สภาล่ม สมศักดิ์ สั่งปิดประชุม หลังประท้วงเดือด

Home / ข่าวการเมือง / สภาล่ม สมศักดิ์ สั่งปิดประชุม หลังประท้วงเดือด
สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา
สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา

ส.ส.เพื่อไทย-ปชป. โต้กันวุ่น สุดท้ายองค์ประชุมไม่ครบ รัฐแถลงนโยบายไม่เสร็จใน 15 วัน

25 ส.ค. รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 24 ส.ค.การประชุมรัฐสภาเพื่ออภิปรายนโยบายรัฐบาลดุเดือดขึ้นตั้งแต่เวลา 21.30 น. เมื่อนายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ  ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายพาดพิงกรณีที่พรรคเพื่อไทยแจกหนังสือนิตยสาร เรด พาวเวอร์ ในการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา  และมีกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนได้จัดงานวันเกิดให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในชื่อ ทักษิณมหาราษฎร์ จึงมีส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สส.บัญชีรายชื่อ ได้ลุกขึ้นประท้วง

ทั้งนี้ นายจตุพร ระบุว่า เรื่องทักษิณมหาราษฎร์ เกิดจากหลังเลือกตั้งมี คนชั่วขี้เรือน บางคนไปขึ้นป้ายทักษิณมหาราษฎร์ พวกตนไม่ได้กินแกลบ ดังนั้นขอสาปแช่งคนที่เอาป้ายมาขึ้นขอให้มีอันเป็นไป

ส่วน นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ประท้วงและชี้หน้านายจตุพร ว่า ไอ้ขี้เรื้อนนี้คุณจตุพรต้องจัดการ เพราะมันเป็นแดงเทียม อย่าเดือดร้อน นั่งลงก่อน โดย นายจตุพร ชี้แจงว่า มีการทำหลักฐานปลอมเพื่อใส่ร้ายในตัวเองในข้อหาหมิ่นสถาบัน ขณะที่ นายสมศักดิ์ เกียรติ์สุรนนท์ ประธานสภาฯ ได้ปิดไมค์ไปก่อนแล้ว

ด้าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่า ได้รับความเสียหายจากคำกล่าวของนายจตุพร โดยประธานสภาฯปล่อยให้นายจตุพรพูดจนเลยเถิด ว่าศอฉ.ที่ตนกำกับดูแลได้ทำหลักฐานปลอมใส่ร้าย จึงขอชี้แจงว่า เนื่องจากมีการล่วงละเมิดต่อสถาบันเบื้องสูง ตนรับผิดชอบดูแลความมั่นคงบ้านเมือง เมื่อเห็นว่าคนเหล่านี้มีพฤติกรรม ก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีทันที ไม่ใช่เรื่องใส่ร้าย เพราะตอนนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินคดีเอาผิดกลุ่มคนเหล่านี้แล้วจำนวน 19 คน มีนายจตุพรและส.ส.พรรคเพื่อไทย อยู่ด้วยและทั้งหมดเป็นเรื่องจริง

ต่อมา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นอภิปรายเพื่อขอตัดบทไม่ให้มีการนำเรื่องดังกล่าวมาประท้ว พร้อมระบุต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า ในนามของรัฐบาลยืนยันต่อพสกนิการชาวไทยว่ารัฐบาลชุดนี้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันเหนือสิ่งอื่นใด และขอให้ยุติการอภิปรายเรื่องนี้

ทว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ขออภิปราย ว่า ตนเป็น 1 ใน 19 คน และเป็นพรรคพวกของนายจตุพร ขอยืนยันความบริสุทธิ์ ไปมอบตัวดีเอสไอ และเซ็นหนังสือรับรองการสละสิทธิใช้เอกสิทธิคุ้มครองในสมัยประชุม แต่การใส่ร้ายโดยการนำสถาบันเบื้องสูงมาเกี่ยวข้องนั้น ไม่เป็นส่วนดีต่อใครเลย เป็นเรื่องที่ทำลายทุกคนทุกฝ่าย นายกรัฐมนตรีที่เคยได้รับเสียงเลือกตั้งสูงสุดในประเทศก็ล้มเพราะข้อกล่าวหานี้ และที่ตนเจ็บปวดที่สุดคือข้อกล่าวหานี้ใช้ออกใบอนุญาตฆ่าประชาชน ตนไม่อยากให้คนตายเพิ่มเติมอีก

ดังนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้ลุกขึ้นประท้วงว่า ขอให้สมาชิกคนดังกล่าวลุกขึ้นมาพูดถ้อยคำที่กล่าวไปแล้วใหม่ ตนโดยยืนยันว่า การเสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมในปี 2553 ให้สอบสวนกันตามความจริง ใครผิดก็ลงโทษ แต่ว่าคนที่พูดว่าเอาเรื่องข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสถาบันมาเป็นใบอนุญาตเกี่ยวกับการเสียชีวิต พูดอย่างนั้นพวกตนไม่เสียหาย แต่สถาบันเสียหาย

ขณะเดียวกัน นายสุเทพ กล่าวเสริมว่า นายณัฐวุฒิต้องถอนคำพูด ตนยอมไม่ได้ ตนเสียใจจริงๆ หากประธานสภาฯไม่วินิจฉัยให้ถอน ตนก็ยอมรับประธานสภาฯไม่ได้เหมือนกันและไม่อยากกล่าวถึงถ้อยคำนั้นซ้ำอีก โดยได้นำถ้อยคำอภิปรายของนายณัฐวุฒิที่บันทึกไว้ในกระดาษไปมอบให้ประธานสภาฯในที่ประชุมอ่าน จากนั้นได้มีการอภิปรายตอบโต้กันระหว่างประชาธิปัตย์และเพื่อไทย ในประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องรวมทั้งมี ส.ส.ลุกขึ้นประท้วงหลายคน ทำให้ นายสมศักดิ์ สั่งพักการประชุมเป็นเวลา 10 นาที

อย่างไรก็ตาม ในเวลา 23.10  นายสมศักดิ์ ได้สั่งให้มีการลงมติว่าจะให้มีการเปิดอภิปรายต่อหรือไม่และให้มีการนับองค์ประชุมก่อนลงมติ ปรากฎว่ามีสมาชิกอยู่จำนวน 314 คนไม่ถึงกึ่งหนึ่งของที่ประชุม คือ 325 คน จากสมาชิกทั้งหมด 648 คน นายสมศักดิ์ จึงสั่งปิดประชุมสภาในเวลา 23.30น. นับเป็นเหตุการณ์สภาล่มครั้งแรกของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งรัฐบาลแถลงนโยบายไม่เสร็จภายใน 15 วัน  แต่ นายเฉลิม กล่าวหลังปิดประชุมว่า รัฐบาลแถลงนโยบายเสร็จแล้ว ที่เหลือแค่เป็นการอภิปรายนโยบาย

 

Mthai News

เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย

ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com