตรมาใช้ รับจำนำข้าวเกวียนละ15,000บาท

12.เร่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวโดยปี 2554-2555 เป็นปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์ (มิราเคิลไทยแลนด์ เยียร์) และประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวร่วมเฉลิมฉลองในพระราชพิธีมหามงคลในช่วงปี 2554-2555

13 สนับสนุนงานศิลปหัตถกรรม และผลิตภัณชุมชน เพื่อสร้างเอกลักษณ์และผลิตสินค้าในท้องถิ่น

            13.1สนับสนุนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ

13.2 บริหารโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ให้มีศักยภาพ ใช้ภูมิปัญญญาท้องถิ่น ผนวกกับความรู้ใหม่ๆ

14.พัฒนาระบบประกันสุขภาพ เพิ่มประสิทธิภาพหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า30 บาทรักษาทุกโรค

15.จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้โรงเรียน โดยเริ่มทดลองดำเนินการในโรงเรียนนำร่อง สำหรับระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2555 ควบคู่กับการพัฒนาเนื้อหาที่เหมาะสมตามหลักสูตรบรรจุลงในแท็บเล็ต รวมถึงทำอินเตอร์เน็ตไร้สายตามมาตรฐานการให้บริการและในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงสถานศึกษาที่กำหนดฟรี

16.เร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมือง ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขว้าง โดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้ประชาชนเห็นชอบโดยการออกเสียงประชามติ

นอกจากนี้ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ แบ่งสลับการอภิปรายเป็น 3 ประเด็น คือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านการเมืองความมั่นคง โดยจะเน้นในส่วนของนโยบายที่พรรคเพื่อไทยใช้หาเสียง และชี้ให้เห็นถึงผลกระทบของการดำเนินการตามนโยบาย

 

Mthai news

เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย

ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com